ตอนที่ 21
เอาใจคนพี่
ย่ำรุ่งแถบชานเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา อากาศที่เย็นจัดทำเอาคนตัวเล็กในอ้อมกอดขยับกายเข้าหาความอบอุ่นจากแผ่นอกกว้างของ ‘สามีพี่สาว’ อย่างลืมตัว เมฆก้มลงจูบหน้าผากมนด้วยความรักระคนหลงใหลในเรือนร่างที่เขาสั่งสอนจนบอบช้ำมาทั้งคืน เขาขยับลุกจากเตียงอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้เอพริลตื่นจากการพักผ่อนที่เธอควรได้รับ
ชายหนุ่มขับรถออกไปร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ เลือกหยิบของกินของใช้ที่เอพริลชอบจนพะรุงพะรังเต็มสองมือ หวังจะใช้ความใส่ใจนี้ลบรอยความป่าเถื่อนที่เขาทำลงไป
ทว่าทันทีที่กลับเข้าห้อง เสียงน้ำจากฝักบัวก็บ่งบอกว่าแม่ตัวดีตื่นขึ้นมาเตรียมตัวกลับบ้านเสียแล้ว
ระหว่างที่นั่งรอเอพริลอาบน้ำอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาเมฆต้องลอบกลืนน้ำลาย
“ฮัลโหล... ว่าไงครับที่รัก” เขากดรับสายพลางกรอกเสียงให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ที่รักคะ... ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน” น้ำเสียงของไอรินเรียบสนิทจนน่าใจหาย เธอรู้ดีอยู่เต็มอกว่าสามีอยู่กับน้องสาว แต่ก็ไม่คิดว่าจะอยู่กันทั้งคืนแบบนี้
“เอ่อ... ผมอยู่ที่โรงแรมแถวชานเมืองน่ะครับ พอดีมันดึกแล้วเลยแวะพัก” เมฆโป้ปดคำโตทั้งที่รู้ว่าภรรยาอาจจะไม่เชื่อ
“งั้นเหรอคะ... แล้วจะกลับหรือยัง”
ไอรินยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้อย่างน่าประหลาด เธอเบื่อที่จะโวยวายหรือร้องไห้ฟูมฟาย เพราะในเมื่อคนหนึ่งก็ผัว อีกคนก็น้อง การโวยวายไปก็มีแต่จะทำให้ตัวเองดูแย่
“อีกสักแป๊บผมก็จะออกไปแล้วครับ”
“งั้นเหรอคะ... งั้นก็ขับรถระวังด้วยนะคะ”
หลังจากวางสายจากภรรยา เมฆก็สะบัดความกังวลทิ้งไปอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกลับไปโฟกัสอยู่ที่ร่างบางที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ เอพริลในชุดผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่พันกายหมิ่นเหม่ ช่างดูยั่วยวนจนเขาอยากจะดึงเธอกลับขึ้นเตียงอีกสักรอบ
“จะใส่เข้ามาไม่ได้นะคะ! หนูก็เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้เอง อย่ามาทำเลอะเทอะ” เอพริลเอ่ยดักคอพลางเดินเลี่ยงไปหยิบชุดเก่งขึ้นมาใส่ เธอรู้ทันความคิดหิวโหยในดวงตาของเขาดี
“เฮ้อ...” เมฆถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย แต่ก็ต้องยอมจำนนต่อคำสั่งของแม่ตัวดี เขาได้แต่นั่งมองแผ่นหลังเนียนละเอียดนั้นด้วยความหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
หลังจากจัดการอาหารเช้าที่เมฆซื้อมาฝากจนอิ่มหนำ ทั้งคู่ก็ออกเดินทางกลับสู่โลกแห่งความจริง เมฆขับรถมาส่งเอพริลที่บ้านของพ่อตาแม่ยาย บรรยากาศในรถตอนลาจากเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ที่ปิดไม่มิด
“ไว้เจอกันนะเด็กดี... ห้ามเกเรล่ะ” เมฆเอ่ยเสียงดุพลางทำหน้าตาถมึงทึงใส่เพื่อข่มขวัญไม่ให้เธอไปยุ่งกับไอ้หนุ่มคนไหนอีก
“ก็ไม่รู้สินะคะ... ถ้าพี่หายไปนาน ๆ หนูก็คงอดเกเรไม่ได้หรอก”
เอพริลตอบกึ่งประชดพลางลอยหน้าลอยตายียวนใส่เขา รอยยิ้มท้าทายนั้นทำให้เมฆถึงกับหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
"พี่โอนเงินเข้าบัญชีไว้ให้ใช้แล้วนะเอพริล! เพราะฉะนั้น... อย่าดื้อกับพี่อีกล่ะ!"
เมฆตะโกนไล่หลังร่างบางที่กำลังก้าวลงจากรถพร้อมรอยยิ้มกริ่ม เขาพยายามใช้ความเป็นผู้ใหญ่สายเปย์เข้าสู้ เพื่อมัดใจเธอไม่ให้เตลิดไปหาหนุ่มหน้าไหนในช่วงที่เขาไม่อยู่
“ไม่รับปากค่ะ!”
เอพริลหันกลับมาตะโกนตอบเสียงใส ใบหน้าที่เคยเปื้อนคราบน้ำตาเมื่อคืนบัดนี้กลับมาสดใสและดูผ่อนคลายลงมากจนน่าตกใจ
เธอโบกมือหย็อย ๆ อย่างยียวนก่อนจะวิ่งเข้าบ้านไป ทิ้งให้เมฆมองตามด้วยหัวใจที่พองโต...
ทว่า... ทันทีที่แผ่นหลังของน้องเมียลับสายตา ความกังวลเรื่องไอรินก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอก เมฆรีบเหยียบคันเร่งซิ่งรถมุ่งตรงกลับบ้านทันที
เมฆก้าวเข้าบ้านมาด้วยความประหม่าที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้ม ทันทีที่เห็นไอรินจัดโต๊ะอาหารรออยู่พร้อมกับเมนูโปรดของเขาทั้งนั้น หัวใจก็พองโตทันที
“น่าอร่อยจังเลยครับเมีย” เขาปรี่เข้าไปสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง พลางกดจมูกหอมแก้มซ้ายขวาฟอดใหญ่ด้วยความรัก
“กลับมาแล้วเหรอคะที่รัก” ไอรินทักทายสามีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส รอยยิ้มของเธอนั้นดูละมุนและเต็มไปด้วยความจริงใจ
“อื้อ... พอแล้วค่ะที่รัก ไปล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะ”
“คร้าบ ๆ เมียสั่งทั้งที”
ทั้งสองนั่งทานอาหารกันไปตามปกติ บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเรื่องราวในวันทำงานสลับกับเสียงหัวเราะเบา ๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นของคู่สามีภรรยาที่อยู่กันมานานและผ่านจุดที่ลำบากใจที่สุดมาแล้ว
“ที่รัก... อาหารไม่อร่อยเหรอครับ?” เมฆถามขึ้นเมื่อเห็นไอรินทานไปได้ครู่หนึ่งแล้ววางช้อนลง
ไอรินไม่ได้มีท่าทีเย็นชาอย่างที่เขาคิด เธอเพียงแค่ขยับตัวนั่งในท่าที่สบายขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามถึงน้องสาวคนเล็กด้วยความห่วงใยตามประสาพี่สาว
“นั่นสิคะ... แล้วเอพริลล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง?”
เมฆชะงักไปเล็กน้อยด้วยความเคยชินที่ต้องหลบซ่อน แต่พอเห็นสายตาที่ว่างเปล่าจากความริษยาของไอริน เขาก็เริ่มคลายความกังวลลง
“อะ... เอ่อ... ก็สบายดีนะครับ ดูเขาสดใสขึ้นเยอะเลยที่ได้ออกไปเจอเพื่อนใหม่ ๆ” เมฆตอบพลางสังเกตปฏิกิริยาภรรยา แม้เขาจะยังมีความประหม่าอยู่บ้าง แต่ความนิ่งเฉยที่เต็มไปด้วยความเมตตาของไอรินก็ทำให้เขากล้าพูดความจริงมากขึ้น
“งั้นเหรอคะ... งั้นก็ดีแล้วค่ะ รินก็ค่อยยังชั่วที่น้องไม่เตลิดไปไหน” ไอรินตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“ว่าแต่... หายไปทั้งคืนเลยน้าาาา”
หญิงสาวเอ่ยลอย ๆ พร้อมกับปรายสายตามองสามีด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำเอาเมฆถึงกับใจแกว่งรีบขยับเข้าไปใกล้ทันที
“เมียครับ... ไม่งอนนะคนดี” เมฆออดอ้อนเสียงหวาน เขาหยั่งรู้ถึงอาการของภรรยาได้ดี เพราะถึงเขาจะหลงเอพริลแค่ไหน แต่ความรักที่เขามีให้ไอรินนั้นมันคือความผูกพันที่หยั่งรากลึกจนตัดไม่ขาด
“ไม่ได้งอนสักหน่อยค่ะ” ไอรินตอบพลางตักอาหารเข้าปาก ทำทีเป็นไม่สนใจ
“มองยังไงก็รู้ว่างอนครับ หน้าบึ้งแบบนี้ต้องง้อด่วนเลย”
“งั้นเหรอคะ... ถ้างั้นก็มาง้อสิคะ”
ท่าทีกระเง้ากระงอดประสาผู้หญิงที่รู้แต้มต่อของตัวเองทำให้ไอรินดูน่ารักจนใจของเมฆเต้นรัวไม่แพ้ตอนอยู่กับเอพริลเลยสักนิด เมฆเสือร้ายยิ้มกริ่มในใจที่เมียหลวงเปิดโอกาสให้เขาทำคะแนนคืน
“ง้อเมียนี่... มันต้องง้อด้วยอะไรดีนะ?” พูดจบเขาก็รวบเอวบางแล้วอุ้มไอรินขึ้นในท่าเจ้าหญิงทันที ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจระคนขำของภรรยา
“อยากจะง้อ... ก็ต้องลีลาเด็ดพอตัวนะคะ ไม่อย่างนั้นรินไม่หายโกรธจริง ๆ ด้วย” ไอรินเอ่ยท้าทายพลางเชิดหน้าหนีไปอีกทางอย่างยั่วยวน
“ผมเคยทำให้ที่รักผิดหวังเหรอครับ?”
เมฆยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันแรงกล้า เขาอุ้มคนตัวเล็กมุ่งหน้าตรงไปยังห้องนอนใหญ่ทันที เพื่อบรรเลงเพลงรักที่คุ้นเคยและเพื่อยืนยันว่าไม่ว่าข้างนอกเขาจะไปซนที่ไหน แต่ในบ้านหลังนี้... ไอรินคือที่หนึ่งเสมอ
***