เสียงดังของอุปกรณ์ซ่อมบํารุงยานพาหนะบริเวณไม่ไกลจากตลาดในตัวอำเภอมากนักยังคงดังแสบแก้วหูอย่างเช่นทุกวัน ไม่นับรวมกลิ่นฉุนของน้ำมันเครื่องและความร้อนซึ่งทำเอาแผ่นหลังกว้างที่เพิ่งขยับตัวออกมาจากใต้ท้องรถยนต์นั้นเปียกชุ่มไปด้วยคราบเหงื่อไคล
“พักกินข้าวก่อนไหมพี่ จะเที่ยงแล้วนะครับ”
ริว หนึ่งในพนักงานอู่ซ่อมรถที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าของช่างเรืองทรัพย์กล่าวกับบุคคลที่เป็นรุ่นพี่ตนเองเพียงไม่กี่ปี
ทว่าเจ้าตัวนั้นหาได้เป็นคนถือเนื้อถือตัว อีกทั้งยังใจดีกับคนรอบข้างเสมอ จนบางครั้งเขาเองก็อดที่จะเห็นใจอีกฝ่ายไม่ได้ยามเห็นบาดแผลบริเวณใบหน้าโดดเด่น โดยไม่ได้มาจากการชกต่อยของนักมวยมือสมัครเล่นในค่ายเพื่อหารายได้
ช้ำมาขนาดนี้ กับคนที่มีฝีไม้ลายมือเป็นรองแค่เจ้าของค่ายมวยดังในตัวจังหวัดก็คงจะไม่พ้นโดนรังแกมาอีกตามเคย ขนาดว่าเจ้าตัวไม่ได้จะชกเป็นอาชีพ พวกเด็กเวรนั่นก็ยังหาเรื่องอยู่ไม่เลิกรา
ทั้งอีกก็สู้พวกหมาหมู่เวรตะไลแบบนั้นได้สบายแท้ ๆ แต่มีหรือที่ ‘เอกราช’ จะทำ เพียงเพราะไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต รวมไปถึงสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้มีพระคุณที่ช่วงนี้ต้องไปประจำอยู่กรุงเทพเป็นหลักเพื่อเฝ้าดูอาการมารดาในวาระสุดท้าย
“ใกล้เสร็จแล้ว กินก่อนได้เลย”
“ค่อยทำต่อเถอะครับ เดี๋ยวก็ปวดท้องอีก ค่ายามันแพงนะพี่” ไม่ได้อยากจะกล่าวข่มหรือดูถูกเหยียดหยามอย่างที่คนอื่นชอบกระทำกับรุ่นพี่ หากแต่มันก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำให้คนบ้าทำงานมันไปหมดเสียทุกอย่างยอมลุกขึ้นมานั่งทานข้าวให้ตรงเวลาด้วยกัน
ถามว่าทำไมเอกราชที่ทำงานมันไปเสียทุกอย่างแล้วต้องประหยัด แม้กับค่าหมอค่ายาตัวเองยังขี้งก นั่นก็เพราะเงินที่หามาได้ทั้งหมด พี่มันต้องเอาไปใช้หนี้รายวันให้ยายแก่ผีพนันใกล้ตายคนนั้น จนบางเดือนได้ทานแค่ข้าวมื้อเดียวหลังจากช่วยหลวงตาบิณฑบาตเสร็จ
แม้จะโดนล้อว่าเป็นหมาขี้เรื้อน พ่อแม่ทิ้ง ยายผีพนันอย่างไรเจ้าตัวก็ไม่เคยโกรธหรอก
อย่างเดียวที่ห้ามยุ่งคือของในกระเป๋าเป้ที่พี่มันสะพายติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอด ที่ริวเชื่อว่าแตะไม่ได้เลย คือเคยเห็นพี่มันตีคนเกือบตายมาเพราะเล่นอะไรไม่รู้เรื่อง
ตอนนั้นเรายังเรียนสายช่างกันอยู่มั้ง พวกเด็กสถาบันเดียวกันก็ชอบมาหาเรื่องตามปกตินั่นแหละ แต่ดันบอกหนึ่งในกลุ่มตัวเองให้แย่งกระเป๋าเป้เก่า ๆ ของเอกราชไปเปิดดูว่ามีพวกสารเสพติดอยู่หรือเปล่า เพราะถ้ามี ลูกตำรวจที่ทำตัวกร่างจะได้ฟ้องพ่อมันให้มาจับรุ่นพี่ไปนอนในคุกเล่น ๆ
ริวที่ได้ยินแบบนั้นก็โคตรจะโมโหแทนเอกราชที่เคยช่วยตัวเองเอาไว้หลายเรื่องเลย แต่ตอนนั้นเขาดันโดนล็อกตัวเอาไว้อยู่ และเพียงแค่หนึ่งในนั้นเปิดกระเป๋าเอกราชออก ริวก็เห็นกับตาเลยว่ามันสลบคาตีนเดียวของรุ่นพี่ไปจริง ๆ ชนิดที่ว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาแกล้งอีกฝ่ายอยู่พักใหญ่
แต่พอไม่ยุ่งกับของส่วนตัวแล้วตั้งใจทำร้ายแค่เจ้าตัว รุ่นพี่เขาก็ไม่ได้สู้กลับอะไร ปล่อยให้ตัวเองโดนกระทืบอยู่แบบนั้นจนพวกมันพอใจแล้วแยกย้ายหนี
กระทั่งโตมา คิดว่าเอกราชคงจะไม่โดนใครมารังแกให้เจ็บตัวบ่อย ๆ แล้ว เพียงแต่ความใจดีของผู้มีพระคุณก็ราวกับเป็นบ่วงรัดคอไว้ให้เป็นที่ระบายอารมณ์ของลูกชายนิสัยเสียเจ้าตัวเรื่อยมาดั่งที่เห็น แต่มันก็กําแหงได้เพียงตอนลุงชัยไม่อยู่นี่แหละ
“อ่า แบบนั้นก็ได้”
ริวระบายยิ้มยามอีกฝ่ายยอมวางประแจแล้วกำลังจะเดินไปล้างมือเพื่อที่จะมานั่งทานข้าวกับเขาโดยสั่งมาจากร้านประจำ ทว่ายังไม่ได้หยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้รุ่นพี่อย่างทุกทีเลย สายเรียกเข้าจากเจ้าของอู่ก็ทำเอาริวต้องให้ความสนใจก่อนเป็นอันดับแรก
“ครับ ป๋าเรือง”
[พักทานข้าวกันหรือยัง]
“กำลังจะทานครับ ป๋ามีอะไรหรือเปล่า”
[ไอ้เทิดมันเอารถไปส่งลูกค้าเสร็จแล้วเจออุบัติเหตุเกือบจะชนกันเข้าพอดี มันเลยเข้าไปช่วยดู เป็นรถป้านิดหน่อยที่เสีย กำลังจะลากเข้าไปซ่อมที่อู่ อีกไม่กี่นาทีคงจะถึงแล้ว เพราะเหตุเกิดตรงแถวทางจะเข้าตลาดเสี่ยพอดี วานพวกมึงช่วยดูกันด้วย]
“ตอนนี้เลยเหรอครับ... แสดงว่าเป็นลูกค้าคนสำคัญหรือเปล่าครับป๋า” ที่ริวได้ถามออกไปแบบนั้น เพราะไม่มีครั้งไหนเลยที่เจ้าของอู่จะโทรมากำชับพวกเขาเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ เนื่องจากที่อู่แห่งนี้มันอยู่มาได้นานจนเป็นที่ไว้ใจของคนในชุมชนนั้นมาจากการปฏิบัติที่ใส่ใจและดูแลลูกค้าอย่างเท่าเทียม
กับแค่รถเสียจนเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ ป๋าเรืองไม่น่าจะต้องย้ำบอกเรื่องที่พวกเขาในนี้ก็ต่างรู้ดี
[เจ้าของรถที่ลากไปน่ะปกติ แต่คู่กรณีของป้าเขาที่จะรับผิดชอบทุกอย่างให้ ก็สำคัญมากอยู่ พ่อเขาเคยช่วยกูไว้หลายเรื่อง เพราะงั้นดูแลเธอให้ดี ๆ น้ำท่า ขนมในห้องรับรองก็จัดหาให้แบบดีที่สุด]
“ครับ ๆ ได้เลยครับป๋า เดี๋ยวพวกผมดูแลให้ครับ”
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
ให้หลังรุ่นน้องสถาบันเดียวกันวางสายผู้เป็นเจ้านายไป เอกราชที่ล้างไม้ล้างมือเสร็จก็เอ่ยถามขึ้น หากถามว่าสนิทกันได้ยังไง คงเป็นเพราะเมื่อก่อนนั้นริวมันเอาแต่เดินตามเขาต้อย ๆ เหตุเพราะอยากรู้จักและอยากจะเล่นด้วย ถามว่าเขาไม่มีเพื่อนที่ไหนไม่ใช่เหรอ เช่นนั้นคบมันเป็นเพื่อนไว้สักคนก็ไม่เสียหาย
เขาที่เห็นว่าริวไม่ได้ทำให้ตัวเองวุ่นวายอะไรก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ปัจจุบันก็มีเพียงคนในอู่นี่แหละซึ่งพอจะมองว่าไอ้เอกราชคนนี้เป็นมนุษย์เหมือนกันอยู่ ไม่ใช่หมูไม่ใช่หมาที่ต้องอาศัยวัดกินนอนเป็นหลัก แบบที่หลายคนในหมู่บ้านเหยียดหยาม
“ป๋าเรืองโทรมาบอกว่าให้ดูแลคู่กรณีของลูกค้าที่จะเข้ามาดี ๆ ครับ”
“ทำไมถึงต้อง...”
“นั่นไงพี่ มากันพอดี”
เอกราชเป็นชื่อที่หมายถึงความเป็นตัวเอง มีอิสระ
ทว่าความเป็นจริงมันกลับตรงข้ามกันไปเสียทุกอย่าง ละสายตาจากรุ่นน้องหันไปมองพวกคนที่เดินเข้ามาใหม่ ก่อนนัยน์ตาสีเข้มจะสั่นไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่นับรวมหัวใจของชายหนุ่มที่มันเต้นเชื่องช้ามาตลอดนั้นเปลี่ยนเป็นถี่เร็ว
“ไง พวกมึง ป๋าเรืองแจ้งเอาไว้แล้วใช่ไหม เหตุฉุกเฉินนิดหน่อย รบกวนพวกมึงมาช่วยกันดูรถให้คุณป้าเขาที ส่วนมึงนะไอ้ลูกหมา ตาเขียว มือช้ำมาอีกแล้ว งั้นวันนี้มึงไม่ต้องยุ่งเลย แต่ช่วยพาคุณเขากับป้าเข้าไปรอด้านในก่อน”
“ไม่เป็นไรเทิด บ้านป้าอยู่แค่นี้เอง เดี๋ยวให้หลานมารับ ส่วนรถถ้าเสร็จแล้วพวกเอ็งค่อยโทรหาป้า ส่วนหนู ป้าขอบคุณมากจริง ๆ นะลูกที่ไม่เอาเรื่อง รวมถึงยังมีน้ำใจซ่อมไอ้แก่ให้ป้า เจริญ ๆ นะลูก”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเต็มใจ อีกอย่างเพราะหนูไม่ดูให้ดีเอง จนเกือบจะชนรถคุณป้าเข้า”
“จ้า ๆ ป้าเหนื่อยจะปฏิเสธน้ำใจหนูแล้ว เอาตามที่หนูสบายใจนั่นแหละ งั้นป้าไปก่อนนะลูก ส่วนรถก็รบกวนพวกเอ็งด้วย”
“ได้ครับป้า”
หลังเจ้าของรถที่เสียตัวจริงเดินออกไปเนื่องจากหล่อนมีธุระที่บ้านต่อ จึงต้องเสียมารยาทกับคู่กรณีให้อยู่รับผิดชอบทั้งที่ก็ไม่ได้ผิดอะไรมากมาย เพราะถ้าจะให้พูดกันตามตรงเลยคือป้าแกผิดเต็ม ๆ ที่ใช้รถเก่าขนาดนี้แบบไม่ตรวจเช็กแล้วนำออกมาขับให้เป็นอันตรายต่อตัวเองและเพื่อนร่วมถนน
ส่วนคู่กรณีที่ไม่โวยวายหรือด่าอะไรป้าแกไปเลย นั่นก็เพราะเห็นแค่นามสกุลต่อท้ายไอ้เทิดคนนี้ก็ทราบได้เลยว่าที่บ้านคุณเธอนั้นอบรมณ์สั่งสอนมาดีขนาดไหน
‘ณีนรินทร์ พรรณรายณ์’ ทั้งจังหวัดนี้มีใครจะไม่ทราบบ้างว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เพียงแต่อาจจะยังจำหน้าค่าตาไม่ค่อยได้ เนื่องจากเคยได้ยินข่าวมาว่าเจ้าตัวนั้นไปเรียนอยู่เมืองหลวงตั้งแต่ยังเด็ก
จากที่ได้พูดคุยกันก็ทราบได้ว่าเธอเพิ่งจะได้ย้ายกลับมาทำงานที่บ้านเกิด แต่ก็ประสบเหตุจนได้มาเหยียบที่นี่ก่อนจะถึงบ้าน ช่างเป็นเกียรติและบุญหัวของเด็กในร้านจริง ๆ ที่ได้ยลโฉมลูกสาวคนโตเสี่ยสิบเพชรก่อนใครในหมู่บ้านเนี่ย
“เอ่อ... สวัสดีครับคุณคนสวย งั้นให้ผมพาไปนั่งข้างในก่อนไหมครับ” แวบแรกที่เห็น ริวต้องยอมรับว่าตกใจเป็นอย่างมาก ทว่าจากลักษณะท่าทางก็ต่างกันลิบลับจนสามารถแยกออกได้ทันที
“ถอยเลยมึงไอ้ริว ไปดูรถป้านิดกับกูนู่น ส่วนหน้าที่นี้ให้เป็นของไอ้คนขุมตาเขียว”
“แต่ว่าผมน่าจะถนัดรถรุ่นเก่ามากกว่าริวนะครับพี่เทิด ให้ผมไปทำเถอะครับ”
“มาทำงานทั้งที่สภาพเป็นแบบนี้ หรืออยากให้กูบอกป๋าแล้วไล่มึงไปโรงพยาบาล”
“ไม่ครับ”
“งั้นก็ทำตามที่กูบอก ฝากคุณครูเธอด้วย”
“ณีนรินทร์ค่ะ ขอรบกวนด้วยนะคะ”
TBC.
กราบสวัสดีอนุยายทุกท่านค่ะ
ในที่สุดเราก็ได้ฤกษ์งามยามดีกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง เป็นแนวดอกฟ้ากับหมาวัดด้วยฮะ ฝากเอ็นดูไอ้เด็กมันด้วย แกเป็นเด็กดี ขยัน ซื่อตรง หนักเอาเบาสู้ค่ะ
ฝากเพิ่มเข้าชั้น กดหัวใจ คอมเมนต์ ช่วยดันลูกเขยคนแรกเสี่ยด้วยนะคะ ร้ากกก