ตอนที่ 16 เอาคืน NC20+

1919 คำ
ตอนที่ 16  เอาคืน NC20+ "ผัวขา... มาใกล้ ๆ สิคะ ให้เมีย 'โม้ค' ให้หน่อย" ถ้อยคำลามกที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวที่เคยอ่อนหวานและเรียบร้อยดุจผ้าพับไว้อย่างไอริน ทำเอาเมฆถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความตกใจ ทว่าน้ำเสียงที่เธอจงใจเปล่งออกมานั้นกลับดังก้องกังวานไปทั่วโถงบ้าน ราวกับต้องการให้คลื่นเสียงนี้ทะลุผ่านบานประตูที่เปิดอ้าไว้ พุ่งตรงไปหาใครบางคนที่แอบฟังอยู่ข้างนอกนั่น และมันก็เป็นไปตามที่ไอรินต้องการ... ที่หน้าประตูห้องนอนที่เปิดทิ้งไว้ ร่างบางของเอพริลยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นที่สุมอก ฟันคมกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือดเพื่อสะกดกั้นเสียงสะอื้นและความไม่พอใจที่เห็นภาพบาดตาและได้ยินคำพูด ที่เธอเคยคิดว่าเป็นเอกสิทธิ์ของเธอเพียงผู้เดียว ปัง! เอพริลทนฟังต่อไม่ไหว เธอหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องตัวเองแล้วกระแทกประตูปิดเสียงดังสนิทราวกับจะประกาศสงคราม เมฆสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงประตูที่แฝงไปด้วยความประชดประชันอย่างรุนแรง สีหน้าฉายชัดด้วยความกังวล ทว่ายามนี้เขาทำได้เพียงแค่ปล่อยผ่านไปก่อน เพราะ 'เมียหลวง' ตรงหน้ากำลังรุกรานเขาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจนน่าขนลุก ไอรินยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อได้ยินเสียงประตูกระแทกปิดลง เธอจงใจโน้มตัวลงไปหาชายหนุ่มอย่างจาบจ้วง สายตาที่เคยมองสามีด้วยความรัก บัดนี้กลับฉายแววเยาะเย้ยและว่างเปล่า ‘ของที่ขโมยคนอื่นมา มันไม่มีวันมีรสชาติหอมหวานได้ตลอดไปหรอก!’ เมฆที่ติดอยู่ในบ่วงของไอรินทำได้เพียงตอบรับสัมผัสที่รุนแรงและเยือกเย็นนั้นไปอย่างขัดไม่ได้ โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้ความรัญจวนใจที่ภรรยายัดเยียดให้... มันคือการเตรียมพร้อมสำหรับการเช็กบิลครั้งใหญ่ที่กำลังจะตามมา หลังจากทริปทะเลที่แสนวุ่นวายจบลง เมฆก็พยายามสวมบทบาทสามีแสนดีอย่างเต็มที่ เขาพาไอรินไปชอปปิ้ง ซื้อทุกอย่างที่เธอต้องการเพื่อหวังจะถมช่องว่างความไม่สบายใจที่เขาสังเกตเห็น ตั้งแต่วันนั้นเมฆก็ไม่เอ่ยชื่อเอพริลออกมาให้ระคายหูภรรยาอีกเลย แม้ลึก ๆ ในใจจะถวิลหาบทรักที่เร่าร้อนของน้องเมียจนแทบคลั่งก็ตาม ทว่า... วันที่ต้องกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อตาแม่ยายก็เวียนมาถึงจนได้ ข้าวของพะรุงพะรังที่ชอปปิ้งมาถูกจัดเตรียมเป็นของฝากสำหรับทุกคน รวมถึง 'ของกำนัล' ชิ้นพิเศษสำหรับเอพริลด้วย บรรยากาศในห้องรับแขกดูเหมือนจะอบอุ่น พ่อและแม่ต่างยิ้มแย้มถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอย่างมีความสุข มีเพียงเอพริลคนเดียวที่นั่งหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตฉายแววน้อยใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นเมฆทำตัวห่างเหินและเฉยชาใส่เธอราวกับคนไม่เคยลึกซึ้งกันมาก่อน "นี่จ้ะเอพริล... พี่กับพี่เมฆเลือกชุดนี้มาฝากเรา เห็นว่าสีมันเหมาะกับเราดีนะ" ไอรินเอ่ยพร้อมยื่นถุงกระดาษแบรนด์หรูให้พลางลอบมองปฏิกิริยาของน้องสาวด้วยสายตาเรียบนิ่ง "ขอบคุณค่ะ..." เอพริลรับมาส่ง ๆ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองพี่เขยที่นั่งฝั่งตรงข้าม "ชอบไหมเอพริล? พี่เมฆเขาตั้งใจเลือกให้เราเชียวนะ เห็นบอกว่าแบบนี้วัยรุ่นเขากำลังฮิต" ไอรินจงใจเน้นคำว่าพี่เมฆตั้งใจเลือกเพื่อรอดูอาการวัวสันหลังหวะของสามี "ก็ดีค่ะ... แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ คนให้น่าจะพูดอะไรกับหนูบ้างนะคะ ไม่ใช่เอาแต่เงียบเหมือนคนไม่รู้จักกัน" เอพริลสวนกลับด้วยน้ำเสียงสะบัดสะบิ้งตามประสาเด็กวัย 21 ที่ประสบการณ์ชีวิตยังน้อยนัก เธอคุมอารมณ์ไม่อยู่จนเผลอปล่อยความอึดอัดออกมาต่อหน้าทุกคน เมฆถึงกับสะดุ้งโหยง รีบกระแอมไอแก้เก้อพลางหลบสายตา "เอ่อ... ก็เห็นเรายุ่ง ๆ พี่เลยไม่อยากกวนน่ะ" "เหรอคะ... หนูรึก็นึกว่าพี่เมฆลืมไปหมดแล้วว่าหนูมีตัวตนอยู่ตรงนี้" คำพูดกึ่งประชดกึ่งทวงถามของเอพริลทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ไอรินเพียงแต่ยกยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก เธอไม่ได้โกรธเคืองที่น้องสาวแผลงฤทธิ์ แต่กลับสะใจที่เห็นความลนลานของสามี ไอรินจ้องความสั่นเทาของน้องสาวด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิงในอก แม้เธอจะแค้นที่ถูกหักหลัง แต่พอเห็นสีหน้าซีดเผือดและดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาของเอพริล สัญชาตญาณความเป็นพี่ก็ทำให้เธออดที่จะนึกสงสารขึ้นมาไม่ได้ "เอพริล..." ไอรินลองเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงพลางจะขยับเข้าไปใกล้ ทว่าอีกฝ่ายกลับทำเพียงเม้มริมฝีปากแน่น สะบัดหน้าหนีแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าห้องนอนทันที ทิ้งให้บรรยากาศในห้องรับแขกจมดิ่งสู่ความเงียบงันที่น่ากระอักกระอ่วน เมฆที่นั่งอยู่อีกฝั่งถึงกับเหงื่อซึมที่ขมับ เขาพยายามทำตัวให้กลืนหายไปกับโซฟา ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยาหรือพ่อตาแม่ยาย สถานการณ์ในตอนนี้มันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ทุกคนต่างรู้ดีว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่กลับไม่มีใครกล้าพอที่จะเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา "น้องคงจะเพลีย ๆ น่ะค่ะแม่ ช่วงนี้เห็นบ่นว่านอนไม่ค่อยหลับ" ไอรินหันไปปั้นหน้ายิ้มบอกผู้เป็นแม่เพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียด ทั้งที่ในใจเธอรู้ดีว่าที่เอพริลนอนไม่หลับ... มันเป็นเพราะพิษรักจากสามีเธอนั่นแหละ "งั้นเหรอ... ฝากดูน้องหน่อยนะริน เอพริลเขายังเด็ก บางทีก็ทำตัวเอาแต่ใจไปบ้าง" แม่เอ่ยด้วยความเป็นห่วงโดยไม่รู้เลยว่าความเอาแต่ใจของลูกสาวคนเล็กนั่นมันแปรไปอีกความหมาย ไอรินพยักหน้ารับคำเบา ๆ สายตาที่เธอมองไปยังประตูห้องนอนของน้องสาวนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เวลาล่วงเลยผ่านไปราวครึ่งเดือน เมฆและไอรินก็กลับมาเยี่ยมบ้านพ่อตาแม่ยายอีกครั้ง ทว่าวันนี้โชคชะตาช่างเล่นตลก เมื่อบุพการีทั้งสองออกไปทำธุระข้างนอก ทิ้งให้ภายในบ้านมีเพียงเสียงโทรทัศน์ที่ดังคลอไปกับบรรยากาศที่แสนอึดอัด เอพริลจำใจต้องก้าวออกจากห้องนอนส่วนตัวเพราะความหิวที่ประท้วงเนื่องจากเลยเที่ยงวันมานานแล้ว ทันทีที่เท้าแตะพื้นโถงกลางบ้าน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบกระชาก เมฆและไอรินกำลังนั่งโอบกอดกันอยู่บนโซฟา ดูรายการโทรทัศน์กันอย่างกะหนุงกะหนิงราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ภาพความรักที่ 'ถูกต้อง' ของพี่สาวกับสามี ทำให้ใบหน้าน่ารักงอง้ำด้วยความริษยา ความอยากอาหารลดหายไปกว่าครึ่ง ทว่าเธอก็ต้องฝืนเดินเข้าไปในครัวเพื่อตักข้าวอยู่ดี "ฮึก..." น้ำตาอุ่นร้อนร่วงเผาะลงบนจานข้าว ความอิจฉาตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอเกลียดตัวเองที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพ 'ชู้รัก' ที่ไร้ตัวตน เกลียดที่ต้องแอบมองเขาสัมผัสคนอื่นอย่างเปิดเผย เอพริลรีบตักข้าวใส่จานแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับเข้าห้องนอนไปซ่อนตัวจากภาพบาดตาเหล่านั้น ตามกฎของบ้าน... เมื่ออิ่มแล้วต้องนำจานไปเก็บทันที มิเช่นนั้นจะโดนพ่อแม่ดุเอาได้ แต่ในยามนี้เจ้าของใบหน้าสวยกลับลังเลใจเหลือเกิน เธอไม่อยากก้าวออกไปเห็นภาพบาดตาซ้ำสอง แต่ลึก ๆ ในใจ... ส่วนที่โง่เขลาที่สุดของหัวใจกลับเรียกร้องอยากจะเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นอีกสักครั้ง "เฮ้อ..." หญิงสาวถอนหายใจยาวพลางปาดน้ำตา ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องทำทีเป็นนำจานไปเก็บในครัว สายตาเจ้ากรรมกลับกวาดมองหาแผ่นหลังกว้างของเมฆอย่างช่วยไม่ได้ หวังเพียงได้รับเศษเสี้ยวความสนใจจากเขาบ้าง... แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่เธอกำลังทำ คือการกรีดแผลใจของตัวเองให้ลึกกว่าเดิมก็ตาม ไอรินมองตามเงาของน้องสาวที่เดินเลี่ยงเข้าครัวไปด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ความไม่เป็นมิตรที่เอพริลแสดงออกมาไม่ได้ทำให้เธอโกรธเท่ากับความสังหรณ์ใจบางอย่าง สุดท้ายสัญชาตญาณพี่สาวก็ข่มความระแวงไว้มิด เธอตัดสินใจเดินตามเข้าไปในครัวเพื่อดูให้เห็นกับตา ภาพที่เห็นคือแผ่นหลังบางของเอพริลที่กำลังยืนล้างจาน ทว่าร่างกายกลับสั่นเทาจนน่ากลัว เสียงสะอื้นไห้ที่ดังลอดออกมาบ่งบอกว่าเด็กสาวกำลังพังทลายอย่างหนักจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง "เอพริล... เป็นอะไร" คำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงใยทำเอาคนถูกทักสะดุ้งสุดตัว ไอรินมองน้องสาวด้วยสายตาที่สั่นไหว เธอพอจะเดาสาเหตุออกทั้งหมด และนั่นยิ่งทำให้เธอนึกสงสารน้องสาวจับใจที่ต้องมาตกอยู่ในวังวนที่สามีเธอเป็นคนขุดหลุมล่อไว้ "ปะ... เปล่าค่ะ" เอพริลตอบเสียงสั่นเครือพลางใช้มือที่ยังเปื้อนฟองน้ำยาล้างจานป้ายน้ำตาออกอย่างลนลาน สารเคมีที่เข้าตายิ่งทำให้ความแสบร้อนพลุ่งพล่านไปทั่วใบหน้า "ไหวไหมเอพริล... เอ้า" ไอรินรีบดึงทิชชู่ออกมาส่งให้เมื่อเห็นน้องสาวเผลอขยี้ตาจนแดงก่ำ "ไม่เป็นไรค่ะ!" เด็กสาวสะอื้นไห้โฮต่อหน้าพี่สาวอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอรีบจัดการล้างมือแล้ววิ่งถลาออกมาจากครัว ทว่าในจังหวะนั้นเอง... 'เมฆ' กลับเดินสวนเข้ามาเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งคู่ประจันหน้ากันอย่างจังในระยะประชิด เอพริลชะงักงัน เธอช้อนดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่จุกจนพูดไม่ออก ความรักที่ผิดบาป ความโหยหา และความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยประดังประเดเข้ามาจนเธออยากจะหายไปจากตรงนี้ วิธีเดียวที่จะรอดคือต้องลืมเขาให้เร็วที่สุด เธอจึงสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเข้าห้องนอนไปทันที ทิ้งให้เมฆยืนมองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ไอรินก้าวตามออกมาจากครัว สายตาที่เคยมองน้องสาวด้วยความสงสาร บัดนี้ตวัดกลับมามองสามีด้วยความดุดัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นปมแน่นอย่างคาดโทษที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวต้องร้าวราน เธอเมินเฉยต่อสีหน้าของเมฆ แล้วมุ่งตรงไปเคาะประตูห้องของเอพริลทันที "เอพริล... เปิดประตูให้พี่หน่อย พี่มีเรื่องจะคุยด้วย" ***
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม