“จะกินมื้อเช้าที่นี่ หรือจะไปไหนก่อนไหมผึ้ง” วรินทรถามทันได้เห็นมธุรสลอบถอนใจ
“อยากพักค่ะนาย วันนี้วันหยุดผึ้ง” เผื่อเขาจะลืมว่าวันนี้วันเสาร์หญิงสาวจึงช่วยเตือนอีกครั้ง
“ผมรู้... ไม่ได้ว่าอะไร” วรินทรนิ่วหน้า เขาไม่รู้ว่ามธุรสไม่พอใจเขาเรื่องอะไร
“งั้นผึ้งขอตัวก่อนนะคะ ยังง่วงอยู่เลยเดี๋ยวพรุ่งนี้กลับไร่เองค่ะ หนูไปก่อนนะคะแม่” ท้ายประโยคหญิงสาวหันไปคุยกับคุณวารีเธอเปลี่ยนใจจากที่จะมาทานกาแฟเป็นการกลับไปนอน
มธุรสลุกจากโต๊ะ เธอแวะเคาน์เตอร์สั่งอาหารเช้าให้พนักงานไปส่งที่ห้องแทนการมาทานข้างนอก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา มธุรสออกจากห้องน้ำเธอตาสว่างเกินกว่าจะนอนจึงอาบน้ำเตรียมตัวออกไปข้างนอก เสียงเคาะประตูดังขึ้นเธอนึกรู้ว่าน่าจะเป็นอาหารที่สั่งไว้มาส่ง จึงก้าวเร็วๆ ปลดล็อกเปิดออกทันที แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อไม่ใช่แค่อาหารที่มาส่งแต่วรินทรยืนอยู่ตรงนั้นด้วย
ชายหนุ่มรับถาดอาหารจากพนักงานแล้วก้าวเข้ามาในห้องพักของเลขา เขาหันไปส่งทิปให้พนักงานฝ่ายนั้นโค้งตัวรับแล้วหลบไปอย่างรวดเร็ว
“นายมีอะไรคะ” มธุรสหน้าตึง เธอมองชายหนุ่มที่วางถาดอาหารชุดใหญ่ลงบนโต๊ะและเดินกลับไปล็อกประตูห้องแล้วมานั่งที่โต๊ะทานอาหารมองดูเธอ
“ผมสิต้องถามว่าผึ้งเป็นอะไร” เขามองเธออย่างพิจารณา มธุรสคงเพิ่งอาบน้ำเสร็จเธอสวมเสื้อคลุมอาบน้ำ มีกลิ่นครีมอาบน้ำหอมฟุ้งจากตัวเธอมันทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น
“อยากพักค่ะนาย วันนี้วันหยุดผึ้งยังไม่ได้วางแผนว่าจะทำอะไร” เธอตอบรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องอยู่กับนายจ้างในที่รโหฐานแบบที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน
“เมื่อก่อนผึ้งอยู่กับผมได้ทุกวันหยุดไม่เคยงอแงเลยนะ” ชายหนุ่มลุกมาหาเธอ เขากอดเอวเล็กไว้ดึงร่างเธอมากอดทั้งตัวเร็วจนเธอห้ามไม่ทัน
“นายคะ ปล่อยก่อนผึ้งจะไปแต่งตัว” เธอหันหน้าหนีน้ำเสียงไม่พอใจชัดเจน แต่วรินทรรวบมือเธอไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือเชยคางเธอขึ้นมาให้สบตา
“เมื่อคืนก็โกหก ไหนว่านอนกับไวน์ไม่ให้ผมมาหา” เขาเห็นประกายตาวับๆ ในดวงตาเธอแล้วนึกหมั่นเขี้ยว
“นายไม่คิดบ้างเหรอคะ ว่าผึ้งอาจจะนอนกับคนอื่นที่ไม่ใช่ไวน์ก็ได้เลยบอกว่าไม่สะดวก” มธุรสเม้มปากอย่าคิดว่าเธอไม่กล้าพูด
“งั้นก็ต้องพิสูจน์ ผมขอเช็คของก่อนละกันว่าเมื่อคืนผึ้งนอนกับใครรึเปล่า” วรินทรโมโหขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ในใจเขารู้ดีว่ามธุรสจะไม่ทำแบบนั้น ชายหนุ่มตวัดร่างเธอขึ้นมาอุ้มเดินไปวางบนที่นอน มือใหญ่กระชากเสื้อคลุมเธอทีเดียวจนหลุดจากตัว
“นาย.. ปล่อยนะ” เธอตกใจเมื่อคิดไม่ถึงว่าคำพูดตัวเองจะทำให้เขามีปฏิกริยาไปอีกทาง เธออายจนหน้าแดงและคงแดงไปทั้งตัวเมื่อต้องเปลือยให้เขามองใต้แสงไฟสว่างจ้า
วรินทรรวบข้อมือเธอชูขึ้นเหนือศีรษะ ฝ่ามือใหญ่โลมลูบไปทั่วร่างอรชรที่ไม่มีริ้วรอยอะไร มธุรสอายจนกลายเป็นความโกรธเธอยกเท้าขึ้นกะจะถีบไปที่ลำตัวเขาแต่ถูกจับข้อเท้าไว้ทันท่วงที
ชายหนุ่มใช้ท่อนขาแข็งแรงกดทับขาของเธอไว้ มือสากเลื่อนลงไปตามหน้าท้องและต่ำลงไปเรื่อยๆ หญิงสาวหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเขาทำแบบนั้น
“ไม่นะคะคุณโต ผึ้งไม่ได้นอนกับใครไม่ต้องพิสูจน์แล้ว” เธอยอมสารภาพ หญิงสาวสะบัดตัวอีกครั้งแต่ไม่หลุด ได้ยินเสียงเขาหัวเราะแผ่วๆ แบบผู้ชนะก็นึกเจ็บใจตัวเอง
“ไม่พิสูจน์ก็ได้ ผึ้งไม่อยากไปไหนก็ดีผมก็ไม่อยากไป เราอยู่ในห้องนี้กันทั้งวันก็ได้นะ” เธอตาโตเมื่อได้ยินดังนั้น ปากอิ่มเผยอออกแต่ไม่ทันได้โวยวายก็ถูกจูบปิดปากจนพูดไม่ออก
วรินทรมองคนข้างๆ มธุรสนั่งคอแข็งมาตั้งแต่ออกจากโรงแรมของอาจนถึงตอนนี้เธอก็ยังอยู่ท่าเดิม
“ไม่เมื่อยเหรอน้ำผึ้ง” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้
“ไม่ค่ะ” เธอตอบแต่ยังไม่มองหน้าเขา
“เอาน่าน้ำผึ้ง อย่าเพิ่งโมโหเลยผมอยากให้คุณไปทำธุระให้แปบเดียว พรุ่งนี้คุณอยากไปไหนเดี๋ยวผมพาไป”
เธอหันมามองเขา
“นายจะให้ผึ้งไปทำธุระอะไรในวันหยุดคะ”
เขาถอนใจยาว “เรื่องครูของน้องท็อปน่ะ ผมอยากให้คุณไปคุยกับครูบัวว่าเขาต้องการอะไรขาดเหลือ ต้องซื้ออะไรบ้างสำหรับการเรียนการสอนแล้วพรุ่งนี้เราไปซื้อกัน”
“ทำไมนายไม่ถามครูเองล่ะคะ” เขากับครูที่มาใหม่อยู่บ้านเดียวกัน คุยกันเองไม่สะดวกกว่าหรือทำไมต้องให้เธอไปจัดการให้
“เอ่อ...” วรินทรไม่ตอบอะไร ความจริงเขาไม่อยากให้มธุรสคิดไปเอง อยากให้เธอได้เจอบุณฑริกเผื่อความเป็นผู้หญิงด้วยกันอาจจะทำให้เธอเห็นใจกัน เขาอยากให้หญิงสาวคนนั้นมีเพื่อนคุยบ้างซึ่งมธุรสน่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงของเด็กชายวริษฐ์
“เอาเถอะ น้ำผึ้งไปเจอครูเขาก่อน เราค่อยว่ากัน”
ชายหนุ่มจอดรถที่หน้าบ้าน มธุรสเปิดประตูลงไปเองทันทีที่รถจอดสนิท วรินทรเปิดลงไปแล้วล็อกรถเดินนำเธอเข้าไปในบ้าน