ครืด~ ครืด~
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทันทีหลังจากเปิดเครื่องเรียกความสนใจของ ‘คัพเค้ก’ ที่เพิ่งยกกระเป๋าเดินทางของตนลงจากสายพานเสร็จเรียบร้อยได้เป็นอย่างดี
ตากลมจ้องมองชื่อที่ปรากฏบนจอมือถือด้วยแววตาระริกระรี้ เมื่อเห็นว่าปลายสายที่โทรมานี้เป็นใคร
"คุณแด๊ด~ โทรมาได้จังหวะขนาดนี้ สารภาพมาซะดี ๆ ว่าคุณแด๊ดแอบมีสปายอยู่บนเครื่องที่เค้กบินกลับมาใช่ไหมคะ?" เสียงหวานเอ่ยทักทายปลายสายอย่างร่าเริง พร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะได้พบกับคุณแด๊ดที่ไม่ได้เจอมานาน
ตลอดสามปีที่เธอไปเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา คุณแด๊ดไม่เคยไปหาเธอที่นั่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว! โดยอีกฝ่ายให้เหตุผลว่า 'อยากให้เธอใช้เวลาที่แสนอิสระที่นั่นให้เต็มที่' แต่กระนั้นเขากลับรู้ความเคลื่อนไหวของเธอทุกอย่าง
แน่นอนว่าแรก ๆ คณินทราได้แต่แอบตั้งคำถามว่าความจริงคุณแด๊ดจะแอบสะกดรอยตามเธออยู่หรือเปล่า พอไปถามเซ้าซี้หนักเข้า เธอถึงได้รู้ว่าเขาแอบส่งคนมาคอยตามดูแลเธออยู่ตลอด ซึ่งคำตอบนั้นก็ทำเอาเธออารมณ์ดีไปหลายวัน เมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายยังหวงและห่วงไม่ต่างกับเมื่อก่อนเลยสักนิด
สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่าสิ่งที่คุณแด๊ดทำมันน่าอึดอัด แต่สำหรับคัพเค้กแล้วเธอไม่ได้คิดอย่างนั้น เธอชอบที่คุณแด๊ดแสดงออกถึงความเป็นห่วงเธอแบบชัด ๆ มากกว่า ทั้งการตามดูแลของคุณแด๊ดก็ไม่ได้ทำให้อิสระเธอลดน้อยลงไปสักหน่อยนี่นา เธอยังทำทุกอย่างได้อย่างเต็มที่ จนเวลาสามปีหมดไปโดยไม่ทันได้รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
และในที่สุดวันที่เธอจะกลับมาอยู่ร่วมกับคุณแด๊ดอีกครั้งก็มาถึง!
ซึ่งมันก็คงจะถึงเวลาแล้วที่เธอจะงัดสารพัดมารยาออกมาใช้ เพื่อทำให้คุณแด๊ดเป็นของเธอให้จงได้!
"แด๊ดมายืนรอหนูตรงหน้าประตูขาเข้าแล้วนะครับ ตอนนี้เค้กอยู่ไหนเอ่ย? แด๊ดเห็นที่บอร์ดมันขึ้นว่าเครื่องแลนด์ตั้งนานแล้วนี่นา"
"คุณแด๊ด~ ลงจากเครื่องมา เค้กก็ต้องไปเอากระเป๋าก่อนสิคะ! นี่คุณแด๊ดคิดถึงเค้กจนทนไม่ไหวแล้วหรือไง ถึงได้มาเร่งกันแบบนี้อ่ะ"
เด็กสาวพูดหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดี ขณะที่เข็นรถเข็นไปตามทางเดินเพื่อเร่งฝีเท้าไปหาคนที่ตัวเองอยากเจอมานาน แม้จะทุลักทุเลอยู่บ้าง เพราะต้องเข็นรถมือเดียวเนื่องจากแด๊ดดี้สุดที่รักมัวแต่ถามนั่นถามนี่ไม่ยอมปล่อยให้เธอวาง ไหนจะทางเดินในสนามบินที่โคตรจะยาว! แต่สุดท้ายคณินทราก็พาตัวเองพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบยักษ์อีกสามใบออกมาจากอาคารผู้โดยสารจนสำเร็จ
"คุณแด๊ด!!"
คัพเค้กไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะตะโกนเรียกแด๊ดดี้ราฟล์ซึ่งยืนรอตัวเองอยู่ที่ปลายทาง ก่อนจะทิ้งรถเข็นและวิ่งไปหาอีกฝ่ายด้วยความดีใจ
ร่างน้อยกระโดดกอดอีกฝ่ายด้วยท่าทางประหนึ่งลูกลิง โดยใช้แขนทั้งสองข้างเกี่ยวไว้ที่รอบคอ พร้อมกับสองขาที่ตวัดเข้าที่รอบเอวโดยไม่ได้ออมแรงแต่อย่างใด ก่อนจะกดจูบลงไปบนริมฝีปากอย่างอดไม่ไหวในทันที
"!!!"
กลับกลายเป็นราฟาเอลเองที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะการจู่โจมที่ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าสมัยก่อนมาก ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่ได้คิดจะผลักเธอออกห่าง ซ้ำยังเอื้อมมือไปกอดเอวบางเอาไว้อย่างแนบแน่นด้วยความคิดถึงอีกด้วย
ทั้งที่ความจริงระยะเวลาเพียงสามปีมันไม่ได้นานขนาดนั้นเลย
แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ กลับทำให้นางฟ้าตัวน้อยของเขากลายเป็นสาวสะพรั่งไปเสียได้ แม้เราจะคุยกันทุกวันผ่านวิดีโอคอลก็จริง แต่ปกติเขาก็จะเห็นเพียงใบหน้าของอีกฝ่าย ไม่คิดเลยว่าคัพเค้กของเขาจะกลายเป็นสาวสวยหุ่นเซี๊ยะที่ ‘เต็มไม้เต็มมือได้’ ถึงขนาดนี้
ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงรู้ทั้งที่ตอนนี้เธอใส่ชุดวอร์มแขนยาวขายาวอยู่ นั่นก็เพราะเธอเบียดตัวใส่เขาอยู่น่ะสิ! ถ้าอยู่ใกล้กันขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีก เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแล้ว!
“!!!!”
เป็นอีกครั้งที่ราฟาเอลถึงกับผงะ เมื่อสัมผัสได้ถึงปลายลิ้นอ่อนนุ่มที่ไล้เลียอยู่บนกลีบปาก เขาเผลอตัวเผยอปากออกด้วยความตกใจในความใจกล้าของคณินทรา ซึ่งนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้ลิ้นน้อยเบียดแทรกเข้ามาในปากอย่างรวดเร็ว
เด็กนี่... ไปหัดทำเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
นั่นเป็นคำถามเดียวที่ปรากฏขึ้นใจหัวของชายหนุ่มวัย 35 ที่ถูกปล้นจูบจากเด็กที่ตัวเองแอบรักมานาน ลิ้นน้อยที่พยายามจะสอดเข้ามาเกี่ยวพันกับเขาอย่างไม่ประสีประสา ทำให้ความยั้งใจของราฟาเอลขาดสะบั้นลง
“อืมมม~”
เจอแบบนี้เข้าไป ใครมันจะไปทนไหวกัน? ถึงจะรู้ดีว่าที่นี่มันกลางสนามบินซึ่งมีคนอยู่รอบข้างหลายร้อยชีวิตก็เถอะนะ แต่ได้มาดีพคิสกับเด็กที่ตัวเองหลงรักแบบนี้ ถ้ายังห้ามใจได้อีกก็แปลกแล้วไหม?
ให้ตายเถอะ! ยัยเด็กนี่ทำไมถึงได้รุกหนักรุกแรงขนาดนี้ก็ไม่รู้ แล้วแบบนี้เขาจะทนอดใจอีกสี่ปีจนเด็กนี่เรียนจบได้อยู่หรอ? แต่เรื่องนั้นเขาคงต้องช่างหัวมันก่อน เพราะตอนนี้น่ะ...
อ่าาาา... เวรแล้วไง แต่ชักจะเ****นขึ้นมาซะแล้วสิ...