Part ขุนแผน & เมย์
หลังจากที่ฉันรอดพ้นจากเงื้อมมือของอีตาขุนแผนที่ร้านกาแฟมาได้แบบหวุดหวิด หัวใจมันยังเต้นรัวเหมือนกลองรบอยู่เลยค่ะ ฉันรีบพาตัวเองกลับเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด การเรียนในวันนี้บอกเลยว่าสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่ถึงจะดูแรดๆ แซ่บๆ แบบนี้ ฉันก็ไม่เคยทิ้งการเรียนนะจ๊ะ ผลการเรียนฉันไม่ได้ไก่กา ถึงจะเหนื่อยจากงานพาร์ทไทม์แค่ไหน แต่เรื่องเรียนเมย์ริญาคนนี้สู้ตายค่ะ
เวลาผ่านไปจนกระทั่งสิ้นสุดชั่วโมงเรียนที่แสนยาวนาน...
“เลิกคลาสได้ค่ะนักศึกษา อย่าลืมส่งรายงานอาทิตย์หน้านะคะ” เสียงอาจารย์ประจำวิชาเอ่ยขึ้นก่อนจะเก็บของเดินออกจากห้องไป
ฉันถอนหายใจทิ้งยาวๆ เก็บชีทเรียนใส่กระเป๋า พลางหันไปหายัยมายแฝดน้องที่กำลังบิดขี้เกียจอยู่ข้างๆ
“พาย... วันนี้ไปหาอะไรกินกันไหม มายอยากกินไอติมร้านโปรดง่ะ พายไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ”
มายหันไปอ้อน ‘พะพาย’ เพื่อนสนิทในกลุ่มของเรา ยัยมายน่ะเป็นพวกเสพติดของหวานเข้าเส้นเลือด แต่ดูหุ่นมันสิคะ ผอมเพรียวอย่างกับนางแบบ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ตัดมาที่ฉันสิ ถ้าไม่คุมอาหารหรือเข้ายิมออกกำลังกายบ่อยๆ มีหวังเผละเป็นหมูแน่ๆ
“อะ...เอ่อ พะพายมีนัดแล้วหนะมาย ขอโทษนะจ๊ะ” พะพายตอบอ้อมแอ้ม หน้าขึ้นสีระเรื่อจนผิดสังเกต
“จะไปไหน!! / จะไปไหน!” ฉันกับมายโพล่งขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สายตาพวกเราจ้องเขม็งไปที่พะพายอย่างจับผิด ก็ปกติพวกเราหวงพะพายจะตาย ใครหน้าไหนมาจีบพวกเราจะคอยกันท่าให้ตลอด เพราะพะพายน่ะซื่อบื้อจะตายไป ตามเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายไม่ทันหรอก
“คือ... พะพายจะไปกับพี่รามอสูร คนที่ช่วยพะพายไว้วันก่อนหนะจ้ะ”
“ไปทำไม แล้วไปที่ไหน!?” มายถามรัวๆ ยัยนี่มันห่วงเพื่อนยิ่งกว่าอะไรดี
“ไปเลี้ยงข้าวขอบคุณเขาหนะจ้ะ พี่รามเขาบอกหะ...”
ปริ๊นๆ~ ปริ๊นๆ!! “พะพาย!!”
ยังไม่ทันที่พะพายจะพูดจบ เสียงแตรรถยนต์ก็ดังสนั่นมาจากหน้าคณะ พร้อมเสียงตะโกนเรียกชื่อเพื่อนฉันอย่างถือวิสาสะ ใครมันมาชิงตัดหน้าพวกฉันวะ! พวกเราสามคนเดินลงไปที่หน้าตึก และภาพที่เห็นคือกลุ่มรุ่นพี่คณะวิศวะที่ขึ้นชื่อเรื่องความเถื่อนและฮอตติดท็อปมหาลัยยืนจับกลุ่มกันอยู่
หนึ่งในนั้นยืนหันหลังอยู่ รูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง ท่าทางคุกคามนั่น... มันคุ้นตาฉันจนขนลุกซู่
“เดี๋ยวค่ะ! หยุดอยู่ตรงนั้นเลย” มายตะโกนห้ามพี่รามอสูรที่กำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาหาพะพาย
ฉันรีบใช้ศอกสะกิดน้องสาวเบาๆ พลางกระซิบ “มาย... คนนี้ดี กูเช็คประวัติมาแล้ว ผ่าน!”
แต่ความสนใจของฉันมันไม่ได้อยู่ที่พี่รามอสูรหรอกค่ะ เพราะสายตาฉันไปสะดุดเข้ากับไอ้คนที่ยืนหันหลังอยู่ ชัดเลย! เสื้อช็อปวิศวะสีเข้มกับรอยสักที่ลามมาถึงลำคอนั่น... อีตาขุนแผน! คนที่ฉันเพิ่งขับรถหนีมาเมื่อเช้านี่หว่า ฉันพอจะรู้จักกลุ่มผู้ชายพวกนี้อยู่บ้าง เพราะพวกพี่เขาดังในทางที่ค่อนข้าง... อันตราย
“เมย์ มึงรู้ได้ไงว่าเขาดี?” มายหันมาถามฉันด้วยความสงสัย
ควับ!! ทันทีที่มายเรียกชื่อฉัน ไอ้คนร่างสูงที่หันหลังอยู่ก็หมุนตัวกลับมาทันที สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของขุนแผนจ้องเขม็งมาที่ฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ชิปหายแล้วเมย์เอ๊ย! อุตส่าห์หนีมาทั้งวัน ดันมาโป๊ะแตกกลางคณะตัวเองซะงั้น
“เหอะน่า... เจอกันที่หอ เรารีบไปเหอะมาย... ฝากเพื่อนเราด้วยนะคะพี่ราม สวัสดีค่ะ!”
ฉันรีบไหว้ตัดบทพี่รามอสูรที่ทำหน้างงใส่ฉัน พลางพยายามลากแขนยัยมายให้รีบเดินหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ทว่า...
“ไปกับกู!”
เสียงเข้มทรงพลังดังขึ้นข้างหลัง พร้อมกับมือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของฉันอย่างแรงจนฉันเซถลาไปตามแรงดึง ฉันพยายามขัดขืน ดึงแขนกลับสุดชีวิต
“หรือมึงอยากให้กูทำอะไรมึงตรงนี้? ต่อหน้าเพื่อนมึง... หรือต่อหน้าคนทั้งคณะ?”
ขุนแผนโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยคำขู่ที่ทำให้ฉันหน้าถอดสี
ฉันหันไปมองมายกับพะพายที่ยืนอึ้ง “อีมาย... พะพาย... มึงไปกันก่อนเลย เดี๋ยวพอกูคุยธุระเสร็จจะตามไป”
ฉันตัดสินใจจะเคลียร์กับเขาให้จบๆ ดีกว่าปล่อยให้เขาตามรังควานไม่เลิก ฉันโยนกุญแจรถให้มายแล้วเดินตามแรงลากของเขาออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ปล่อย!! มันเจ็บนะ!” ฉันร้องออกมาเมื่อเขาบีบแขนฉันแน่นขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกระดูกจะแตก
“หุบปาก! แล้วตามมาอย่าลีลา” เขาไม่แม้แต่จะหันมามองผม ท่าทางเผด็จการนั่นมันน่าโดนตบจริงๆ
“พูดดีๆ ก็ได้ จะตะคอกทำมะเขือไรวะ...” ฉันบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะถูกยัดเข้าไปในรถ BM สีดำคันเดิมที่ฉันเห็นเมื่อเช้า
ทันทีที่เขาเข้ามานั่งประจำที่คนขับ สายตาเขาก็ไม่ได้มองไปที่ถนน แต่มองมาที่เรียวขาของฉันที่โผล่พ้นกระโปรงทรงเอสั้นกุดออกมา
“นี่สาบานว่ากระโปรงมึง?” เขาถามเสียงต่ำ สายตาไล่มองตั้งแต่ขาอ่อนขึ้นมาจนถึงหน้าอกที่รัดแน่นอยู่ในเสื้อนักศึกษา
“ก็กระโปรงน่ะสิ จะให้เป็นกางเกงเลหรือไง!” ฉันถลึงตาใส่เขาอย่างไม่ลดละ
แต่สายตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากที่ดูเหมือนเสือเจอเหยื่อของเขามันทำให้ฉันเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย... คืนนี้ฉันจะรอดไหมเนี่ย?