บทที่สาม : บททดสอบในห้องสัมภาษณ์

1013 คำ
อัมพิกาก้าวมาหยุดอยู่หน้าห้อง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเคาะประตูเบาๆ ก่อนเปิดเข้าไป ห้องประชุมเงียบกริบ มีเพียงเสียงนาฬิกาบนผนังที่เดินเป็นจังหวะเนิบนาบ โคมไฟคริสตัลเหนือศีรษะให้แสงอบอุ่นแต่กดดัน ราวกับกำลังซักถามผู้ต้องหา อัมพิกานั่งอยู่ตรงข้ามกับคณะกรรมการสามคน หนึ่งหญิง สองชาย สายตาทุกคู่จับจ้องเธออย่างไม่ไว้วางใจ เธอสวมสูทกระโปรงสีกรมท่าที่เรียบหรูแต่แฝงด้วยความมั่นใจ ก้าวเดินอย่างสง่างามเข้าไปยังห้องสัมภาษณ์ที่ถูกจัดไว้ในห้องประชุมส่วนตัว ชั้นบนของโรงแรม ในห้องมีกรรมการสามคน นั่งอยู่ด้านในสุดของโต๊ะไม้โอ๊คยาว อัมพิกานั่งหลังตรง ยิ้มอย่างเป็นมิตร แม้ใจจะเต้นรัวเพราะความตื่นเต้น แต่เธอคุมสติได้อย่างดี "สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้โอกาสมาสัมภาษณ์ในวันนี้” กรรมการสามคน ผู้จัดการฝ่ายบุคคล หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้า และผู้จัดการโรงแรม มองเธออย่างประทับใจตั้งแต่แรกเห็น “สวัสดีค่ะ เชิญนั่งเลยค่ะ ก่อนอื่นอยากให้คุณแนะนำตัวเองคร่าวๆ สักเล็กน้อยค่ะ” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเอ่ย อัมพิกายิ้มอย่างสุภาพ “ดิฉันชื่ออัมพิกา ดุษฎานันท์ สำเร็จการศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ เคยทำงานในสายบริการลูกค้ามากว่า 3 ปี โดยเฉพาะกับลูกค้าต่างชาติ ดิฉันรักงานบริการมากค่ะ เพราะรู้สึกว่างานนี้ไม่ใช่แค่การให้บริการ แต่คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกคนที่เข้ามาใช้บริการในโรงแรม” "ในงานบริการ ลูกค้ามีหลากหลายประเภท มีทั้งที่เข้าใจง่าย และบางคนก็อารมณ์ไม่ค่อยดี คุณเคยเจอเคสแบบไหนที่ยากที่สุด และจัดการอย่างไรคะ” หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าถาม อัมพิกาพยักหน้าเล็กน้อย “เคยค่ะ ลูกค้าท่านหนึ่งมาเช็กอินแล้วพบว่าเกิดการจองซ้ำซ้อนจากระบบของเอเจนซี่ เขาอารมณ์เสียมาก ดิฉันรับฟังอย่างตั้งใจ ไม่แทรกหรือแก้ตัว จากนั้นจึงขอเวลาตรวจสอบระบบของเรา พร้อมเสนอเครื่องดื่มและให้เขานั่งพัก ระหว่างนั้นรีบติดต่อฝ่ายจองและหาห้องพักที่ใกล้เคียงที่สุดให้โดยเร็ว สุดท้ายลูกค้าประทับใจ และกลับมาใช้บริการอีกค่ะ ดิฉันเชื่อว่าความอดทนและการสื่อสารอย่างอ่อนโยนสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้เสมอ” "ที่นี่เป็นโรงแรมระดับห้าดาว แขกของเราคาดหวังความเป็นมืออาชีพสูง คุณจะทำอย่างไรให้ตัวเองโดดเด่นและรักษามาตรฐานระดับนี้ได้เสมอ” ผู้จัดการโรงแรมพูดขึ้นบ้าง "ดิฉันมองว่า การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ เป็นกุญแจสำคัญค่ะ เช่น การจำชื่อแขกประจำ การสังเกตว่าพวกเขาชอบกาแฟแบบไหน หรือจำได้ว่าแขกชาวญี่ปุ่นชอบผ้าร้อนก่อนมื้ออาหารเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้เขารู้สึกว่าเราใส่ใจและให้เกียรติ ดิฉันพร้อมพัฒนาตัวเองเสมอเพื่อให้เป็นมากกว่าพนักงานบริการ แต่เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำที่ดีของแขกค่ะ” “ถ้าคุณได้รับโอกาสเข้าทำงานที่นี่ คุณอยากพัฒนาอะไรในตัวเองเพิ่มอีก” หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าเริ่มแสดงท่าทีสนใจเธอ “ดิฉันอยากฝึกภาษาที่สามเพิ่มเติม เช่น ภาษาจีนหรือเกาหลี เพื่อให้สามารถสื่อสารกับแขกได้ครอบคลุมมากขึ้น และอยากเรียนรู้การบริหารจัดการทีมในอนาคต เผื่อจะเติบโตขึ้นไปในสายงานนี้ค่ะ” “แล้วคุณคิดว่าจุดแข็งที่สุดของตัวเองคืออะไร” หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้ายังคงถามต่อ “ดิฉันมีความอดทน และสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีมากค่ะ แม้จะเจอสถานการณ์กดดันก็ยังรักษาน้ำเสียงและท่าทีได้เรียบร้อย อีกอย่างคือดิฉันสังเกตเก่งค่ะ บางครั้งไม่ต้องให้ลูกค้าพูด เราก็สามารถดูแลเขาได้จากพฤติกรรมหรือสีหน้า” ผู้จัดการโรงแรมมองตาเธออย่างตั้งใจ “แล้วถ้ามีลูกค้าคนหนึ่งขอให้คุณจัดการเรื่องที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบ เช่น ให้คุณจองทัวร์นอกโรงแรมหรือดูแลเด็กเล็กระหว่างเขาไปประชุม คุณจะทำอย่างไร” “ดิฉันจะพิจารณาเงื่อนไขของโรงแรมก่อนค่ะ ถ้าไม่สามารถทำเองได้ จะรีบประสานกับแผนก Concierge หรือแผนกรับเรื่องพิเศษทันที แล้วจะติดตามให้ลูกค้ารู้ว่าดิฉันไม่ปล่อยเรื่องนี้ลอยตัวแน่นอนค่ะ ลูกค้าจะรู้สึกว่าเขาได้รับความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะต้องผ่านใครก็ตาม” ฝ่ายบุคคลยิ้มเล็กๆ ก่อนจดอะไรบางอย่างลงในแฟ้ม “สุดท้ายนี้ คุณมีอะไรอยากฝากถึงทีมงานที่นี่ไหมคะ” อัมพิกายืดตัวตรงเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มแต่ชัดถ้อยชัดคำ “ดิฉันเชื่อว่าโรงแรมห้าดาวไม่ได้อยู่ที่ขนาดของตึก แต่อยู่ที่คุณภาพของคนทำงาน ดิฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของโรงแรมให้สมกับความเป็นห้าดาวในทุกด้านค่ะ และถ้ามีโอกาส ดิฉันสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้แขกทุกคนกลับไปพร้อมรอยยิ้มและความรู้สึกอยากกลับมาอีกครั้งค่ะ” กรรมการทั้งสามมองหน้ากันอย่างพอใจ ประตูห้องสัมภาษณ์เปิดออกอย่างเงียบเชียบ อัมพิกาก้าวออกมาช้าๆ ด้วยท่าทีที่สงบเรียบ แต่แววตาเต็มไปด้วยพลังและความหวัง เสียงประตูปิดเบื้องหลังเธอเบาๆ คล้ายบทสนทนาอันยาวนานเพิ่งถึงบทอวสาน “เรียบร้อยแล้ว เราทำเต็มที่แล้ว ทุกคำพูด ทุกท่าที เราไม่เสียดายอะไรเลย” อัมพิกาพูดกับตัวเอง เธอก้าวช้าๆ ไปตามโถงทางเดินที่เงียบสงบ เสียงรองเท้าคัชชูสะท้อนกับพื้นหินอ่อน เธอแวะหยุดมองกระจกบานใหญ่สำรวจใบหน้าตัวเอง ริมฝีปากยังคงยิ้มบางๆ ดวงตาเปล่งประกาย แม้มีเงาความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ “เราพูดครบทุกอย่างที่อยากพูด เราตอบได้แม้กระทั่งสถานการณ์จำลองที่กดดันที่สุด…แล้วเขาจะรู้ไหมนะ ว่าเราตื่นเต้นขนาดไหน” ลิฟต์เปิดออก เธอก้าวเข้าไปคนเดียวในลิฟต์ แสงไฟอุ่นๆ สะท้อนแววตาเธอในกระจกด้านในลิฟต์อีกครั้ง ประตูลิฟต์ปิดลง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม