“คุยกันครั้งแรก”

1420 คำ
ผัวะ!! หมัดหนัก ๆ ถูกปล่อยออกไปที่โหนกแก้มอย่างจัง เสียงกระแทกดังชัดจนคนรอบข้างสะดุ้ง ชายคนนั้นหันหน้าสะบัดไปตามแรงหมัด ก่อนที่ร่างจะเสียหลัก ล้มลงกระแทกพื้นนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น เมลบียืนค้าง ภาพตรงหน้าทำให้สมองเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ เพราะหมัดนั้น… ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของเขา ร่างสูงเข้ามายืนข้างเธออย่างเงียบเชียบ ราวกับโผล่มาจากอากาศ เขาสะบัดมือไปมาเบา ๆ เหมือนปัดสิ่งสกปรกออกจากผิว สีหน้านิ่งสนิท ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความลังเล เหมือนเรื่องทั้งหมดเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญเรื่องหนึ่งเท่านั้น “รำคาญ” คำพูดสั้น ๆ หลุดออกมาจากปากเขา น้ำเสียงเรียบ เย็น และเด็ดขาด เขาเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะนั่งลงและยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกดื่มต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อนของเขาลุกขึ้นมาจัดการต่อทันที ทั้งเรียกการ์ด ทั้งกันไม่ให้เรื่องลุกลาม ก่อนที่เพื่อนของชายคนนั้นจะรีบเข้ามาประคองร่างที่ยังมึนงงออกไปจากร้าน ไม่นานนัก ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาพเดิม เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง เสียงหัวเราะเริ่มกลับมา โต๊ะอื่น ๆ ค่อย ๆ ผ่อนคลายราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น มีเพียงเมลบีเท่านั้นที่ยังไม่ปกติ เธอนั่งดื่มเหล้าไปเงียบ ๆ สายตาเผลอชำเลืองมองไปยังโต๊ะข้าง ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามไม่สนใจ แต่ภาพของเขาในจังหวะที่ปล่อยหมัดนั้นก็ยังติดตาไม่หาย จนกระทั่งถึงเวลาที่พวกเธอแยกย้ายกลับกันในที่สุด หน้าร้าน… “อีเมล ให้กูไปส่งป่ะ” เจนนิสเอ่ยขึ้น ขณะกำลังจะเดินไปขึ้นรถของฟีนิกซ์ “ไม่อ่ะ มึงกลับไปก่อนเลย” เมลบีตอบ “กูขอไปเข้าห้องน้ำก่อน” “อ้าว แล้วมึงจะกลับยังไง” วีนัสที่ยืนอยู่กับแฟนหันมาถาม “กูเรียกรถไว้แล้ว อีกแป๊บก็มา” วีนัสพยักหน้าเข้าใจ “แล้วแต่เลย ถึงห้องแล้วไลน์มาบอกด้วย” “เออ” เมลบีรับสั้น ๆ “งั้นกูไปก่อนนะ” ครีมมี่พูดขึ้น ก่อนจะเดินไปหามังกรที่ยืนรออยู่ข้างรถ เมลบียืนมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ เพื่อนทุกคนมีแฟนมารับกันพร้อมหน้า เหลือแค่เธอที่ยืนอยู่คนเดียวใต้แสงไฟหน้าร้าน “เล่นมีผัวกันหมดเลย” เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง “แล้วใครแม่งจะไปเป็นก้างขวางคอวะ” คำบ่นหลุดออกมาเบา ๆ แต่ในใจกลับวุ่นวายกว่าที่คิด เพราะไม่รู้ทำไม สายตาของเธอถึงเผลอมองกลับไปยังโต๊ะในร้านอีกครั้ง ราวกับกำลังมองหาใครบางคนโดยไม่รู้ตัว และจังหวะที่เธอเผลอมองเข้าไปในร้าน ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เขากำลังเดินออกมาพอดี เมลบีสะดุ้งวาบ รีบหันหน้าหนีไปมองอย่างอื่นแทบจะทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะกลัวว่าเพียงเสี้ยววินาทีเดียว สายตาของเธอจะไปสบเข้ากับเขาโดยไม่ตั้งใจ เธอทำเป็นสนใจโทรศัพท์ในมือ ทั้งที่หน้าจอไม่ได้มีอะไรให้อ่านเลยสักนิด แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ หรืออาจเป็นเพียงความบังเอิญธรรมดา ร่างสูงของเขากลับเดินตรงมาทางบริเวณที่เธอยืนอยู่ เมลบีเริ่มรู้สึกได้ว่าพื้นที่รอบตัวแคบลง ทั้งที่ตรงนั้นเป็นจุดที่ใคร ๆ ก็มักจะมายืนรอรถ กลุ่มคนเริ่มมากขึ้น เสียงรถ เสียงพูดคุยดังระงม แต่เธอกลับรับรู้ได้แค่การมีอยู่ของเขาเท่านั้น และใช่ เขาคนนั้น ก็กำลังเดินมาหยุดอยู่ในจุดเดียวกับที่เธอยืนอยู่พอดี จนกระทั่ง… “อ้าว น้องคนนั้นนี่” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้างของเมลบี พร้อมกับชี้มาทางเธอ เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามเสียงนั้น “คนที่มีเรื่องในร้านใช่ปะ” “คะ… ค่ะ” เมลบีตอบเบา ๆ ผู้ชายคนนั้นยิ้มให้เล็กน้อย “พี่ชื่อเลย์นะครับ ส่วนคนนี้เพื่อนพี่” เขาหันไปพยักเพยิดทางร่างสูงข้าง ๆ “ชื่อสกาย คนที่ต่อยไอเหี้ยนั่นแทนน้องอ่ะ” “อ่อ… ค่ะ” เมลบีรับคำอย่างยังตั้งสติไม่ค่อยทัน เลย์หันไปตบไหล่เพื่อนตัวเองเบา ๆ “ไอสกาย มึงรออยู่นี่ก่อนนะ กูไปเอารถก่อน” แล้วก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงกวน ๆ “อย่ากัดน้องล่ะไอสัส กูอุตส่าห์สร้างบรรยากาศ” พูดจบก็เดินผละออกไปทันที ทิ้งความเงียบเอาไว้ตรงนั้น เมลบีเม้มปากนิดหนึ่ง สายตากรอกไปมาอย่างคนไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน จะเงยหน้ามองเขาตรง ๆ ก็ไม่กล้า จะก้มลงมองพื้นก็กลัวดูแปลกไปอีก เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะตัดสินใจเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “เอ่อ… ขอบคุณนะคะ เรื่องต่อย” เมลบียกหมัดขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงอธิบาย ถึงหมัดของเขาที่ต่อยแทนเธอในร้าน “อืม…” เขาตอบกลับมาแค่นั้น น้ำเสียงเรียบ สีหน้านิ่ง มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ราวกับเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรพูดถึง เมลบีรู้สึกว่าถ้าปล่อยให้บทสนทนาจบแค่นี้ บรรยากาศคงเงียบอึดอัดเกินไป เธอเลยรีบแนะนำตัวต่อทันที “เมลบีนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย “ชื่อเมลบี แต่เรียกเมลเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ” คำพูดจบลงพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่เธอพยายามส่งไปให้ ขณะที่หัวใจยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ “สกาย” เขาเอ่ยบอกสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบ พร้อมกับมองหน้าเธอตรง ๆ ไม่หลบสายตา “ค่ะ เมลบีรู้แล้วค่ะ” เธอรีบตอบทันที “เมื่อกี้เพื่อนพี่บอกแล้ว” สกายพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเงียบไปชั่วครู่ ราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง แล้วจู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นมา “เคยเจอกันไหม” คำถามนั้นทำให้เมลบีชะงักไปทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาหลบต่ำโดยอัตโนมัติ ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวาย ถามแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ… จำกูได้เหรอ หรือจะเอาเรื่องวันนั้นในลิฟต์… ไม่มั้ง พี่เขาดูเหมือนไม่ได้จำอะไรได้เลย เมลบีสูดหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบาง ๆ ให้เขา “ไม่มั้งคะ” คำตอบหลุดออกไปเบา ๆ แต่ชัดเจน สกายจ้องหน้าเธออยู่อีกครู่ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย “เหรอ…” เขาลากเสียงนิดเดียว “หน้าคุ้น” ประโยคนั้นทำให้หัวใจเมลบีเต้นกระตุกวูบ เธอฝืนยิ้มต่อ ทั้งที่ในใจเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เขาจำไม่ได้จริง ๆ หรือแค่กำลังลองใจเธอกันแน่ จนกระทั่ง… ปี๊น! ปี๊น! เสียงแตรรถดังขึ้นจากริมฟุตบาท ก่อนที่รถคันหนึ่งจะขับเข้ามาจอดเทียบ กระจกรถฝั่งคนขับเลื่อนลง เผยให้เห็นหน้าเลย์ที่ยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่หลังพวงมาลัย “สกายเพื่อนรัก ได้เวลากลับแล้วครับ” เขาพูดแซว ๆ “พอใจแล้วเนอะ” สกายไม่ได้ตอบอะไร เพียงหันไปมองรถแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมามองเมลบีอีกครั้ง เมลบีรีบพูดขึ้นอย่างสุภาพ พร้อมขยับตัวหลบเล็กน้อย เพราะเธอกำลังยืนอยู่ตรงตำแหน่งประตูฝั่งคนขับพอดี “ถ้างั้น… กลับกันดี ๆ นะคะ พี่สกาย พี่เลย์” เธอยิ้มบาง ๆ ตั้งใจจะถอยออกมาให้ทาง ทว่า… “ขึ้นรถ” คำสั้น ๆ หลุดออกมาจากปากสกาย น้ำเสียงเรียบ ไม่ดัง แต่ชัดเจน เมลบีชะงักไปทันที เงยหน้ามองเขาอย่างไม่แน่ใจ “คะ?” สกายมองเธอนิ่ง ๆ ซ้ำอีกครั้ง “เดี๋ยวไปส่ง” เลย์ที่นั่งอยู่ในรถยิ้มกว้างขึ้นทันที แต่เลือกเงียบ ไม่แทรกอะไร เมลบียืนค้างอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่รู้ว่าควรปฏิเสธดี หรือควรพยักหน้ารับคำชวนที่มาแบบไม่เปิดโอกาสให้เลือก
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม