EP.6 คนไม่มีหัวใจ

1375 คำ
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูของเมฆปกคลุมไปด้วยความเงียบ แสงไฟจากสลัวข้างทางที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ เผยให้เห็นใบหน้าสวยที่บัดนี้อาบไปด้วยน้ำตา นาวนั่งกอดอกพิงกระจกรถ ปล่อยให้ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดสามปีพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี “ฮึก!” เสียงสะอื้นเล็กๆ ที่หลุดออกมาทำเอาคนขับอย่างเมฆต้องลอบถอนหายใจด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน เขาเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู่ยื่นให้เธอเงียบๆ โดยไม่เอ่ยคำกดดันใดๆ “สุดท้าย...เขาก็ยังเป็นตุลย์คนเดิมอยู่ดีนะเมฆ” นาวเอ่ยออกมาในความเงียบ น้ำเสียงนั้นทั้งสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความตัดพ้อ “คนไม่มีหัวใจ แถมยังปากร้ายไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ” เมฆกำพวงมาลัยแน่นขึ้น เขาเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอดสามปีที่อังกฤษ เขารับรู้มาตลอดว่าในหัวใจของนาวไม่เคยมีที่ว่างให้ใคร เพราะมันถูกจับจองโดย ‘เพื่อนสนิท’ อย่างตุลย์มาโดยตลอด ที่เธอปฏิเสธความรักจากเขาก็เพราะเธอมั่นคงในความรู้สึกที่มีต่อตุลย์ แม้จะเป็นความรักที่ไม่มีวันบอกออกไปได้ก็ตาม “นาวจะกลับไปหาเขาทำไม ในเมื่อกลับไปแล้วนาวต้องเจ็บแบบนี้” เมฆเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความตัดพ้อในโชคชะตาของตัวเอง “นาวแค่คิดว่าเวลาสามปีมันจะทำให้เขาเปลี่ยนไปบ้าง นาวคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับเขาได้แล้ว แต่เปล่าเลยเมฆ พอเห็นหน้าเขา พอได้ยินคำพูดร้ายๆ ของเขา นาวก็แพ้ทุกที” นาวปิดหน้าร้องไห้อย่างหมดแรง “เขารู้เมฆ...เขารู้ว่านาวเจ็บตรงไหน และเขาก็เลือกที่จะแทงลงมาตรงนั้นเสมอ” เมฆมองหญิงสาวที่เขาชอบด้วยสายตาเป็นห่วง เขาอยากจะบอกเธอว่า ‘เปิดใจให้เขาเถอะ’ แต่เขารู้ดีว่าทำไม่ได้ เพราะตราบใดที่นาวยังไม่เลิกรักตุลย์ คำพูดของเขาก็เป็นได้แค่อากาศธาตุเท่านั้น “ถ้ามันเหนื่อย พักก่อนไหมนาว” นาวไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่หลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลรินผ่านแก้มขาวนวล ในใจนึกถึงสายตาเย็นชาของตุลย์ที่ระเบียงนั่น สายตาที่บอกว่าเธอเป็นแค่ภาระและคนที่ไม่ได้เรื่อง ที่จะยืนอยู่เคียงข้างเขา มันยิ่งพาลให้เธอเจ็บซ้ำยิ่งกว่าเดิม -เวลอร่าคลับ- ท่ามกลางแสงไฟสีสลัวและเสียงดนตรีที่คลอเคล้าอยู่ในคลับหรู บรรยากาศในห้อง VIP ที่คุ้นเคยกลับปกคลุมไปด้วยความอึดอัดจนพนักงานที่ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟยังไม่กล้าสบตาประธานหนุ่มแห่งเลิศวิริยะ ตั้งแต่ที่นาวเดินออกไปกับเมฆ ตุลย์ก็ไม่ได้กลับเข้าไปในงานอีก เขาตรงดิ่งมาที่คลับของเพื่อนรักทันที บนโต๊ะหรูหรามีขวดเหล้านำเข้าราคาแพงตั้งอยู่ แต่มันกลับพร่องไปเร็วกว่าปกติด้วยฝีมือของเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่นั่งหน้าเคร่งขรึมอยู่กลางโซฟา ตุลย์กระดกเหล้าเข้าปากอึกใหญ่อย่าไม่ลดละ รสชาติบาดคอไม่ได้ทำให้ความรุ่มร้อนในอกลดน้อยลงเลย ภาพแผ่นหลังของนาวที่เดินจากไปกับเมฆยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัวเหมือนหนังวนลูป ยิ่งคิด มือหนาก็ยิ่งกำแก้วแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ติณณ์และเพลิงมองหน้ากันสลับไปมาด้วยความแปลกใจ พวกเขาไม่ได้เห็นตุลย์ในสภาพเสียอาการขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้ว ถ้านับตั้งแต่วันที่นาวย้ายไปอังกฤษเมื่อ 3 ปีก่อน “เฮ้ยๆ เพลาๆ หน่อยครับไอ้พี่เขย เหล้านะไม่ใช่เฮลซ์บลูบอย จะรีบซดไปแก้อาการน้ำตาลตกหรือไงวะ” เพลิงเอ่ยท้วงขึ้น พลางแย่งแก้วออกจากมือเพื่อน ก่อนที่ตุลย์จะรินเบิ้ลเข้าไปอีกรอบ “ปล่อย!” เขาสบถเสียงต่ำ แววตาคมกริบที่เคยนิ่งดุจหินผา บัดนี้กลับสั่นไหวและกราดเกรี้ยวด้วยความหงุดหงิด “กูแค่อยากดื่ม” “ดื่มแบบนี้เขาเรียกกินประชดชีวิตว่ะ และให้กูเดานะ เรื่องไอ้นาวชัวร์! เพราะไม่มีใครทำให้ไอ้พญาหินผาอย่างมึง แตกสลายได้ขนาดนี้” ติณณ์วางแก้วในมือลงแล้วเอนหลังพิงพนัก ก่อนจะถามขึ้นอย่างสงสัย “มันทำอะไรมึง หรือมึงไปปากหมาอะไรใส่มันอีก ครั้งที่แล้วมันหนีไปยังไม่เข็ดใช่ไหม” “หนีเหรอ? หึ! ยัยนั่นไม่ได้หนีหรอก แต่เดินตามไอ้มฆไปต่อหน้าต่อตากูต่างหาก!” ตุลย์ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อคำพูดของติณณ์กระแทกเข้าหน้าอย่างจัง เขาเค้นยิ้มหยันอย่างสมเพชตัวเอง ก่อนจะกระแทกแก้วลงบนโต๊ะจนเสียงดังสนั่นไปทั้งห้อง “คิดว่ากูจะสนเหรอ? คิดว่ากูจะแคร์หรือไง!” “เออ! ท่าทางมึงไม่สนเลยครับไอ้พี่เขย ไม่สนจนซัดเหล้าไปครึ่งขวดภายในครึ่งชั่วโมงเนี่ยนะ” เพลิงหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะหันไปสบสายตารู้กันกับติณณ์ ที่นั่งจิบเหล้าเงียบๆ มองดูอาการเพื่อนรักนักหึง ที่กอดขวดเหล้าไม่วางอย่างเสียผู้เสียคนอยู่ตอนนี้ “พวกมึงหุบปากไปเลย ถ้าไม่แดกเป็นเพื่อนกู ก็กลับไปหาลูกหาเมียไป!” ตุลย์โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดจัด ภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึมและคำพูดพาลไปทั่ว ทว่าหัวใจของตุลย์กลับบีบรัดจนเจ็บไปหมด เขาทั้งโกรธตัวเองที่เผลอพ่นคำร้ายๆ ใส่นาว และทั้งบ้าคลั่งที่เห็นภาพเธอยิ้มให้เมฆ ภาพนั้นมันเหมือนตะปูที่ตอกย้ำว่าเขาอาจจะกำลังเสียเธอไปจริงๆ ความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ มันเปลี่ยนเป็นความหยาบคายและฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เขาใช้มอมเมาตัวเองเพื่อให้ลืมความอ่อนแอในใจ กริ๊ก! เสียงชัตเตอร์จากโทรศัพท์ราคาแพงดังขึ้นเบาๆ ตุลย์ตวัดสายตาคมกริบมองเพลิงทันที แต่อีกฝ่ายกลับไวกว่า “มึงทำเชี้ยอะไรไอ้เพลิง!” “เปล๊า แค่เห็นประธานผู้สุขุมแห่งเลิศวิริยะอยู่ในสภาพ ‘หมาหวงก้าง’ เลยอยากบันทึกประวัติศาสตร์ไว้หน่อยว่ะ” เพลิงยักคิ้วให้พลางรัวนิ้วลงบนหน้าจอ [Line Group: 4 มหาเทพ (ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมา 3 ปี)] ห้องแชทที่เคยเงียบสนิทตั้งแต่นาวตัดสินใจไปอังกฤษ บัดนี้กลับเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง Phleng: [ส่งรูปภาพ] Phleng: สภาพประธานหนุ่มสุดฮอต ณ เวลอร่าคลับตอนนี้ครับท่านผู้ชม ใครว่างมารับศพไปส่งที่คอนโดทีว่ะ ท่าทางจะอาการหนัก ขาดน้ำ (ตาล) อย่างแรง @Now_Nalin ตุลย์มองข้อความในกลุ่มที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะ ลมหายใจของเขาเหือดหายไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบจ้องมองชื่อที่เขาไม่ได้ แอดหามานานแสนนาน “มึงส่งไปทำไมวะ!” ตุลย์คำราม มือหนาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะลบข้อความ แต่ใจหนึ่งกลับนิ่งงันไป ทว่าเขากำลังรอ รอว่านาวจะขึ้น Read ไหม? จะตอบอะไรกลับมาหรือเปล่า? หรือเธอจะเมินเฉยเหมือนที่เขาเคยทำใส่เธอ ความเงียบในกลุ่มไลน์มันช่างบีบคั้นพอๆ กับความเงียบในอกของเขา ตุลย์จ้องหน้าจอจนตาไม่กะพริบ ลืมแม้กระทั่งจะด่าเพลิงต่อ ความเป็นรักที่พยายามซ่อนไว้บัดนี้มันล้นทะลักออกมาทางสายตาจนเพื่อนอีกสองคนได้แต่ถอนหายใจ “ถ้ามึงไม่พูด ไอ้นาวมันก็ไม่มีวันรู้หรอกนะ ว่ามึงเป็นบ้าขนาดนี้เพราะมัน” ติณณ์พูดขึ้นเบาๆอย่างเหลืออด ทว่าตุลย์กลับไม่ตอบ เขาซดเหล้าหมดแก้วอีกครั้งพลางจ้องเข็มนาฬิกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม