บทที่ 14 เด็กยั่ว

1752 คำ
น้องถอดเสื้อทิ้งสักพักก็ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ ผมนี่อยากเดินตามไปเลย แต่ต้องข่มใจท่องไว้ว่า น้องสาขาโยธาห้ามยุ่ง พี่มันอยู่อีกมหาลัยฯ มีพี่รหัสเป็นไอ้ยอด เดี๋ยวเดือดร้อนแน่ ผมหลับตาท่องพึมพำราวกับกำลังสวดไล่ผี แต่ก็ไม่แปลกอะไรหรอก เพราะว่าต้องใช้สมาธิขั้นสุดในการข่มใจ ก็น้องมันยั่วนี่... แต่เมื่อน้องเดินออกจากห้องน้ำมาผมแทบบ้า สติหลุดบอกเลยเมื่อเห็นคนเมาจนหน้าแดงไม่พอ ยังทำท่าจะถอดเสื้อตัวนอกออกจนผมต้องรีบห้าม “เดี๋ยวโมจิทำอะไร” ผมวิ่งสับขาตีนแทบแตกเพียงอึดใจก็ถึงร่างเล็กแล้วก็ดึงเสื้อน้องลงพลางหอบหายใจนิด ๆ แต่ร่างนุ่มดันเซมาซบผมเสียนี่ “ร้อน...ร้อนมาก” ริมฝีปากอุ่น ๆ ของน้องซบไปที่อกผมแต่ขยับไปมาทำให้รู้สึกว่าเหมือนกำลังโดนปลุกอารมณ์ชอบกล ทั้งที่คนเมาไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมที่รับร่างนั้นไว้คิดไปไกลแล้ว ‘ตอนเมายั่วมากจริงด้วย’ ผมคิดในใจพลันนึกถึงตอนเวลาไอ้ยอดรักไปเฝ้า แล้วถ้าน้องเมาเผลอกอดคนโน้นคนนี้เหมือนผมทำไงวะ แค่คิดว่าน้องกอดคนอื่นผมก็โกรธแล้ว เฮ้อ...ร่างกายกูเป็นอะไรวะเนี่ย! “โมจิ...เมาแล้วไปนอนไหม” ผมประคองร่างน้องให้ยืนดี ๆ แต่ไม่นึกว่าผมที่ตั้งใจมอมน้องจะรู้สึกว่าตัวเองทำผิดเอาก็ตอนนี้ เหมือนผมกำลังเล่นกับไฟเลย “เมา...ไม่เมา...ใครเมา...ไปกินต่อ” อืม...นี่แหละเมาได้ตาใสมาก แถมยังหน้าหวานเยิ้มเลยผมเลยข่มใจเดินพยุงไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวีก่อน จากนั้นค่อยไปหาน้ำเย็น ๆ มาเช็ดหน้าให้ ‘ไม่น่าหาเรื่องเลยกู จะบ้า!’ เมื่อผมเอากะละมังเล็ก ๆ ใส่น้ำสะอาดกับผ้าขนหนูสีขาวมาจากนั้นบิดผ้าให้หมาด ก่อนจะจับอีกคนที่นั่งจ้องทีวีนิ่งเหมือนดูทีวีปกติจนไม่คิดว่าเมาสักนิด จนกระทั่งเสียงพูด “เพ่...ปุณณ์...ดูนั่น...นางเอกสวยปะ” ชัดเลยลิ้นเปลี้ยแบบนี้ชัดเจนเลย ไม่เมาไม่ใช่แล้ว เหล้าบ๊วยเห็นหวาน ๆ แบบนี้ตัวเมาเลยผมจะบอกให้ กลิ่นบ๊วยที่ออกจากปากน้องทำให้ผมอยากชิมจากปากสักที แม้ว่าตัวเองไม่ชอบเหล้าหวาน แต่ทว่ากลิ่นมันเย้ายวนใจเหลือเกิน “สวย” ผมตอบแบบไม่ได้มองด้วยซ้ำว่านางเอกนั่นหน้าตายังไง เอาจริงดูซีรีส์จบไปสองตอนแล้ว ผมยังจำหน้านางเอกไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเอาแต่มองคนข้าง ๆ “สวย...เขาสวย...กว่าหนูอีกเหรอ” “ไม่” ผมตอบไปก็เช็ดหน้าคนถามไปด้วย ทั้งหงุดหงิดตัวเองที่ไม่ยอมกลับห้องสักที ทั้งที่แค่เปิดประตูไปก็ถึงแล้ว เอาแต่สนใจคนที่จะทำให้ตัวเองตบะแตกอยู่ตรงนี้อยู่ได้ “แล้วทำไมเขาไม่ชอบว้า...” อ้าว เอาแล้ว...แบบนี้ชัวร์เลยคิดถึงคนเก่าแน่ ๆ ให้ตายเถอะ แล้วไอ้คนอย่างผมปลอบคนเป็นที่ไหนละ ยกเว้นด่าเป็นอย่างเดียว ไอ้ปั้นก็ด่าอย่างเดียวตอนเรื่องไอ้ริน ส่วนไอ้ปัณณ์ก็ปลอบเพื่อนเก่ง แล้วผมนอกจากเยเย้เก่งแล้วก็คิดว่าไม่มีอะไรเก่งเลย ถ้าไม่นับเรื่องเรียนนะ “ช่างแม่งเหอะไอ้สกายนั่นหนะ ตาบอดมองไม่เห็นของดี ๆ หรอก มีเพชรอยู่กับมือคว้ากรวด” ในเมื่อปลอบไม่เป็นก็ด่าไอ้คนเก่าแม่งไปเลย เป็นไงผมแมนอยู่แล้วเรื่องโยนความผิดให้คนอื่น “ใช่เนอะ...พี่ว่าหนูต้องพาเขาไปหาหมอตาหน่อยปะ เผื่อจะได้ตาสว่าง ๆ ขึ้น อะไรมันบังลูกตาอยู่ว้า...เนี่ยรักมาตั้งนานบอกเป็นน้อง น้องที่ไหนเขาดูแลขนาดนั้นวะ ไปรับไปส่ง หวงเวลาคนอื่นมาจีบแต่พอถาม ไม่ได้คิดอะไรแค่น้อง” “เหี้ยจริง ๆ” “ไอ้สกายใช่ไหม” ผมถาม “หนูเนี่ย...เหี้ย...เหี้ยไม่มีจระเข้ปนเลย...คิดเองเออเอง รักเอง เจ็บเอง เศร้าวะ” ฉิบหายไอ้สกายแม่งทำเรื่องไว้แล้วให้กูตามแก้นี่นะ คอยดูเจอคราวหน้ามึงโดนกูแน่ “ทีหลังอย่าไปมองมัน เจอก็หนีให้ห่าง” ผมก็ไม่อยากให้น้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับมันหรอก เหยียบเรือหลายแคมจริง ๆ วันนี้เห็นนะว่านัยน์ตามันมีความเสียดายซ่อนอยู่ แม้แต่แค่ชั่วเสี้ยวนาทีเดียวก็เถอะ แต่ซ่อนสายตาผมไม่ได้หรอก ผู้ชายมันดูกันออก “หนีห่างอะไร๊...หนูเนี่ยจะถ่าง....” “เฮ้ย...ไม่ได้...ไม่ได้เด็ดขาด” ผมรีบห้ามเลยเรื่องจัญไรแบบนี้นึกว่ามีแค่ผู้ชายที่พูด ไอ้ยอดไอ้ห่านี่สอนน้องพูดทะลึ่งอีก ไอ้พูดทะลึ่งไม่กลัวอะดิ กลัวทำจริง “หึ...หึ...อย่าว่าแต่ไม่ได้เลย...พี่รู้ปะ...หนูโป๊ในห้องน้ำอะไอ้พี่สกายมันยังไม่มองเลย นี่ก็ไม่เข้าใจเลยนะว่าหนูไม่ดีตรงไหน สวยสู้ยายนอแรดไม่ได้ตรงไหน ดูให้หนูหน่อยสิพี่ เนี่ยดูสิ...มีตรงไหนไม่สวยบ้าง” โอ้โห...ตาย...ตายแน่...ตายจริง...น้องถกเสื้อให้ดู แล้วสองเต้าอวบเต็ม ๆ ตา จนผมที่สงบได้ชั่วครู่ตื่นอีกแล้ว เชื่อไอ้ยอดรักแล้วว่าแม่งตอนเมายั่วมาก ยั่วจนน่าเป็นห่วงเลยทีเดียว แล้วเคยไปถกเสื้อให้ไอ้พวกนั้นดูบ้างหรือเปล่าวะ ถึงเป็นพี่ก็เป็นผู้ชาย “พี่...ยังไม่ตอบหนูเลยว่า...หนู...สวย...ปะ” ใครจะไปตอบได้...ตอนนี้หาเสียงตัวเองยังหาไม่เจอเลย ตาของผมจ้องแต่โมจิสองก้อนนี้จนไม่สามารถละไปไหนได้เลย แล้วอีกคนก็มองหน้าผมเหมือนเอาเรื่อง “สวยป่ะ...ตอบจิ...ตอบหน่อยจิ...นะ...น้า” ตาย...ถ้าตอบไม่สวยจะได้เหรอวะอ้อนขนาดนี้ ผมไม่เคยแพ้ลูกอ้อนผู้หญิงจนกระทั่งโดนน้องโมจิอ้อนเนี่ยแหละ หน้าสวย นมสวย แล้วไม่ต้องถามเลยว่าข้างล่างตรงนั้นจะแค่ไหนกัน แค่คิดผมก็ขนลุกท่วมหัว อยากจะให้น้องถางขาอ้าออกแล้วก็จับยัดให้รู้แล้วรู้รอด แต่...ไม่ได้น้องยังซิง...น้องยังไม่เคย...น้องเมา ต่อให้เ****นแค่ไหนผมก็ไม่ควรเอาผู้หญิงตอนเมา...มันผิด ผมลุกขึ้นทำท่าจะวิ่งหนีกลับห้องแล้วปล่อยให้น้องมันแล้วอยู่ในห้องไปเดี๋ยวคงจะหลับไปเอง แต่เมื่อลุกขึ้นยืนอีกคนที่เคยไล่ผมเย้ว ๆ ให้กลับห้องตั้งแต่ตอนมาถึงกระชากแขนผมเข้าหา ฟุ่บ ร่างกายของผมเซตามแรงกระตุกของน้องในจังหวะที่กำลังลุก และไม่ได้เกร็งร่างให้ดี บอกเลยว่าผมทับไปกับโมจิที่แสนนุ่มนิ่มทั้งตัว... “ไปไหน...คุยยย...กันก่อนจิ” นั่นลิ้นเปลี้ยออกเสียงซะเสียวไปหมด ไม่รอดแล้วกู...ตาย...กูตายเหอะถ้าพูดคำนี้ ต่อให้มัดมือมัดเท้ากูไว้บอกเลยว่ากูก็ดิ้นหลุด “คะ...คุยอะไรครับ” ผมถามเสียงสั่นพร่าพยายามกลั้นใจไม่ให้ทำอะไรคนตรงหน้า เพราะเดี๋ยวผมมีปัญหาแน่ น้องไม่ใช่แค่ยิ้มหวานส่งสายตาเยิ้มยังเอานิ้วมาจิ้มแก้มผมเบา ๆ บอกเลยท่าทางแบบนี้โคตรน่ารักเลยวะ ทำไมผมเคยมองผู้หญิงที่แกล้งเมาพวกนั้นอีกอย่างหนึ่งนะ แต่ว่าผู้หญิงที่เมาจริงคนนี้มันรู้สึกคนละอย่างแถมยังอยากเก็บเอาไว้ดูคนเดียว “ฮึ...ฮึก...เอิ๊ก...คุยใหญ่...คุยโต...ใช่ม๊ะ...พี่น่ะ...เหนนนนะ...วันนั้นนะ...ห้าสิบแปดเยย” อื้อหือ...ทำไมเดาถูกวะ...เห็นแค่แปล๊บเดียวเองนะ อะไรวะเนี่ย แล้วทำไมผมต้องภูมิใจที่น้องเดาขนาดผมถูกด้วยวะ แล้วริมฝีปากจะเหยียดยิ้มอีกนานไหมวะ “อยากลองห้าสิบแปดหรือเปล่าครับ” เสียงแหบถามคนเมา แต่ใบหน้าผมเลื่อนลงมากดฝังที่แก้มป่องแผ่ว ๆ สูดเอากลิ่นหอมเข้าเต็มปอด บอกได้คำเดียวว่าโคตรจะชื่นใจ น้องทำปากยื่นเหมือนกำลังช่างใจว่าจะลองดีไหม ท่าทางแบบนี้ทำเอาคนรอคำตอบใจสั่นเหมือนกันนะ “ม่ายยยไม่รู้...จิ...เดี๋ยวปิ๊แหกพอดี” โอ๊ย...ขนาดพูดทะลึ่งผมก็ยังมองว่าน่ารัก ใครว่าน้องปากหมานะผมจะตบเรียงตัวเลย “ก่อนทำมันก็ต้องเล้าโลมก่อน...แบบนี้” เส้นจิตสำนึกด้านดีขาดหมดแล้ว จังหวะนี้ขอชิม ๆ หน่อยเถอะแค่ภายนอกเป็นไรหรือเปล่าวะ... แม้ในหัวจะคิดถึงเรื่องความถูกผิด แต่ริมฝีปากแตะแผ่ว ๆ ที่ริมฝีปากเล็กเลาะเล็มเบา ๆ แต่ไม่กล้าจูบลึกซึ้ง ผมคิดว่าคนเมาไม่น่าจะจำได้และไม่อยากโชว์ของโดยอีกคนไม่ได้รู้สึกอะไร “โมจิ...พี่อยากกินโมจิ” “ม่ายอร่อยหรอก...” “ยังไม่ลองเลย” “พี่สกายยังไม่อยากกินเลยนะ...หึ...” ชื่อนี้ได้ยินปุ๊บแสลงหูปั๊บเลย ผมกัดฟันแน่นทันทีและตั้งมั่นในใจว่าจะทำให้เธอลืมคนที่ชื่อสกายให้ได้เลย ริมฝีปากของผมจูบซับไล่ลงมาเรื่อย ๆ จากนั้นจูบหนัก ๆ ตรงร่องอก แต่ไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ เพราะเดี๋ยวน้องไปเรียนจะอับอาย สองมือใหญ่ของเขาจับโมจิสีพีชสองลูกอันแสนน่ากินบีบนวดให้เธอผ่อนคลาย ก่อนจะได้ยินเสียงครางหวาน “อื้อ...อ๊า...สบายจัง” ผมยิ้มทันทีที่ได้ยินคำนี้ นี่แหละที่ผมอยากให้เธอสบาย ไม่ใช่อะไรหรอก ถ้ายิ่งร่างกายผ่อนคลายมาก ๆ จะยิ่งมีอารมณ์ “อยากดูดยอดโมจิจังครับคนสวย” ผมไล้เรียวลิ้นตรงปลายยอดอกที่ดันเสื้อตัวบางออกมา เพียงเท่านั้นก็ทำให้คนเมาร้องเสียงกระเส่า “อื้อ...เสียว...เสียวยันกีเลย”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม