ตอนที่ 4
อย่ามาเล่นกับไฟ NC18+
"แล้วพี่จะทำไมหนูเหรอคะ?" หญิงสาวไม่หยุดท้าทายทั้งที่รู้ดีว่าเกมนี้เธอเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
"จะเ.ย็.xดจนร้องไห้กลับห้องไม่ถูก ถึงเธอจะงอแงพี่ก็จะไม่หยุดเด็ดขาด"
คำเตือนของเมฆที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพร่ามัว กลับกลายเป็นเหมือนคำเชื้อเชิญที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายสาวให้เตลิดเปิดเปิง ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมามอบรสจูบที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าค่ำคืนที่ผ่านมา เรียวลิ้นร้อนระอุรุกล้ำเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้ากับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง ราวกับต้องการตักตวงความหวานจากหญิงสาวให้สมกับความโหยหาที่ซ่อนเร้นไว้
"อึก... อื้อ อื้อ"
เอพริลครางอือในลำคอ มือเรียวทั้งสองข้างขยุ้มเส้นผมหนาของพี่เขยไว้แน่นเพื่อพยุงร่างกายที่เริ่มจะอ่อนระทวย ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยาน มือหนาก็ช้อนร่างบางขึ้นแนบอก เอพริลรู้งานด้วยสัญชาตญาณ เธอตวัดเรียวขาขาวเนียนโอบรอบเอวแกร่งของเขาไว้ทันที
เมฆพาเธอเดินตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางโถงบ้าน โดยที่ริมฝีปากและเรียวลิ้นของทั้งคู่ยังคงพันตูสอดประสานกันไม่ยอมห่างแม้เพียงวินาทีเดียว ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักโซฟา โดยมีเอพริลนั่งคร่อมทับอยู่บนตักกว้างในท่วงท่าที่แนบชิดจนไร้ช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน
"อึก... พี่เมฆ"
เอพริลผละริมฝีปากออกหอบหายใจถี่ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยเพลิงปรารถนา เธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายชายหนุ่มที่ดุนดันอยู่ใต้สะโพกมน ความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากกายแกร่งทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
เมฆจ้องมองลึกลงไปในดวงตาที่ฉ่ำปรือของน้องเมียตัวแสบ มือหนาทั้งสองข้างบีบเคล้นสะโพกผุดผ่องอย่างหนักมือ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปลูบไล้รอยแดงที่เขาเป็นคนฝากไว้บนเนินอกนวลเนียน
"ในเมื่อกล้าท้าทายกันขนาดนี้... ก็อย่ามาร้องไห้ขอให้พี่หยุดทีหลังแล้วกัน"
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจทำเอาเอพริลใจสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าจากนี้ไป... เส้นกั้นระหว่างความถูกต้องและความพึงพอใจจะถูกลบเลือนหายไปภายใต้เงาของคฤหาสน์หลังนี้ตลอดกาล
"หนูไม่ได้ท้าทายนะคะ"
เอพริลขยับกายซุกไซ้ซอกคอแกร่งพลางหอบหายใจถี่ ความแข็งแกร่งที่ดุนดันอยู่ใต้สะโพกทำให้เธอรู้ดีว่าเขากำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์มากแค่ไหน
เมฆผละปากออกเพียงนิด สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำปรือของน้องเมียตัวแสบ
"เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นกับไฟ"
"แล้วพี่ล่ะคะ... กลัวไฟลามตัว หรือกลัวใจตัวเองกันแน่?" เอพริลย้อนถามพร้อมรอยยิ้มท้าทาย มือเรียวลูบไล้แผงอกผ่านเสื้อยืดตัวบาง
"เมื่อคืนพี่ยังเรียกชื่อพี่รินอยู่เลย... ตอนนี้ล่ะคะ ในหัวพี่มีชื่อใคร?"
เมฆขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูด มือหนาบีบเคล้นสะโพกมนอย่างแรงจนหญิงสาวอุทานออกมาเบา ๆ
"อย่ามาอวดดี... ถ้าพี่หมดความอดทนขึ้นมา เธอคนแรกนั่นแหละที่จะร้องไห้"
"หนูไม่ร้องหรอกค่ะ... ถ้าพี่ทำรอยเพิ่มให้หนูอีก" เธอโน้มหน้าไปกระซิบชิดริมฝีปากเขา "รอยที่หน้าอกมันยังไม่พอหรอกนะคะพี่เมฆ... หนูอยากให้พี่ประทับตราไว้ทุกที่ที่พี่อยากได้"
"หึ... ปากเก่งนักนะ" เมฆยกยิ้มร้าย แววตาเปลี่ยนเป็นนักล่าเต็มตัว "งั้นก็ดูเอาไว้ให้เต็มตา ว่าพี่เขยคนนี้จะรับผิดชอบรอยพวกนี้ยังไง!"
สิ้นคำพูด เมฆก็กระชากสาบเสื้อนักศึกษาของเธอออกกว้างกว่าเดิมจนเห็นบราเซียลูกไม้ชัดเจน เขาไม่รอช้าที่จะก้มลงซุกไซ้ความนิ่มนวลตรงหน้าอย่างรุนแรงสลับกับการขบเม้มทิ้งรอยเพิ่มตามที่เธอกระหาย
"อ๊ะ... พี่เมฆ! เบา... เบาหน่อยค่ะ"
"ทำไมล่ะ? เมื่อกี้ยังท้าทายกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?" เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยแววตาพลุ่งพล่าน "อยู่เฉย ๆ ... แล้วรับสิ่งที่เธออยากได้ไปซะ!"
เมฆตวัดร่างบางให้ลงไปนอนหงายราบกับโซฟาตัวยาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจัดการปลดพันธนาการอาภรณ์ส่วนบนออกจนหมดสิ้น สายตาคมกริบจดจ้องมองความงดงามเบื้องหน้าด้วยความโหยหาพลางเลิกกระโปรงทรงสอบขึ้นไปกองไว้ที่เอวกิ่ว เผยให้เห็นเรียวขาขาวนวลที่ปรากฏแก่สายตาโดยมีเพียงอาภรณ์ชิ้นเล็กจิ๋วเป็นปราการด่านสุดท้าย
"พี่เมฆ... จ้องขนาดนี้กินเข้าไปเลยสิคะ" เอพริลเอ่ยกระซิบเสียงพร่าพลางช้อนสายตามองอย่างท้าทาย
"ปากดีไปเถอะเอพริล... เดี๋ยวเธอก็รู้ว่าไฟที่เธอจุดไว้มันร้อนแค่ไหน"
ชายหนุ่มตอบขณะที่สมองพยายามสั่งให้หยุด แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการโถมเข้าหาความเย้ายวนตรงหน้า เขาโน้มใบหน้าลงไปฝังจุมพิตแผ่วเบาบนนวลเนื้อนุ่มนิ่ม ก่อนจะแกล้งขบไรฟันลงบนเนื้อผ้าบางเบาจนหญิงสาวสะดุ้งโหยงด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วกาย
"อ๊ะ! พี่เมฆ... ใจร้าย"
"ใจร้ายได้มากกว่านี้อีก... ถ้าเธอยังไม่หยุดยั่วพี่" เมฆเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยแววตากระหาย มือหนาบีบเคล้นสะโพกมนอย่างหนักหน่วง
"บอกมาสิ... ว่าเธออยากให้พี่ทำรอยไว้ตรงไหนอีก?"
"ทุกที่... ที่พี่อยากทำ"
คำพูดอวดดีของเด็กสาวทำเอาเมฆขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูด เขาไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าบทลงโทษของคนปากเก่งมันรุนแรงเพียงใด ริมฝีปากร้อนผ่าวเริ่มรุกรานจุดอ่อนไหวอย่างหนักหน่วง
ท่ามกลางสมรภูมิรักที่กำลังจะเผด็จศึก ปราการชิ้นสุดท้ายที่ปกปิดนวลเนื้อนางกำลังจะถูกมือหนารั้งให้พ้นทาง
ทว่า... เสียงแผดจ้าจากสมาร์ตโฟนบนโต๊ะข้างโซฟากลับดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เมฆจิ๊ปากอย่างขัดใจ ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดที่ถูกกระตุกสายเบรกอารมณ์กลางคัน
"หนู... หนูขอรับสายแป๊บค่ะพี่เมฆ เผื่อพ่อหรือแม่มีธุระ" เอพริลเอ่ยกระซิบเสียงสั่นพร่า ร่างกายเธอยังคงสั่นสะท้านจากสัมผัสที่เพิ่งถูกปลุกเร้า
เมฆไม่ยอมให้เธอขยับหนี เขาเอื้อมมือแกร่งไปคว้าโทรศัพท์มาดูเสียเอง แต่แล้วคิ้วเข้มก็ต้องขมวดมุ่นเมื่อเห็นชื่อหน้าจอ... 'พี่ริน'
เอพริลรับโทรศัพท์มาด้วยมือที่สั่นเทา เธอพยายามปรับโทนเสียงให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่สภาพตอนนี้แทบจะเปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างพี่เขย
"ค่ะ... พี่ริน"
"เอพริล ทำไมรับสายช้าจัง?" เสียงปลายสายดูร้อนรนเล็กน้อย "เออ... เห็นพี่เมฆบ้างไหม พี่โทรหาแล้วเขาไม่รับสายเลย ไม่รู้ออกไปกินเหล้ากับเพื่อนหรือเปล่า"
ในนาทีนั้น เมฆกลับไม่ได้หยุดมือตามที่ควรจะเป็น เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากพลางก้มลงซุกไซ้ความอวบอิ่มตรงหน้าอย่างจงใจแกล้ง เอพริลเบิกตาโหว่พลางถลึงตาใส่ร่างสูงที่กำลังยุ่มย่ามกับทรวงอกของเธอ แต่ดูเหมือนเมฆจะยิ่งสนุกที่เห็นเธอพยายามกั้นเสียงสะอื้น
"ไม่เห็น... อ๊ะ! ไม่เห็นเลยค่ะพี่ริน... อื้อ" หญิงสาวหลุดเสียงครางแผ่วออกมาจนต้องรีบเอามืออุดปาก
"เป็นอะไรน่ะเรา? ทำไมทำเสียงแบบนั้น?" ไอรินถามด้วยความสงสัย
"มะ... มดกัดค่ะพี่ริน! อื้อ... กัดเจ็บมากเลย" เอพริลตอบรัวเร็วพลางบิดกายเร่าเมื่อเรียวลิ้นร้อนของเมฆลากผ่านรอยแดงที่เขาเป็นคนฝากไว้ "แค่นี้ก่อนนะคะพี่ริน หนู... หนูจะไปทายาค่ะ!"
เธอกดวางสายทันทีที่พูดจบ ก่อนจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี
"พี่เมฆ! แกล้งหนูทำไมคะ ถ้าพี่รินจับได้จะทำยังไง!" เธอตวาดเสียงกระซิบพลางทุบไหล่กว้างแรง ๆ
"ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอ... ว่าอยากให้พี่ประทับตราไว้ทุกที่ เธอเป็นคนปลุกสันดานเถื่อนของพี่ออกมาเอง เพราะงั้นเธอต้องรับผิดชอบนะครับ ยัยตัวแสบ"
***