เกือบตีสามแล้ว
แต่ฟีนิกซ์ที่นอนอยู่บนโซฟากลับพลิกตัวไปมา นอนไม่หลับเสียที ความเงียบของห้องพักฟื้นยิ่งทำให้ความคิดในหัวดังชัดขึ้นทุกวินาที
ต่างจากเจนนิสที่หลับสนิทบนเตียง ใบหน้าผ่อนคลาย ลมหายใจสม่ำเสมอ หลับสบายจนแทบไม่มีอะไรในโลกนี้รบกวนได้
“แม่งเอ๊ย…” ฟีนิกซ์พึมพำเบา ๆ อย่างหัวเสียกับตัวเอง “มาขึ้นอะไรตอนนี้ว่ะ”
สายตาเขาจ้องมองลงไปที่ตัวเอง ซึ่งตอนนี้กำลังตึงเป๊ะ โชว์ผงาดเต็มที่ใต้ผ้าห่มบาง ๆ ที่พยายามกุมไว้แน่น แต่ดูท่าเฮียฟีนิกซ์จะแพ้ความดื้อของมัน
เขาเลยค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากโซฟาเบาๆ แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ พร้อมหยิบโทรศัพท์ติดมือไปด้วยอย่างไม่ลืม
ฟีนิกซ์รีบเดินไปห้องน้ำก่อนผลักประตูห้องน้ำเข้าไป ถอดกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหน้าจอ แล้วนั่งลงบนชักโครกพร้อมไล่นิ้วหาเว็บไซต์ที่เขาต้องการอย่างเร่งรีบ
“ช่องนี้แล้วกัน…” ฟีนิกซ์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง ก่อนนิ้วจะแตะเปิดคลิปที่ขึ้นแนะนำบนหน้าจอทันที
มืออีกข้างเลื่อนลงไปจับท่อนเอ็นที่กำลังร้อนผ่าวของตัวเอง แล้วเริ่มรูดขึ้นรูดลงช้าๆ สายตาจับจ้องภาพในคลิปไม่วางตา ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้นทีละน้อย
“อื้อออ… อ่าาา…” เสียงครางแผ่วเบาๆ ของฟีนิกซ์หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ขณะที่ลมหายใจพ่นออกจากปากทีละน้อย
มือที่กำลังรูดท่อนเอ็นของตัวเองเริ่มเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติตามจังหวะในคลิป สายตายังคงจับจ้องหน้าจอไม่กระพริบ ร่างกายเกร็งเล็กน้อยทุกครั้งที่ความเสียวซัดขึ้นมาอีกระลอก
ในขณะเดียวกัน…
เจนนิสที่นอนหลับสนิทเพลิดเพลินอยู่บนเตียง จู่ๆ ก็สะดุ้งตื่นเบาๆ เพราะหูที่แสนไวของเธอดันไปได้ยินเสียงแปลกประหลาดลอยมาจากทางห้องน้ำ เสียงครางแผ่วๆ สลับกับเสียงหายใจถี่กระชั้นที่พยายามกลั้นไว้
เธอขมวดคิ้วมึนงง กะพริบตาปรับสายตาในความมืดของห้อง ก่อนจะค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือลูบหน้าตัวเองเบาๆ พยายามฟังให้แน่ใจว่าไม่ได้หูฝาด
“เสียงอะไรว่ะ…” เจนนิสพึมพำในลำคอเสียงง่วงๆ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นนิดหน่อยด้วยความสงสัยและความตื่นตัวที่ค่อยๆ กลับมา
เจนนิสหันไปมองทางโซฟา แต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ฟีนิกซ์ไม่ได้อยู่ตรงที่ควรจะนอนเหมือนเดิม เธอชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเผลอหันสายตาไปทางห้องน้ำแทบจะทันที
“เชี่ย… ชักว่าวหรอวะ”
เธอพึมพำเบาๆ ด้วยน้ำเสียงง่วงๆ ผสมความตกตะลึง แต่เพียงไม่กี่วินาที ความคิดแปลกๆ ก็ผุดขึ้นในหัวราวกับไฟลุก
เจนนิสยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนค่อยๆ ลากตัวลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบ มือหนึ่งจับเสาน้ำเกลือเข็นเบาๆ ไปด้วย เพื่อไม่ให้ล้อส่งเสียงดัง จากนั้นเธอเดินย่องไปถึงหน้าประตูห้องน้ำ แล้วก้มลงแนบหูเข้ากับแผ่นประตูเย็นๆ ทันที
ข้างใน… เสียงหายใจหนักหน่วงสลับครางแผ่วๆ ยังคงดังขึ้นเป็นจังหวะ ลมร้อนที่ฟีนิกซ์พยายามกลั้นไว้แทบจะซึมทะลุออกมาถึงตัวเธอ
เจนนิสกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ หัวใจเต้นตึกตักแรงขึ้น ไม่รู้เพราะตื่นเต้นหรือเพราะความคิดทะลึ่งที่กำลังค่อยๆ ชัดเจนในหัวเธอมากขึ้นทุกวินาที
แต่แล้ว…
เจนนิสที่กำลังก้มตัวแนบหูเข้ากับประตูอย่างตั้งใจ สวรรค์กลับไม่เข้าข้างเธอเสียเลย เพราะจังหวะนั้นเอง ขาเธอดันไปเหยียบผ้าเช็ดเท้าที่วางกองยับอยู่หน้าห้องน้ำเต็มๆ ทำให้ตัวเสียหลักเซอย่างแรงจนเกือบล้มหน้าคะมำ
“อ๊ะ—!”
เสียงร้องตกใจหลุดออกมาจากปากเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่เจนนิสจะรีบยกมือขึ้นอุดปากตัวเองแทบจะในเสี้ยววินาทีเดียวกัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกจากอก
ข้างในห้องน้ำ… ทุกเสียงจู่ๆ ก็เงียบกริบ
เสียงหายใจถี่กระชั้นที่เคยดังเป็นจังหวะหายวับไปในพริบตา เสียงครางแผ่วๆ ก็ขาดหาย
ฟีนิกซ์ที่นั่งกำลังเพลินกับการช่วยตัวเอง มือรูดขึ้นรูดลงเป็นจังหวะหนักแน่น ท่อนเอ็นในกำมือร้อนผ่าวจนแทบระเบิด
ทว่า…
“อ๊ะ—!”
เสียงร้องตกใจสั้นๆ ดังลั่นจากด้านนอกประตูห้องน้ำเพียงเสี้ยววินาที
ร่างฟีนิกซ์สะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกจากอก มือที่กำลังเคลื่อนไหวหยุดชะงักทันที คลิปในโทรศัพท์ยังคงเล่นต่ออีกสองสามวินาทีก่อนที่เขาจะรีบนิ้วแตะปิดอย่างลนลาน
“เชี่ย…!” เขาพึมพำเสียงสั่น กางเกงที่ถอดค้างไว้ถูกกระชากขึ้นมาสวมอย่างรีบร้อน มือสั่นจนเกือบติดซิปไม่เข้าสักที
ไม่รอช้า ฟีนิกซ์รีบลุกยืน หน้าแดงก่ำด้วยทั้งความเสียวที่ยังค้างคาและความตื่นตระหนกที่พุ่งกระฉูด เขาเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู แล้วผลักเปิดออกทันที
เจนนิสยืนตัวเกร็งอยู่หน้าประตู มือยังปิดปากแน่น อีกมือเกาะเสาน้ำเกลือไว้แน่น สายตาทั้งคู่สบกันในความมืดสนิทของห้อง
อากาศรอบตัวแทบจะจับตัวเป็นก้อน ความเงียบแผ่หนักจนได้ยินแต่เสียงหายใจถี่ของทั้งสองคน
ฟีนิกซ์อ้าปากจะพูด แต่เสียงที่หลุดออกมากลับแหบแห้งติดอยู่ในลำคอ
เจนนิสเองก็หน้าแดงจัดจนมองเห็นได้แม้ในแสงสลัว เธอค่อยๆ ละมือจากปาก ยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเขินอายปนทะลึ่ง
“…เอ่อ ขอโทษนะที่รบกวนช่วงเวลาส่วนตัว” เธอพูดเสียงเบา แต่แววตากลับไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย“คือ… แค่อยากเข้าห้องน้ำค่ะ”
เจนนิสพูดเสียงเบา ก้มหน้าลงเล็กน้อย ผมปรกหน้าบังตาที่กำลังหลบสายตาของฟีนิกซ์ แต่แก้มที่แดงจัดจนมองเห็นได้ในแสงสลัวกลับทรยศความรู้สึกเธออย่างสิ้นเชิง
“อ่อ… อืม เข้าสิ”
ฟีนิกซ์พูดตะกุกตะกัก เสียงแหบแห้ง เขารีบถอยตัวออกจากห้องน้ำอย่างลนลาน เดินถอยหลังสองสามก้าวเพื่อเปิดทางให้เธอ แต่ขาที่ยังอ่อนยวบจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาต้องเกาะขอบประตูไว้เบาๆ
ทว่า…
ก่อนที่เขาจะเดินผ่านเธอไปได้ มือเรียวเล็กของเจนนิสกลับพุ่งมาคว้าข้อมือใหญ่ของเขาไว้แน่น นิ้วเย็นๆ บีบเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ฟีนิกซ์ชะงักค้าง
“คือ…” เจนนิสเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่เคยหลบตอนนี้จ้องตรงมาที่เขา แววตาเป็นประกายด้วยความกล้าและความทะลึ่งที่ปิดไม่มิด “ให้เจน… ช่วยไหมคะ”
เธอพูดจบ ประโยคเบาๆ แต่ชัดทุกคำ พร้อมกับเลื่อนสายตาลงต่ำ… ไปหยุดนิ่งที่เป้ากางเกงของฟีนิกซ์ ซึ่งตอนนี้ยังคงตุงเด่นชัดจากความตื่นตัวที่ยังไม่ยอมลดลง
ฟีนิกซ์สะดุ้งเฮือก หายใจติดขัด มือที่ถูกเธอจับอยู่รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“ชะ… ช่วยยังไง…”
เสียงฟีนิกซ์แหบพร่า กุกกังติดอยู่ในลำคอจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ เขายืนตัวเกร็ง มือที่ถูกเจนนิสจับอยู่นั้นร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน สายตาหลบไปหลบมา ไม่กล้าสบตาเธอตรงๆ
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เขาเพิ่งรู้จักแค่ไม่กี่ชั่วโมง พูดคำแบบนี้ใส่เขาตรงๆ แบบไม่ต้องอ้อมค้อม ความตกตะลึงผสมความเขินอายพุ่งขึ้นเต็มอก จนหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
เจนนิสเห็นท่าทางนั้นแล้วยิ้มมุมปากกว้างขึ้น แววตาเป็นประกายทะลึ่งชัดเจน เธอไม่ปล่อยมือเขา แต่กลับขยับเข้าใกล้เขาอีกนิด เข็นเสาน้ำเกลือไปด้านข้างเบาๆ เพื่อไม่ให้มันกีดขวาง
“ก็ช่วย… แบบที่เฮียทำในห้องน้ำเมื่อกี้ไง”
เจนนิสพูดเสียงเบา แต่ชัดเจนทุกคำ แววตาเป็นประกายทะลึ่งขณะยกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์
“แต่รอบนี้… ใช้ปากเจนช่วยแทนมือเฮีย”