ทายาทของเสขสุรักษ์1
“คุณใหญ่ครับ มีข่าวไม่ดีจากทางโรงพยาบาลมาว่าสเปิร์มของคุณที่ฝากไว้มันหายไป” คำรายงานของผู้ช่วยทำให้ธาดาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสาร
“ไหนนายว่าอีกทีสิ อะไรหาย”
เวลาต่อมาธาดาอยู่ที่ห้องรับรองพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่งของประเทศ บรรยากาศที่เย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้ผู้ร่วมสนทนาใจเย็นตามลงได้แม้แต่นิดเดียว
“ผมอยากรู้ว่าเรื่องบ้านี้มันเกิดได้ยังไง”
ร่างสูงสีหน้าเคร่งขรึมพูดด้วยความโมโห เขาเชื่อใจว่าที่นี่คือโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ หากเขาไม่ให้คนมาถามว่าครบห้าปีแล้วเขาต้องฝากสเปิร์มชุดใหม่หรือไม่ ก็คงไม่ได้รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
“ทางเราจะสืบหาความจริงมาให้คุณทราบเร็วที่สุดนะครับ แต่ขอว่าอย่าเพิ่งให้เป็นคดีเลย”
ผอ.โรงพยาบาลที่ต้องลงมารับหน้าเสื่อด้วยตัวเองพูดด้วยท่าทีหนักใจ เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่นี่ ที่ผ่านมาบุคลากรของโรงพยาบาลล้วนถูกดูแลทางด้านผลตอบแทนการทำงานอย่างเหมาะสมที่สุด จนไม่ปรากฎเรื่องการทุจริตมาก่อนทำให้เขาค่อนข้างกังวลอย่างมาก
ธาดาและครอบครัวของเรา ตระกูลเสขสุรักษ์ถือว่าเป็นลูกค้าชั้นดีมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ พวกเขาเป็นตระกูลผู้ดีเก่าที่มีทั้งเงินและอิทธิพลในมือ และเป็นแบบคนรวยทั่วๆ ไปที่มักจะมีทายาทน้อย ทั้งที่ในดีเอ็นเอของทายาทแต่ละรุ่นไม่มีอะไรบกพร่อง แต่พบว่าไม่เคยมีรุ่นไหนที่ปรากฎว่ามีลูกเกินหนึ่งคนเสียที
เหตุนี้ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้ธาดาในวัยสามสิบทำการฝากสเปิร์มเพื่อใช้กับภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับเขาในอนาคต โดยทำการเก็บสเปิร์มตั้งแต่ในช่วงที่ร่างกายของเขามีความสมบูรณ์พร้อมทุกด้าน และจากวันนั้นผ่านมาห้าปีชายหนุ่มให้คนของเขาสอบถามว่าจะต้องทำการเก็บใหม่หรือไม่ เพราะเขาเองยังไม่มีโครงการจะแต่งงาน ไม่มีทั้งผู้หญิงที่ชายหนุ่มคบหาเกินคำว่าเพื่อนหรือชอบพอใดใด นั่นเองจึงได้รู้ว่าสเปิร์มชุดก่อนของเขามันไม่อยู่ในที่เก็บเสียแล้ว
ธาดามองผู้อำนวยการโรงพยาบาล เขาทำหน้านิ่งจนอีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร
“ผมอยากรู้รายละเอียดของเรื่องทั้งหมด ภายในวันนี้” เขาหยุดพูดมองหน้าเจ้าของสถานที่ก่อนจะลุกขึ้น
“หากภายในวันนี้ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต่อไปจะเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายที่จะเข้ามาดำเนินการต่อ”
###################
“คุณใหญ่ครับ ได้ภาพจากวงจรปิดแล้วเมื่อห้าปีก่อนนายแพทย์อนันต์ แพทย์ประจำศูนย์ได้ขโมยหลอดเก็บสเปิร์มของคุณ”
ธาดาพยักหน้ารับรู้ ไอ้คนที่ทำผิดมันเป็นจนท.ในศูนย์ที่สามารถเข้าถึงได้นี่เอง
“แล้วไอ้หมอนั่นตอนนี้อยู่ไหน”
“ทางผอ.โรงพยาบาลแจ้งว่าจะทำหน้าที่เรียกเขามาตั้งคณะกรรมการสอบสวนในวันพรุ่งนี้ครับ” ฌานโรจน์รายงาน เขาทันเห็นดวงตาลุกวาบที่บอกถึงความไม่พอใจชัดเจนจึงรีบพูดต่อ
“แต่ผมคิดว่ามันจะช้าเกินไป เลยให้คนของเราไปเชิญตัวคุณหมอคนนั้นมาพบนายแล้วครับ”
“ดี แล้วมันจะมาถึงเมื่อไหร่” ธาดาวางปากกาลงกับแท่นเป็นการบอกว่าวันนี้เขาเลิกทำงานแล้ว
“ไม่น่าจะเกินห้านาทีครับ” ณานโรจน์พูดพร้อมกับที่ธาดาลุกขึ้นยืนมองไปทางหน้าต่างเห็นรถยนต์เลี้ยวเข้ามาหน้าตึกสองคัน
“ไปจัดการเค้นความจริงกับคุณหมอ ฉันอยากรู้ว่ามันเอาของของฉันไปให้ใคร เอาไปทำอะไร” ธาดาหลุบตาลงใช้ความคิดในขณะที่ณานโรจน์ก้มศีรษะแล้วรีบออกไปทันที
ธาดาคิดถึงคำพูดของปู่และย่าที่ท่านเคยบอกไว้ในสมัยที่เขายังเด็ก
'พ่อของปู่เคยบอกว่าตระกูลของเรามีลูกยาก ไม่ว่าอย่างไรแต่ละรุ่นจะมีลูกแค่คนเดียวและเป็นผู้ชายเท่านั้น แต่เคยมีโหรทำนายไว้ว่า หากรุ่นใดทายาทมีมากกว่าหนึ่งนั่นหมายถึงความสุขและความสดใสของเรือนเราจะคืนกลับมา จากนั้นครอบครัวเราจะมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองแบบสายสกุลอื่น”
แต่จนแล้วจนรอด ปู่และย่าของเขาก็มีลูกเพียงแค่คนเดียวคือบิดาของเขาเอง และตัวชายหนุ่มก็เป็นลูกชายคนเดียวเช่นกัน ไม่ว่าบิดามารดาจะเพียรพยายามทำให้มีลูกอีกก็ไม่สำเร็จ จะวิทยาศาสตร์หรือไสยศาสตร์ก็ทำมาแล้วทุกทางแต่ไม่ได้ผลอะไร
และเมื่อมาถึงรุ่นของเขา ทุกอย่างยิ่งแย่ลงเมื่อตัวเขาเองไม่พบผู้หญิงคนใดที่อยากใช้ชีวิตด้วย ไม่รู้สึกชอบใครเป็นพิเศษเกินคำว่าเพื่อน จากที่มีลูกคนเดียวในแต่ละรุ่นจึงทำท่าจะไม่มีทายาทแล้วในรุ่นเขา นั่นเป็นสาเหตุที่พ่อและแม่ขอร้องให้ธาดาไปฝากสเปิร์มไว้ที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง เผื่อว่าในวันข้างหน้าเขามีภรรยาและถ้ามีลูกตามธรรมชาติไม่ได้ จะได้ใช้ประโยชน์จากสเปิร์มที่ฝากไว้
เรื่องมันจึงยุ่งเหยิงแบบนี้ไงเล่า ป่านนี้เขามิมีลูกที่ไม่รู้ตัวไปกี่คนแล้ว ชายหนุ่มคิดอย่างขุ่นเคือง