bc

Something Hot เมียเด็กมันยั่ว

book_age18+
583
ติดตาม
7.2K
อ่าน
วันไนท์สแตนด์
จบสุข
รักต่างวัย
มาเฟีย
เบาสมอง
วิทยาลัย
friends with benefits
like
intro-logo
คำนิยม

"อยากได้...และจะต้องเอาให้ได้ด้วยสิ ทำยังไงดีคะ พี่พอร์ชทำเจนิสว้าวุ่นไปหมดแล้ว"

ตัวอย่าง :

ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวไปนอนทาบทับกันบนเตียง ริมฝีปากสองคู่ยังคงบดเบียดแนบชิดไม่ผละห่างไปไหน ไม่นาน เขาก็ละริมฝีปากออกมาสบตาปรือปรอยของสาวน้อยใต้ร่าง กรามแกร่งขบแน่นก่อนจะพรั่งพรูลมหายใจออกมาแล้วโน้มลงบดจูบเธอด้วยสัมผัสเร่าร้อนจนเธอหัวหมุนเคว้ง หูอื้ออึง ได้ยินเพียงเสียงริมฝีปากต้องกระทบกันผ่านของเหลวฟังดูเฉอะแฉะลามกและเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของเขาเท่านั้น

จูบแรกของเธอ ทำเอาหัวใจดวงน้อยจะวายตายเสียให้ได้

มือใหญ่ร้อนผ่าวลูบไล้ไปทั่วกายบาง ผิวพรรณขาวผ่องนุ่มเนียนลื่นมือทำเอาใจสั่น ก่อนจะวกมือกลับมาบีบขยำความอวบอิ่มที่ตั้งเต้าตูมเด้งสู้มือจนเผลอส่งเสียงครางฮือในลำคอ

"อืม"

"อ๊ะ พี่พอร์ช..."

คนไม่เคยต้องมือชายตกใจกับสัมผัสวาบหวามที่ทำเอาสั่นระริกยันปลายเท้า หน้าท้องแบนราบขมวดเกร็ง ความสาวขับของเหลวออกมาจนลื่นไปหมด

แต่เสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีชมพูทำเขาได้สติ จึงละมือออกมาจากความครัดเคร่ง ดึงชายเสื้อให้คลุมต้นขาเธอเอาไว้แล้วค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างแสนเสียดาย

ดวงตากลมโตไหวระริกมองสบกับเขาด้วยความสับสน เห็นเขากัดกรามจนสันขึ้นนูน ดวงตาคู่นั้นร้อนแรงจนแทบแผดเผาเธอให้มอดไหม้เป็นจุณ แต่อยู่ ๆ มันก็วาบลึกดำมืดไร้จุดสิ้นสุด

"พอไหม"

"คะ?"

"แค่นี้พอไหม"

ถามพร้อมพลิกตัวลงนอนหงาย มือเอื้อมคว้าร่างบางมากอดแนบอกเหมือนทุกคืนท่ามกลางความงุนงงของเธอที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าทำไมเขาถึงไม่ทำต่อ ทั้งที่ดูมีอารมณ์กับเธอไม่ใช่น้อย

"พี่พอร์ชพอแล้วเหรอคะ"

"อืม พอแล้ว"

"ตะ แต่เจนิสยัง..."

"ไม่ได้"

"เจนิสยังไม่ได้พูดเลย ปฏิเสธอีกแล้ว"

"พี่จะไม่มีอะไรกับเธอ แค่จูบก็น่าจะพอแล้วนะ"

"ตะ แต่เมื่อกี้พี่ยังดูมีอารมณ์มาก ๆ อยู่เลย"

"เธอต่างหากที่ดูมีอารมณ์มาก ถ้าทนไม่ไหวก็กลับห้องไปช่วยตัวเอง ดิลโด้อันโปรดของเธอคงช่วยได้"

เขาคลายอ้อมกอดให้เธอกลับห้องเพราะตอนนี้หัวใจเขามันก็ยังคงเต้นกระหน่ำคร่อมจังหวะ กลัวเหลือเกินว่าจะทนไม่ได้เอาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง

"เจนิสไม่ได้เอามา พี่พอร์ชไม่คิดจะช่วยกันหน่อยหรือคะ ก็พี่พอร์ชเป็นคนทำเจนิสเป็นแบบนี้"

เธอเบียดกายเข้าหา จับมือใหญ่มาวางบนบั้นท้ายกลมกลึงไร้ซึ่งกางเกงชั้นในปกปิดอย่างที่เขาคิดไม่มีผิด ทำชายหนุ่มผู้มีเลือดเนื้อกัดกรามแน่น

"เจนิส อย่าแม้แต่จะคิด"

"รู้เหรอคะว่าเจนิสคิดอะไร"

"เลิกถามเลิกเซ้าซี้ แล้วก็นอน"

มือเล็กที่วางบนมือใหญ่บังคับให้เขาบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึงช้า ๆ พร้อมเธอที่เงยหน้าสบตาเพื่อยั่วยวน

"อย่าคิดว่าใช้ไม้นี้แล้วจะมาเรียกร้องให้พี่รับผิดชอบเธอนะเจนิส เธอเข้ามาหาพี่ถึงห้องเอง"

"คืนนี้...เจนิสให้ฟรีค่ะ ไม่ต้องรับผิดชอบ"

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 สตอล์กเกอร์
แสงสีวิบวับจนแสบตาพร้อมกับการร้องและเต้นอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตของศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปที่โด่งดังเป็นอันดับหนึ่งของไทย เจนิส เจณิสตา สาวสวยสุดเย้ายวนวัยยี่สิบสองปีในเสื้อสายเดี่ยวเอวลอยสีดำกางเกงขาสั้นเอวต่ำแต่งขนสัตว์เทียมสีขาวตรงเอว สวมรองเท้าส้นสูงบูทยาวถึงหัวเข่า กำลังโยกย้ายร่างกายตามจังหวะอย่างเซ็กซี่สวยงามและโดดเด่นที่สุดในจำนวนศิลปินทั้งห้าคน เรียกเสียงกรีดร้องของเหล่าแฟนคลับที่คลั่งไคล้และติดตามคอยสนับสนุนในทุกที่ที่เดินทางไปเล่นคอนเสิร์ต เพลงสุดท้ายจบลงอย่างงดงามสมฐานะเกิร์ลกรุ๊ปคุณภาพเยี่ยมทั้งเสียงร้องและการเต้น ไฟบนเวทีดับพรึบ พร้อมเสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม ก่อนนักร้องสาวสวยทั้งห้าคนจะพากันเดินลงจากเวที “เหนื่อยกันหน่อยนะเด็ก ๆ ขอบคุณมาก ๆ งานนี้ก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ” ปุ๊กกี้ ผู้จัดการศิลปินส่งน้ำให้สาว ๆ คนละขวด ก่อนจะพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาขึ้นรถตู้คันหรูโดยมีบอดี้การ์ดเดินตามมาส่งขึ้นรถเป็นพรวน “เจนิส ถึงคอนโดหนูแล้ว” ปุ๊กกี้ปลุกคนที่นั่งหลับมาตลอดทางด้วยความเพลียเมื่อรถตู้มาจอดเทียบทางขึ้นคอนโดมิเนียมสุดหรูราคาแพง “ขอบคุณมากค่ะพี่ปุ๊กกี้ เจอกันพรุ่งนี้นะเพื่อน ๆ” ห้าสาวโบกไม้โบกมือลา แม้แต่ละคนจะเพลียจนแทบลืมตาไม่ขึ้นแล้วก็ตาม แต่พรุ่งนี้ก็ยังต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปซ้อมเต้นเพลงใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ประตูรถตู้แบบอัตโนมัติปิดลงพร้อมกับนักร้องสาวที่เดินเข้าไปกดเรียกลิฟต์ ไม่นานประตูลิฟต์ชั้นที่มีห้องพักราคาแพงที่สุดของตึกก็เปิดออก คนที่แทบไม่มีแรงหลงเหลือแล้วจึงรีบสาวเท้าออกเดินทันที อยู่ ๆ เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอก็หยุดลง คนตัวบางสุดเย้ายวนด้วยวัยสาวหันกลับไปมองเมื่อสัมผัสได้ว่าเสียงที่ดังกระทบพื้นนั้นไม่ได้มีเพียงรองเท้าของตัวเองคู่เดียว แต่ตลอดความยาวของโถงทางเดินไปยังหน้าลิฟต์ที่ถูกเรียกลงไปชั้นล่างแล้วกลับว่างเปล่าด้วยความปลอดภัยระดับคอนโดมิเนียมหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยาที่แม้แต่แมลงวันสักตัวยังบินเข้ามาไม่ได้ถ้าไม่มีคีย์การ์ด เธอกวาดตามองไปจนทั่วโถงทางเดินชั้นนั้นอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะถอนหายใจเมื่อคิดว่าตัวเองทำงานหนักและพักผ่อนน้อยจนหูแว่ว “เฮ้อ นี่เราอาการหนักขนาดนี้เลยเหรอ” พึมพำกับตัวเองเสร็จก็หมุนตัวกลับพร้อมออกเดิน มือควานหาคีย์การ์ดในกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมคอลเล็กชันล่าสุดแล้วเปิดประตูเข้าห้องของตัวเอง อีกนิดที่ประตูกำลังจะปิดก็ถูกผลักพรวดเข้ามาพร้อมชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ใส่เสื้อผ้ามิดชิดและมีหมวกปิดบังใบหน้า นักร้องสาวตกใจเบิกตากว้าง ก่อนร้องตะโกนเสียงดัง “แกเข้ามาทำไม ช่วยด้วย ช่วย...” ชายหนุ่มก้าวพรวดก็ถึงตัว เขาใช้มืออุดปาก บังคับพาเธอเดินไปล้มลงทับกันบนโซฟาตัวยาว ก่อนจะปล้ำจูบซอกคอหอมอย่างกักขฬะทำคนตัวบางตกใจจนแทบช็อก แต่ความรู้สึกสะอิดสะเอียนมีมากกว่า “กรี๊ด ไอ้บ้า ปล่อยนะ ไอ้ชั่ว” เจณิสตากรีดร้องพร้อมมือเล็กที่ระดมทุบตี แต่เพียงครู่เดียวก็ต้องหยุดลงเมื่อชายร่างใหญ่ตวัดฝ่ามือฟาดใบหน้าสวยจนบวมช้ำทันตา สาวน้อยวัยเพียงยี่สิบสองปีที่เพิ่งก้าวพ้นรั้วมหาวิทยาลัยมาหมาด ๆ หลับตาลงอย่างอ่อนล้า น้ำตาไหลลงอาบแก้ม แต่มือเล็กที่ถูกจับขึงพืดเหนือศีรษะกลับค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบแจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างกัน “โอ๊ย...” แจกันแก้วราคาแพงแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ พร้อมกับชายหนุ่มเหนือร่างที่ชะงักยกมือกุมหัว เป็นการเปิดโอกาสให้เธอผลักเขาสุดแรงแล้ววิ่งหนีออกจากห้อง โชคดีเหลือเกินที่นักศึกษาชายห้องตรงข้ามกันกำลังเดินออกจากลิฟต์มาพอดี “ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ” “มีอะไรครับ” สภาพนักร้องสาวที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ใบหน้าบวมช้ำอาบไปด้วยน้ำตาจนเครื่องสำอางเลอะเทอะ และเท้าที่ไม่ได้สวมใส่รองเท้าทำชายหนุ่มรีบวิ่งไปหาแล้วรับร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดได้ทันก่อนที่เธอจะล้มลง “ในห้อง มีโจร...” พูดได้เพียงเท่านั้นสติสัมปชัญญะของเธอก็ดับวูบลงไป “เกิดเรื่องน่าตกใจขึ้นกับวงการบันเทิงบ้านเราอีกแล้วค่ะ เมื่อเจนิส นักร้องสาวเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง วง Dolly Eyes ถูกสตอล์กเกอร์สะกดรอยตามจนถึงคอนโดมิเนียม ตำรวจสอบสวนให้การว่าผู้ต้องหาหลงรักเจนิสมากจนทนไม่ไหว สารภาพหมดเปลือกเลยว่าแอบสะกดรอยตามมาหลายวันจนรู้ว่าเจนิสอยู่ที่คอนโดอะไร ห้องไหน และสุดท้ายก็หาทางจนขึ้นไปซ่อนอยู่ที่บันไดหนีไฟถึงสิบหกชั่วโมง เขารอจนเจนิสกลับห้องหลังจากเล่นคอนเสิร์ตจบ โชคดีที่เจนิสเอาแจกันฟาดหัวจนสตอล์กเกอร์หัวแตก เลยวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้ทัน ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจนิสบ้าง ตอนนี้เจนิสยังอยู่ที่โรงพยาบาล น้องมีอาการตกใจอย่างมาก และยังไม่พร้อมให้ใครเข้าเยี่ยม ยังไงเรามาช่วยกันส่งกำลังใจให้น้องเจนิสหายเร็ว ๆ กลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิมนะคะ” หน้าจอโทรทัศน์ในห้องพักของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังดับลง เจณิสตาวางรีโมตแล้วถอนหายใจ ตั้งแต่วันนั้นเธอยังตกใจไม่หาย ไม่พร้อมให้คนนอกเข้ามาเยี่ยมนอกจากเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่ที่มาอยู่ดูแลเธอตั้งแต่วันแรกที่นอนโรงพยาบาล จนตอนนี้พ่อแม่ของเธอเพิ่งเดินทางมาถึงจากต่างประเทศ “อย่าไปดูมันอีกเลยนะลูก ตอนนี้ตำรวจจับได้แล้ว มันติดคุกยาวแน่” จริญญา ผู้เป็นมารดาโอบกอดลูกสาวแนบอก คนเป็นพ่อจึงเดินเข้ามาสวมกอดให้กำลังใจลูกสาวคนเล็กที่หวงแหนราวไข่ในหินบ้าง “พ่อไม่ให้เจนิสอยู่ที่นี่อีกแล้ว ขนาดซื้อคอนโดราคาเป็นสิบล้านให้อยู่ ยังไม่ปลอดภัยเลย” ปฐวี กัดกรามแน่น อยากจะกระทืบคนที่แอบเข้ามาทำร้ายลูกสาวเขาให้จมดิน แต่ก็ไม่อาจทำได้ “พ่อจะให้เจนิสเปลี่ยนคอนโดเหรอคะ” “เปล่า พ่อจะขายทิ้งแล้วพาเจนิสกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมต่างหาก เจนิสต้องออกจากวงทันที” “ไม่นะคะ เจนิสเพิ่งได้ออกอัลบั้มแรกเอง เหลือสัญญาอีกตั้งหนึ่งปี แล้วทางค่ายก็จะให้เซ็นสัญญาฉบับที่สองต่ออีกห้าปีด้วย พ่อก็รู้ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้มันไม่ง่ายเลย เจนิสซ้อมหนักมาก ๆ เจนิสทำตามสัญญาได้แล้ว ทั้งเรียนทั้งทำงานพร้อมกันโดยที่ไม่เสียการเรียนสักนิด” การเป็นนักร้องคือความฝันของเด็กผู้หญิงที่ไปเติบโตในต่างประเทศ เนื่องจากพ่อแม่ย้ายครอบครัวไปตั้งถิ่นฐานในต่างแดนเพื่อประกอบธุรกิจ Shopping Mall ที่นำเข้าสินค้าและอาหารของไทยมาขาย รวมถึงธุรกิจร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกด้วย แม้ว่าพ่อของเธอจะยังมีหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทพิมพ์มาดาพร็อพเพอร์ตี้ที่อยู่ในประเทศไทยก็ตาม การที่เธอจะทำตามความฝันได้คือต้องกลับมาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทยเท่านั้น และเธอก็ทำสำเร็จโดยที่ไม่เสียการเรียนสักนิด “พ่อรู้ว่าลูกของพ่อพยายามมาก ๆ แต่ที่นี่มันไม่ปลอดภัยอีกแล้ว พ่อกับแม่และพี่ ๆ ก็ยุ่งกับธุรกิจทางนั้น ไม่มีใครมาอยู่ดูแลลูกของพ่อได้สักคน ขนาดเจนิสมีผู้จัดการส่วนตัว แค่คลาดสายตากันแป๊บเดียว ลูกพ่อก็เกือบจะถูกไอ้บ้าที่ไหนปล้ำแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับลูก พ่อกับแม่จะทำใจได้ยังไง” น้ำตาไหลลงอาบแก้มนวล ภาพความน่ากลัวและสัมผัสน่าขยะแขยงยังคงไหลเวียนในสมอง แต่ถ้าเธอทิ้งทุกอย่างไปในตอนนี้ สิ่งที่เธอพยายามแทบตายมาตลอดหลายปีก็จะสูญเปล่า “พ่อคะ เจนิสอยากเป็นนักร้อง” ปฐวีกัดกรามแน่น ถอนหายใจเฮือก บังคับน้ำตาไม่ให้ไหลด้วยสงสารความรู้สึกของลูก แต่ความเป็นห่วงมีมากกว่า “ไม่ได้ พ่อไม่ยอมให้เจนิสอยู่ในที่อันตรายอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ญาติสนิทเราไม่มีใครอยู่ที่ไทยกันเลยนะ ยิ่งถ้าให้เจนิสไปอยู่ที่บ้านเก่าของพ่อยิ่งแล้วใหญ่ ขนาดคอนโดมันยังแอบเข้ามาได้ พ่อกลัวจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” คนตัวบางร้องไห้โฮ กอดคนเป็นพ่อแน่น ทำเอาผู้ใหญ่ทุกคนในห้องสะเทือนใจไปตาม ๆ กัน “วี จุ๋ม ให้เจนิสไปอยู่บ้านฉันไหม ฉันจะดูแลเจนิสให้ ไม่ต้องเป็นห่วง” พาขวัญ ที่นั่งเงียบน้ำตาซึมด้วยความสงสารลูกสาวของเพื่อนรักทั้งสองคนมานานเอ่ยออกไปเมื่อได้ตรึกตรองดีแล้ว “พั้นช์ จะดีเหรอ ฉันเกรงใจแก” จริญญาเอ่ยออกมาด้วยความเกรงใจ แค่ที่เพื่อนต้องมาดูแลลูกสาวของเธอให้เกือบสองวันก็เกรงใจจะแย่แล้ว ทั้งที่ยังพอมีญาติพี่น้องอยู่ในประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้อถึงขั้นจะไหว้วานหรือฝากฝังลูกสาวเอาไว้ให้เป็นภาระได้ “เกรงใจอะไร พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ เจนิสก็เหมือนลูกสาวฉัน ที่พวกแกหนีฉันไปทำธุรกิจที่สวิตฯ ฉันยังไม่ได้ชำระความพวกแกเลยนะ” ทั้งที่ปฐวีมีหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทพิมพ์มาดาพร็อพเพอร์ตี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งที่สามีของพาขวัญรับตำแหน่งเป็นประธานบริษัทในตอนนั้นแท้ ๆ แต่เมื่อปฐวีได้ไปลองทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ดูแล้วกลับไม่ได้ชอบอย่างที่คิด จริญญาเองก็ไม่ต่างกัน จึงไปสร้างกิจการด้วยตัวเองถึงสวิตเซอร์แลนด์ “แหม ก็ไม่ชอบงานอสังหาฯ นี่ แต่มันคนละเรื่องกันนะพั้นช์ นี่ลูกสาวของฉัน ทั้งดื้อ ทั้งแสบ ทำงานก็ไม่เป็นเวลา กลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ ตื่นสาย ทำงานบ้านไม่เป็น จะให้อยู่เป็นภาระแกมันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ” “บ้านฉันมี รปภ. คอยเปิดประตูรั้วและเฝ้าบ้านให้ มีแม่บ้านคอยทำงานทุกอย่าง แล้วบ้านฉันก็มีลูกชายลูกสาวอีกสามคนที่กิน นอน ตื่น ไม่เป็นเวล่ำเวลาสักคน มีเจนิสเพิ่มมาอีกแค่คนเดียว บ้านฉันคงไม่วุ่นวายขนาดนั้นหรอก” จริญญาและปฐวีมองหน้าลูกสาวก็เห็นดวงตากลมโตคู่นั้นมีประกายความหวัง “แต่...” “นี่แกสองคนไม่สงสารลูกบ้างเหรอ ที่แกทิ้งงานทางนี้ไปสร้างธุรกิจกันใหม่เพราะพวกแกไม่ชอบงานอสังหาฯ แล้วมันจะต่างอะไรกับเจนิส ลูกแกใช้เวลากี่ปีกว่าจะมีวันนี้ อย่างน้อยก็ให้ทำในสิ่งที่ชอบอีกสักหน่อยเถอะ บอกแล้วไงว่าเรื่องที่อยู่ที่กินไม่มีอะไรต้องกังวล ฉันดูแลให้พวกแกได้ เจนิส ไปอยู่กับป้าไหม” “ไปค่ะคุณป้า” คนตัวบางตอบอย่างไม่เสียเวลาคิดแม้เพียงอึดใจทำคนเป็นพ่อแม่ถอนหายใจพรืด “ก็ได้ แต่พ่อให้เวลาเจนิสถึงแค่หมดสัญญารอบนี้เท่านั้น ครบหนึ่งปีเจนิสต้องกลับสวิตฯ ทันที” แม้จะผิดหวังที่พ่อไม่ยอมให้เธอเซ็นสัญญาฉบับที่สองต่ออีกห้าปี แต่อย่างน้อยก้าวแรกที่เธอยังได้ทำงานที่รักต่อไปจนครบสัญญาฉบับแรกก็ดีแล้ว ยังพอมีเวลาให้คิดหาทางออกเรื่องนี้กันใหม่ “ค่ะพ่อ เดี๋ยวเจนิสจะจ้างคนดูแลเพิ่มนะคะ เพราะพี่ปุ๊กกี้ดูแลทั้งวง คงไม่สะดวกดูแลเจนิสเป็นพิเศษ รถก็มีคนขับให้เหมือนเดิม ไม่ไปไหนเอง ไม่ขับรถแน่นอนค่ะพ่อ” นิ้วเรียวถูกชูขึ้นมาแทนคำสัญญา จึงได้รับการพยักหน้าแทนคำอนุญาต “ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณคุณป้าด้วยนะคะที่ช่วยรับเจนิสไปดูแล” ในเรื่องร้าย ก็ยังมีพอข่าวดีให้เธอกลับมาสดใสได้อีกครั้ง และคราวนี้คงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งความฝันของเธอได้อีก แม้แต่ช่วงเวลาจำกัดเพียงแค่หนึ่งปีของพ่อก็ตาม

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook