แรกพบ

1830 คำ
เสียงดังของอุปกรณ์ซ่อมบํารุงยานพาหนะบริเวณไม่ไกลจากตลาดในตัวอำเภอมากนักยังคงดังแสบแก้วหูอย่างเช่นทุกวัน ไม่นับรวมกลิ่นฉุนของน้ำมันเครื่องและความร้อนซึ่งทำเอาแผ่นหลังกว้างที่เพิ่งขยับตัวออกมาจากใต้ท้องรถยนต์นั้นเปียกชุ่มไปด้วยคราบเหงื่อไคล “พักกินข้าวก่อนไหมพี่ จะเที่ยงแล้วนะครับ” ริว หนึ่งในพนักงานอู่ซ่อมรถที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าของช่างเรืองทรัพย์กล่าวกับบุคคลที่เป็นรุ่นพี่ตนเองเพียงไม่กี่ปี ทว่าเจ้าตัวนั้นหาได้เป็นคนถือเนื้อถือตัว อีกทั้งยังใจดีกับคนรอบข้างเสมอ จนบางครั้งเขาเองก็อดที่จะเห็นใจอีกฝ่ายไม่ได้ยามเห็นบาดแผลบริเวณใบหน้าโดดเด่น โดยไม่ได้มาจากการชกต่อยของนักมวยมือสมัครเล่นในค่ายเพื่อหารายได้ ช้ำมาขนาดนี้ กับคนที่มีฝีไม้ลายมือเป็นรองแค่เจ้าของค่ายมวยดังในตัวจังหวัดก็คงจะไม่พ้นโดนรังแกมาอีกตามเคย ขนาดว่าเจ้าตัวไม่ได้จะชกเป็นอาชีพ พวกเด็กเวรนั่นก็ยังหาเรื่องอยู่ไม่เลิกรา ทั้งอีกก็สู้พวกหมาหมู่เวรตะไลแบบนั้นได้สบายแท้ ๆ แต่มีหรือที่ ‘เอกราช’ จะทำ เพียงเพราะไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต รวมไปถึงสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้มีพระคุณที่ช่วงนี้ต้องไปประจำอยู่กรุงเทพเป็นหลักเพื่อเฝ้าดูอาการมารดาในวาระสุดท้าย “ใกล้เสร็จแล้ว กินก่อนได้เลย” “ค่อยทำต่อเถอะครับ เดี๋ยวก็ปวดท้องอีก ค่ายามันแพงนะพี่” ไม่ได้อยากจะกล่าวข่มหรือดูถูกเหยียดหยามอย่างที่คนอื่นชอบกระทำกับรุ่นพี่ หากแต่มันก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำให้คนบ้าทำงานมันไปหมดเสียทุกอย่างยอมลุกขึ้นมานั่งทานข้าวให้ตรงเวลาด้วยกัน ถามว่าทำไมเอกราชที่ทำงานมันไปเสียทุกอย่างแล้วต้องประหยัด แม้กับค่าหมอค่ายาตัวเองยังขี้งก นั่นก็เพราะเงินที่หามาได้ทั้งหมด พี่มันต้องเอาไปใช้หนี้รายวันให้ยายแก่ผีพนันใกล้ตายคนนั้น จนบางเดือนได้ทานแค่ข้าวมื้อเดียวหลังจากช่วยหลวงตาบิณฑบาตเสร็จ แม้จะโดนล้อว่าเป็นหมาขี้เรื้อน พ่อแม่ทิ้ง ยายผีพนันอย่างไรเจ้าตัวก็ไม่เคยโกรธหรอก อย่างเดียวที่ห้ามยุ่งคือของในกระเป๋าเป้ที่พี่มันสะพายติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอด ที่ริวเชื่อว่าแตะไม่ได้เลย คือเคยเห็นพี่มันตีคนเกือบตายมาเพราะเล่นอะไรไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นเรายังเรียนสายช่างกันอยู่มั้ง พวกเด็กสถาบันเดียวกันก็ชอบมาหาเรื่องตามปกตินั่นแหละ แต่ดันบอกหนึ่งในกลุ่มตัวเองให้แย่งกระเป๋าเป้เก่า ๆ ของเอกราชไปเปิดดูว่ามีพวกสารเสพติดอยู่หรือเปล่า เพราะถ้ามี ลูกตำรวจที่ทำตัวกร่างจะได้ฟ้องพ่อมันให้มาจับรุ่นพี่ไปนอนในคุกเล่น ๆ ริวที่ได้ยินแบบนั้นก็โคตรจะโมโหแทนเอกราชที่เคยช่วยตัวเองเอาไว้หลายเรื่องเลย แต่ตอนนั้นเขาดันโดนล็อกตัวเอาไว้อยู่ และเพียงแค่หนึ่งในนั้นเปิดกระเป๋าเอกราชออก ริวก็เห็นกับตาเลยว่ามันสลบคาตีนเดียวของรุ่นพี่ไปจริง ๆ ชนิดที่ว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาแกล้งอีกฝ่ายอยู่พักใหญ่ แต่พอไม่ยุ่งกับของส่วนตัวแล้วตั้งใจทำร้ายแค่เจ้าตัว รุ่นพี่เขาก็ไม่ได้สู้กลับอะไร ปล่อยให้ตัวเองโดนกระทืบอยู่แบบนั้นจนพวกมันพอใจแล้วแยกย้ายหนี กระทั่งโตมา คิดว่าเอกราชคงจะไม่โดนใครมารังแกให้เจ็บตัวบ่อย ๆ แล้ว เพียงแต่ความใจดีของผู้มีพระคุณก็ราวกับเป็นบ่วงรัดคอไว้ให้เป็นที่ระบายอารมณ์ของลูกชายนิสัยเสียเจ้าตัวเรื่อยมาดั่งที่เห็น แต่มันก็กําแหงได้เพียงตอนลุงชัยไม่อยู่นี่แหละ “อ่า แบบนั้นก็ได้” ริวระบายยิ้มยามอีกฝ่ายยอมวางประแจแล้วกำลังจะเดินไปล้างมือเพื่อที่จะมานั่งทานข้าวกับเขาโดยสั่งมาจากร้านประจำ ทว่ายังไม่ได้หยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้รุ่นพี่อย่างทุกทีเลย สายเรียกเข้าจากเจ้าของอู่ก็ทำเอาริวต้องให้ความสนใจก่อนเป็นอันดับแรก “ครับ ป๋าเรือง” [พักทานข้าวกันหรือยัง] “กำลังจะทานครับ ป๋ามีอะไรหรือเปล่า” [ไอ้เทิดมันเอารถไปส่งลูกค้าเสร็จแล้วเจออุบัติเหตุเกือบจะชนกันเข้าพอดี มันเลยเข้าไปช่วยดู เป็นรถป้านิดหน่อยที่เสีย กำลังจะลากเข้าไปซ่อมที่อู่ อีกไม่กี่นาทีคงจะถึงแล้ว เพราะเหตุเกิดตรงแถวทางจะเข้าตลาดเสี่ยพอดี วานพวกมึงช่วยดูกันด้วย] “ตอนนี้เลยเหรอครับ... แสดงว่าเป็นลูกค้าคนสำคัญหรือเปล่าครับป๋า” ที่ริวได้ถามออกไปแบบนั้น เพราะไม่มีครั้งไหนเลยที่เจ้าของอู่จะโทรมากำชับพวกเขาเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ เนื่องจากที่อู่แห่งนี้มันอยู่มาได้นานจนเป็นที่ไว้ใจของคนในชุมชนนั้นมาจากการปฏิบัติที่ใส่ใจและดูแลลูกค้าอย่างเท่าเทียม กับแค่รถเสียจนเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ ป๋าเรืองไม่น่าจะต้องย้ำบอกเรื่องที่พวกเขาในนี้ก็ต่างรู้ดี [เจ้าของรถที่ลากไปน่ะปกติ แต่คู่กรณีของป้าเขาที่จะรับผิดชอบทุกอย่างให้ ก็สำคัญมากอยู่ พ่อเขาเคยช่วยกูไว้หลายเรื่อง เพราะงั้นดูแลเธอให้ดี ๆ น้ำท่า ขนมในห้องรับรองก็จัดหาให้แบบดีที่สุด] “ครับ ๆ ได้เลยครับป๋า เดี๋ยวพวกผมดูแลให้ครับ” “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ให้หลังรุ่นน้องสถาบันเดียวกันวางสายผู้เป็นเจ้านายไป เอกราชที่ล้างไม้ล้างมือเสร็จก็เอ่ยถามขึ้น หากถามว่าสนิทกันได้ยังไง คงเป็นเพราะเมื่อก่อนนั้นริวมันเอาแต่เดินตามเขาต้อย ๆ เหตุเพราะอยากรู้จักและอยากจะเล่นด้วย ถามว่าเขาไม่มีเพื่อนที่ไหนไม่ใช่เหรอ เช่นนั้นคบมันเป็นเพื่อนไว้สักคนก็ไม่เสียหาย เขาที่เห็นว่าริวไม่ได้ทำให้ตัวเองวุ่นวายอะไรก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ปัจจุบันก็มีเพียงคนในอู่นี่แหละซึ่งพอจะมองว่าไอ้เอกราชคนนี้เป็นมนุษย์เหมือนกันอยู่ ไม่ใช่หมูไม่ใช่หมาที่ต้องอาศัยวัดกินนอนเป็นหลัก แบบที่หลายคนในหมู่บ้านเหยียดหยาม “ป๋าเรืองโทรมาบอกว่าให้ดูแลคู่กรณีของลูกค้าที่จะเข้ามาดี ๆ ครับ” “ทำไมถึงต้อง...” “นั่นไงพี่ มากันพอดี” เอกราชเป็นชื่อที่หมายถึงความเป็นตัวเอง มีอิสระ ทว่าความเป็นจริงมันกลับตรงข้ามกันไปเสียทุกอย่าง ละสายตาจากรุ่นน้องหันไปมองพวกคนที่เดินเข้ามาใหม่ ก่อนนัยน์ตาสีเข้มจะสั่นไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่นับรวมหัวใจของชายหนุ่มที่มันเต้นเชื่องช้ามาตลอดนั้นเปลี่ยนเป็นถี่เร็ว “ไง พวกมึง ป๋าเรืองแจ้งเอาไว้แล้วใช่ไหม เหตุฉุกเฉินนิดหน่อย รบกวนพวกมึงมาช่วยกันดูรถให้คุณป้าเขาที ส่วนมึงนะไอ้ลูกหมา ตาเขียว มือช้ำมาอีกแล้ว งั้นวันนี้มึงไม่ต้องยุ่งเลย แต่ช่วยพาคุณเขากับป้าเข้าไปรอด้านในก่อน” “ไม่เป็นไรเทิด บ้านป้าอยู่แค่นี้เอง เดี๋ยวให้หลานมารับ ส่วนรถถ้าเสร็จแล้วพวกเอ็งค่อยโทรหาป้า ส่วนหนู ป้าขอบคุณมากจริง ๆ นะลูกที่ไม่เอาเรื่อง รวมถึงยังมีน้ำใจซ่อมไอ้แก่ให้ป้า เจริญ ๆ นะลูก” “ไม่เป็นไรค่ะ หนูเต็มใจ อีกอย่างเพราะหนูไม่ดูให้ดีเอง จนเกือบจะชนรถคุณป้าเข้า” “จ้า ๆ ป้าเหนื่อยจะปฏิเสธน้ำใจหนูแล้ว เอาตามที่หนูสบายใจนั่นแหละ งั้นป้าไปก่อนนะลูก ส่วนรถก็รบกวนพวกเอ็งด้วย” “ได้ครับป้า” หลังเจ้าของรถที่เสียตัวจริงเดินออกไปเนื่องจากหล่อนมีธุระที่บ้านต่อ จึงต้องเสียมารยาทกับคู่กรณีให้อยู่รับผิดชอบทั้งที่ก็ไม่ได้ผิดอะไรมากมาย เพราะถ้าจะให้พูดกันตามตรงเลยคือป้าแกผิดเต็ม ๆ ที่ใช้รถเก่าขนาดนี้แบบไม่ตรวจเช็กแล้วนำออกมาขับให้เป็นอันตรายต่อตัวเองและเพื่อนร่วมถนน ส่วนคู่กรณีที่ไม่โวยวายหรือด่าอะไรป้าแกไปเลย นั่นก็เพราะเห็นแค่นามสกุลต่อท้ายไอ้เทิดคนนี้ก็ทราบได้เลยว่าที่บ้านคุณเธอนั้นอบรมณ์สั่งสอนมาดีขนาดไหน ‘ณีนรินทร์ พรรณรายณ์’ ทั้งจังหวัดนี้มีใครจะไม่ทราบบ้างว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เพียงแต่อาจจะยังจำหน้าค่าตาไม่ค่อยได้ เนื่องจากเคยได้ยินข่าวมาว่าเจ้าตัวนั้นไปเรียนอยู่เมืองหลวงตั้งแต่ยังเด็ก จากที่ได้พูดคุยกันก็ทราบได้ว่าเธอเพิ่งจะได้ย้ายกลับมาทำงานที่บ้านเกิด แต่ก็ประสบเหตุจนได้มาเหยียบที่นี่ก่อนจะถึงบ้าน ช่างเป็นเกียรติและบุญหัวของเด็กในร้านจริง ๆ ที่ได้ยลโฉมลูกสาวคนโตเสี่ยสิบเพชรก่อนใครในหมู่บ้านเนี่ย “เอ่อ... สวัสดีครับคุณคนสวย งั้นให้ผมพาไปนั่งข้างในก่อนไหมครับ” แวบแรกที่เห็น ริวต้องยอมรับว่าตกใจเป็นอย่างมาก ทว่าจากลักษณะท่าทางก็ต่างกันลิบลับจนสามารถแยกออกได้ทันที “ถอยเลยมึงไอ้ริว ไปดูรถป้านิดกับกูนู่น ส่วนหน้าที่นี้ให้เป็นของไอ้คนขุมตาเขียว” “แต่ว่าผมน่าจะถนัดรถรุ่นเก่ามากกว่าริวนะครับพี่เทิด ให้ผมไปทำเถอะครับ” “มาทำงานทั้งที่สภาพเป็นแบบนี้ หรืออยากให้กูบอกป๋าแล้วไล่มึงไปโรงพยาบาล” “ไม่ครับ” “งั้นก็ทำตามที่กูบอก ฝากคุณครูเธอด้วย” “ณีนรินทร์ค่ะ ขอรบกวนด้วยนะคะ” TBC. กราบสวัสดีอนุยายทุกท่านค่ะ ในที่สุดเราก็ได้ฤกษ์งามยามดีกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง เป็นแนวดอกฟ้ากับหมาวัดด้วยฮะ ฝากเอ็นดูไอ้เด็กมันด้วย แกเป็นเด็กดี ขยัน ซื่อตรง หนักเอาเบาสู้ค่ะ ฝากเพิ่มเข้าชั้น กดหัวใจ คอมเมนต์ ช่วยดันลูกเขยคนแรกเสี่ยด้วยนะคะ ร้ากกก
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม