CHAPTER 1 ขายตัวแลกเงิน

1983 คำ
หมอนอิงต้องกลายเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งของ พันไมล์ ทายาทหนุ่มเพลย์บอยเจ้าของธุรกิจรับเหมายักษ์ใหญ่ ซึ่งชายหนุ่มไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ในสายตาของเขา ผู้หญิงที่ผ่านมาก็เป็นเพียงของเล่นคลายเหงาเท่านั้น โดยเฉพาะกับหมอนอิงที่เขาหลงเข้าใจผิดและทำลายเธอในคืนนหึ่งด้วยความเมา เพียงเพราะคิดว่าหญิงสาวแค่อยากรวยทางลัดด้วยการจับคนแก่คราวพ่อ ทว่าในที่สุดความชิงชังที่มีต่อของเล่นแสนสวยชิ้นนี้กลับเป็นโซ่ตรวนที่รัดทั้งร่างกายและหัวใจของเขาเอาไว้ จนเมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความชังก็กลายเป็นความผูกพันที่ยากจะแยกเขาและเธอออกจากกันได้ ****************** “อิงกับพี่คีย์เราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน” หมอนอิงเถียง น้ำตารื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “ผู้ชายที่โทรหาผู้หญิงตอนกลางคืน มันไม่ใช่ห่วงหรอก มันหิวมากกว่า!” เขาแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยาะเย้ย “พอได้แล้ว! อิงทนอยู่กับคนแบบคุณไม่ได้แล้ว!” เธอตะโกนกลับ ร่างเล็กสั่นเทาเต็มไปด้วยความโกรธ “จะหนีไปไหน?” พันไมล์กดเสียงต่ำ เย็นยะเยือก “อย่านะ คุณจะทำบ้าอะไรน่ะ!” เธอร้องลั่นพยายามดิ้นหนี “ถ้าเธอคิดจะหนีฉันก็จะขังเธอไว้ตรงนี้” ดวงตาของเขามืดดำ เต็มไปด้วยแรงหึงหวงและความบ้าคลั่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “ปล่อยอิง อิงไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคุณ” หมอนอิงร้องไห้ น้ำเสียงแผ่วเบา เจ็บลึกถึงใจ “อยากทำตัวเป็นสัตว์ให้ฉันเลี้ยงเองทำไม” แนะนำตัวละคร ไนท์ พันไมล์ หิรัญอัครเกียรติ อายุ 22 ปี วิศวะกรรมเครื่องกล ปี4 ทายาทหนุ่มเพลย์บอยเจ้าของธุรกิจรับเหมายักษ์ใหญ่ ซึ่งชายหนุ่มไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน บุคลิก เป็นคนเงียบๆ ไม่พูดมาก แต่มีเสน่ห์แรง สไตล์แบดบอยที่ดูน่าค้นหา แค่ยืนเฉยๆ ก็เหมือนทั้งโลกหยุดมองเขาคนเดียว หมอนอิง ณิรินทร์ญา จันทรพิพัฒน์ อายุ 19 ปี สาขาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ หญิงสาวสู้ชีวิต ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว บุคลิก ดูเรียบร้อย แต่ก็แอบซ่อนความมั่นใจแบบสาวสมัยใหม่ไว้ในแววตา เป็นความสวยที่ทั้งดูน่ารัก อ่อนหวาน และน่าทะนุถนอมไปพร้อมๆ กัน ***************************** เสียงสะอื้นแผ่วเบาเจือปนกับลมหายใจสั่นเทา ก้องอยู่ภายในห้องนอนเก่าโทรมของบ้านเช่าเล็กๆ กลางชุมชนแออัด “ทำไมต้องเป็นอิงทำไมแม่ถึงทำกับอิงแบบนี้...” เสียงของหมอนอิงรำพึงเบาๆ ดวงตาบวมแดงจากหยาดน้ำตาที่ไม่มีท่าทีจะหยุดไหล เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอถูกเจ้าหนี้บุกมาถึงหน้าบ้าน ทวงเงินก้อนโตพร้อมเสียงตะโกนประจานให้คนทั้งซอย “แม่คุณติดหนี้นายผมเป็นแสนจะใช้คืนเมื่อไหร่!” ขณะที่เพื่อนบ้านยืนมุงมองบางคนก็ส่ายหน้า บางคนก็ซุบซิบเพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก หมอนอิงทำได้เพียงยืนตัวแข็ง สะอึกสะอื้นกลางแสงแดดจ้า หัวใจเหมือนถูกบีบจนแทบขาด หลังเหตุการณ์อัปยศ แม่ของเธอกลับพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เหมือนจะขายลูกกินเสียมากกว่า “ถ้ามึงยังรักครอบครัวอยากให้อิงฟ้ามันได้เรียนสูงๆ มึงก็ไปเป็นเมียเก็บพวกมาเฟีย” พรทิพย์ไม่สงสารลูกสาวคนโตเพราะเกลียดที่ลูกคนนี้เพราะไม่ได้รู้สึกรักในตัวของพ่อหมอนอิงเลย ราชันนักธุรกิจหนุ่มผู้มีอิทธิพล เขาคือเจ้าหนี้คนใหม่ ของครอบครัว และเขาไม่ได้ต้องการเงินคืนสิ่งที่เขาต้องการคือเธอ “ไปอยู่เป็นเด็กในบำเรอเขาแค่ไม่กี่ปีหนี้หมด น้องก็ได้เรียนต่อหรือจะปล่อยให้ทุกอย่างพัง?” ประโยคนั้นคือคำตัดสิน “ทำไมต้องเป็นอิง” เพราะเธอต้องเสียสละให้น้องทุกอย่าง จนแทบไม่มีชีวิตเป็นของตัวเองแม่ส่งน้องเรียน แต่เธอต้องทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน “อีนี่กูบอกว่ามึงต้องไปก็ต้องปิน้องมึงอายุยังน้อยๆ อยู่เลย” อิงฟ้าอายุห่างจากเธอแต่ปีเดียวเพราะแม่เลิกกับพ่อ แม่แต่งงานใหม่ทันที เรียกว่ายังไม่เลิกกันดีด้วยซ้ำแม่รักอิงฟ้ามากกว่าเธอมาตลอด หัวใจหมอนอิงร่วงลงเหวลึก มืดมิดและไร้ทางหนี เธออยากกรีดร้องอยากขัดขืน แต่เสียงในใจของเธอชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ไม่มีทางเลือกอื่นเลยเพราะแม่ติดการพนันจนหนี้สินพันตัว รถแท็กซี่แล่นเข้ามาจอดสนิทตรงหน้าประตูทางเข้าใหญ่ หมอนอิงยกมือกำกระเป๋าแน่น หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอไม่รู้ว่ากำลังจะเผชิญกับอะไร แค่รู้ว่าเธอไม่ได้มาในฐานะแขก พรทิพย์ลากลูกสาวตนโตเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน ชายวัยกลางคนในชุดลำลองสีอ่อนยืนรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้ายิ้มละไม ดวงตาเปี่ยมเมตตา “หมอนอิงใช่ไหม? มาเหนื่อยๆ ฉันให้แม่บ้านเตรียมห้องไว้ให้แล้ว” เสียงทุ้มอบอุ่นเกินกว่าที่เธอจินตนาการไว้ นี่คือคนที่ควรจะมองเธอด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ที่ควรจะแสดงท่าทีเหมือนเธอคือเด็กที่ถูกส่งมาแลกหนี้ แต่เปล่าเลยเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยื่นมือมาแตะแขนเธอเบาๆ “ไม่ต้องเกร็งนะบ้านนี้ไม่ใช่คุกถ้ามีอะไรไม่สบายใจ บอกฉันได้เสมอ” “ขอบคุณผู้ใหญ่เข้าสิเขาจะได้รักเอ็นดู” พระทิพย์ตะคอกลูกเสียงดังจนหมอนอิงสะดุ้งรีบยกมือไหวเจ้าของบ้านทันที “ขอบคุณค่ะ” เธอพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “ฉันพามันมาส่งแต่ขอค่าบุญคุณที่เลี้ยงมันมาจนโตหน่อย” “ลูกนะไม่ใช่สิ่งของ” ราชันมองสาววัยกลางคนที่ตอนนี้เป็นลูกหนี้ของเขา “โอ๊ยยย คุณราชันตอนมันเกิดมาฉันไม่เอาขี้เถ้ายัดปากมันก็ดีแค่ไหนแล้ว” พรทิพย์ไม่สนใจว่าลูกสาวจะเสียใจแค่ไหน หากได้ยินคำนี้ “5 ล้าน!” ราชันเสนอเงินให้ “คะ ค่าอะไรจ๊ะตั้ง 5 ล้าน” พรทิพย์กลัวว่าเขาจะเก็บดอกเบี้ยเพิ่ม ใบหน้าเริ่มซีดเผือด “ถือว่าขายขาดกันฉันจะให้เงินเธอไป 5 ล้านและอย่ามาวุ่นวายกับลูกสาวอีก” ราชันสั่งให้ลูกน้องคนสนิทนำเช็คเงินสดมาให้ เขาเขียนจำนวนเงินตามที่บอก พรทิพย์รีบหยิบมาทันทีมองดูตัวเลขอย่างพอใจ ก่อนจะเดินหันหลังออกไปไม่ร่ำลาลูกสาวสักคำ หมอนอิงเช็ดน้ำตาด้วยความขมขืนที่แม่ทำกับเธอแบบนี้ ในเมื่อโชคชะตามันโหดร้ายแบบนี้เธอก็จะยอมรับมัน . พันไมล์ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเขาเพิ่งกลับจากมหาลัยยังเหนื่อยล้าแต่ยังแวะมานั่งกินข้าวตามที่ผู้ใหญ่นัดไว้ ตรงข้ามกับเขาหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวหรูหราดูแพง กำลังยกไวน์ขึ้นจิบอย่าง เขาไม่รู้สึกผูกพันเพราะแม่ไม่ได้เลี้ยงดูเขา อีกฝ่ายแต่งงานมีครอบครัวใหม่แล้ว “ลูกมานั่งเลยเดี๋ยวจะเย็นหมด” ราชันเรียกลูกรู้ว่าสองแม่ลูกเขาไม่ค่อยร่องรอยกันเท่าไร เพราะเรื่องในอดีต “มาที่นี่สามีใหม่ไม่ว่าเอาเหรอ ไหนจะลูกอีกแปลกนะคนเราลูกตัวเองไม่อยากจะเลี้ยง!” พันไมล์รับสั้นๆ มองผู้หญิงคนนั้น แม่ของเขาที่นั่งอยู่ด้วยสายตาไร้อารมณ์ “ไนท์ลูก...” ฐิตารีพูดไม่ออก บรรยากาศกำลังนิ่งสงบจนราชันวางช้อน “หมอนอิงเข้ามาสิ” พันไมล์เงยหน้าขึ้นทันที พร้อมกับผู้หญิงอีกคนตรงข้าม ร่างบางของหมอนอิงก้าวเข้ามาช้าๆ ท่ามกลางสายตาของคนทั้งโต๊ะชุดเรียบง่ายผมถูกรวบไว้หลวมๆ ดวงตาทอแววระวังตัว “นี่หมอนอิงเธอจะมาอยู่ที่บ้านเราสักพัก” เสียงราชันพูดเรียบง่าย แต่ทุกคำเหมือนระเบิดที่หย่อนลงกลางโต๊ะ “อะไรนะครับหมายความว่ายังไง” พันไมล์ เลิกคิ้วทันทีเด็กคนนี้อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ไม่รู้ว่าเข้ามาในบ้านของเขาเพื่อหวังอะไร “ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ในบ้านนี้?” ฐิตารีไม่พอใจเช่นกัน กลัวว่าสมบัติของราชันจะถูกหารไปให้ผู้หญิงคนนี้ น้ำเสียงเปื้อนความรังเกียจ หมอนอิงยืนนิ่ง ขาแข็งเหมือนหิน เธอไม่รู้ควรจะพูดอะไร “คุณพ่อคิดอะไรอยู่ครับเอาคนแปลกหน้าเข้าบ้านโดยไม่บอกกันสักคำ?” พันไมล์หันไปสบตาพ่อ สีหน้าเริ่มไม่พอใจ “หนูหมอนอิงเป็นแขกของพ่อ พ่อรับรองเองไม่มีอะไรต้องกังวล” “หน้าด้านไร้ยางอาย” เสียงของฐิตารีดังขึ้น “คุณหยุดพูดจะดีกว่านี้มันเรื่องในครอบครัวของผม” คำพูดแทงใจ ทำให้บรรยากาศเริ่มหม่นหมอง “นี่คุณราชัน!” เธอจึงเงียบเพราะกลัวว่าจะถูกเขาจับโยนออกจากบ้าน พันไมล์ลุกขึ้นยืนช้าๆ มองหมอนอิงตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาไม่ใช่รังเกียจ แต่คือการปิดกั้นเขาตั้งกำแพงทันทีโดยไม่ต้องรู้จักกัน “กล้าดียังไงมานั่งโต๊ะเดียวกับฉัน คิดว่าตัวเองเป็นใคร?” ฐิตารีตวาด แล้วเงื้อมือจะฟาดเข้าที่หน้าหมอนอิงเต็มแรง หมับ เสียงมือถูกจับกลางอากาศก่อนที่มันจะถึงแก้มหมอนอิง พันไมล์คว้ามือแม่ไว้ทันเวลาพอดี “พอเถอะ” น้ำเสียงเขานิ่งเย็น แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้แม่ของเขาชะงัก “ตาคุณกลับไปได้แล้ว อย่ามาสร้างปัญหาที่นี่คุณอยากเจอลูกผมก็ยอมแล้ว” “หลงมันล่ะสิ ฉันกลับก็ได้แต่ระวังจะถูกมันหลอกเอา” “ผมขึ้นไปข้างบนแล้วไม่อยากคุยกับใคร เชิญคุณพ่อกินกับคนของคุณพ่อให้อร่อย” พันไมล์เดินออกไปจากห้องอาหาร และมุ่งตรงไปที่ห้องนอนของเขา . ตกดึกหมอนอิงหิวน้ำจึงเดินลงมา ในระหว่างที่กำลังล้างแก้วดันมีเสียงของเขาดังขึ้น จนเธอสะดุ้ง “คิดยังไงถึงเอาคนแก่คราวพ่อมาทำผัว!” “คุณ” เธอมองเขาแบบประหม่า เขาก้าวเข้ามาใกล้เธอ มากพอจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน แล้วโน้มตัวลงมากระซิบชิดใบหูเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่แฝงไปด้วยการเสียดสี “เธอมีดีอะไรนักหนาถึงได้ให้พ่อฉันคลุมหัวเหมือนลูกสาวดีๆ แบบนี้?” หมอนอิงกลืนน้ำลายไม่ลงดวงตาสั่นระริกเธอไม่ตอบ ราวกับกลัวว่าถ้าเอ่ยปาก เสียงของเธอจะสั่นเกินควบคุม น้ำตาเม็ดหนึ่งไหลลงอาบแก้มขาว เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด แล้วพูดต่อด้วยเสียงเย็นยะเยือก “ฉันชักอยากรู้แล้วสิว่าเธอมีของดีตรงไหนบ้าง” มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ สายตาไม่ใช่ความหลงใหลแต่เป็นการท้าทาย “หรือเธอเองก็คงเต็มใจให้ตรวจสอบอยู่แล้วล่ะมั้ง?” “ปล่อย!” หมอนอิงหลับตาแน่นพยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ “ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ เธอก็ต้องทำตัวให้เหมือนคนอาศัย อย่าทำตัวเป็นเจ้าของ” เสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น ก่อนเขาจะเดินออกจากโต๊ะโดยไม่หันกลับมา หมอนอิงกลืนก้อนสะอื้นลงคอเธอไม่คาดหวังว่าจะถูกรับขวัญ แต่เธอก็ไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม