มาเฟียหนุ่มไม่ได้รอฟังคำตอบจากใครเลยสักคนเพราะเขาเลยเวลาที่นัดกับลูเซียโน่ไปเยอะมากแล้ว ชายหนุ่มเข้าไปในห้องทำงานทันที และเขาก็พบว่าลูเซียโน่นั่งกินกาแฟรออยู่ตรงโซฟา
“มึงมาช้านะ” ลูเซียโน่วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะพลางเอ่ยขึ้นมา
“เออ โทษที” ราฟาเอลตอบกลับพร้อมกับเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับเพื่อนของเขา
“มึงแน่ใจใช่ไหม ที่เอาผู้หญิงคนนั้นมาไว้ใกล้ๆ ตัว” ลูเซียโน่เอ่ยถามทันที
“อือ” ใบหน้าหล่อเข้มของราฟาเอลพยักหน้าให้เพื่อนเบาๆ
“สองคนนั้น…เป็นพี่น้องกัน” ลูเซียโน่เอ่ยขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ
“มึงรู้ได้ไง” ราฟาเอลขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม
“ผู้หญิงที่อยู่กับกูเป็นคนหลุดพูดออกมา” ชายหนุ่มผู้ที่มีดวงตาสีเทาเข้มตอบกลับราฟาเอล
“กูไม่แปลกใจเลย” ใช่ เขาไม่แปลกใจเลยจริงๆ ถึงว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้ดูเป็นห่วงผู้หญิงที่อยู่กับลูเซียนมากขนาดนั้น
“ทำไม”
“ก็ผู้หญิงคนนั้น..ดูเป็นห่วงอีกคนมากเกินคำว่าคู่หู แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นไงบ้าง” ราฟาเอลเอ่ยถามต่อ
“ไม่กลัวตาย สายตาดูอ่อนแอแต่ใจสู้”
“ส่วนคนที่อยู่กับกูก็…ไม่กลัวตาย ปากเก่ง แข็งกร้าว”
“มึงจะเอาไงต่อ” ลูเซียนเอ่ยถาม
“ยิ่งกูรู้แบบนี้ กูก็ยิ่งสนุกมากขึ้นกว่าเดิม กูจะทำให้ผู้หญิงคนนี้สยบแทบเท้ากูให้ได้” ราฟาเอลคิดถึงความดื้อรั้นและสายตาที่จ้องเขาอย่างเอาเรื่องอยู่ตลอดเวลาแล้วก็รู้สึกสนุกขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ ยิ่งเขารู้ว่าพวกเธอเป็นพี่น้องกัน เขายิ่งรู้สึกว่าเขาอยู่เหนือกว่าอันนา
“หึ! คุยงานเถอะ เดี๋ยวกูต้องรีบกลับคฤหาสน์” ลูเซียโน่แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนที่เขาจะบอกกล่าวกับเพื่อนต่อ
“ทำไมรีบกลับ”
“มีเรื่องต้องจัดการ” ลูเซียนตอบกลับ
หลังจากนั้นราฟาเอลกับลูเซียโน่ใช้เวลาพูดคุยกันเกี่ยวกับธุรกิจสีเทาของพวกเขาอยู่เกือบสองชั่วโมง จนกระทั่งพวกเขาปรึกษาหารือและแก้ไขปัญหากันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะเข้าไปตรวจสอบบัญชีที่ผับเอง” ลูเซียโน่บอกกล่าวกับราฟาเอลทันทีที่พวกเขาคุยกันเสร็จสรรพ
“อือ” ราฟาเอลพยักหน้าให้เพื่อนเบาๆ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว กูกลับเลยนะ”
“อือ มึงกลับเถอะ”
หลังจากนั้น ทั้งสองคนลุกขึ้นจากโซฟาใหญ่ภายในห้องทำงานและก้าวเดินออกมาจากห้องอย่างช้าๆ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาทั้งสองคนเปิดประตูห้องทำงานเดินออกมาอย่างพร้อมเพียงกัน
เอวายืนนิ่งหน้าตรงตัวตรงอยู่ข้างลูกา เธอได้ยินเสียงคนเปิดประตูและได้ยินเสียงคนเดินออกมาจากห้องแล้ว แต่เธอไม่ได้หันหน้าไปมอง
ลูเซียโน่เดินออกมาพร้อมกับราฟาเอล ดวงตาคมกริบของลูเซียนปรายตามองหญิงสาวเล็กน้อย ซึ่งผู้หญิงคนนี้ดูดุดันและดูไม่ยอมคนมากกว่าคนที่อยู่กับลูเซียนเอามากๆ ใบหน้าที่บึ้งตึงและแววตาที่ดูไม่เกรงกลัวของหญิงสาวมันทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าค้นหา
“สายตาใช้ได้เลยนี่หว่าผู้หญิงคนนี้เนี่ย” ลูเซียโน่เอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท ดวงตาคมกริบหลุบต่ำมองไปยังรอยจ้ำแดงที่คอของหญิงสาวก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอโดนอะไรมา
เอวาตวัดสายตามองจ้องใบหน้าของลูเซียโน่ด้วยสายตาที่แข็งกร้าวก่อนที่เธอจะเบี่ยงหน้ากลับมามองตรงเช่นเดิม ลูเซียนจึงแสยะยิ้มมุมปากออกมาเมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ท่าทางเอาเรื่องอยู่พอตัว ราฟาเอลไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาเลยสักคำเดียว มาเฟียหนุ่มเพียงแค่ยืนมองอาการของหญิงสาวด้วยสีหน้านิ่งเรียบ
“ไม่เหมือนน้องสาวของเธอนะ ทั้งอ่อนแอ..ปวกเปียก” ลูเซียโน่ยังคงยั่วยุหญิงสาวต่อ และมันก็ได้ผลเมื่อเขาเอ่ยถึงน้องสาวของเอวาออกมา
“แกทำอะไรเธอ” ใบหน้าสวยคมหันขวับมามองเพื่อนของราฟาเอลด้วยสายตาโกรธแค้นพร้อมกับเสียงหวานที่กดเสียงต่ำใส่ชายหนุ่ม
“ผู้หญิงคนนั้น..ลีลาดีใช้ได้เลยนะ”
สิ้นเสียงลูเซียโน่ เอวาคว้ากระบอกปืนสีดำที่อยู่ในซองปืนตรงเอวของลูกาขึ้นมาจ่อกลางหน้าผากลูเซียนด้วยความรวดเร็ว โดยที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว
ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นตื่นตกใจ พวกเขาไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะมือไวขนาดนี้ จะมีก็เพียงแต่ราฟาเอลเท่านั้นที่หน้าตานิ่งเรียบไร้ความรู้สึกใดๆ แสดงออกมา
“กล้ายิงฉันก็ยิงเลย…เอาสิ” ลูเซียนยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกับยั่วยวนเธออย่างต่อเนื่อง เขาเองก็สนุกที่ได้ยั่วยุหญิงสาวเช่นกัน
ราฟาเอลยืนมองกระบอกปืนที่ดำเงาวับที่จ่ออยู่ตรงหน้าเพื่อนของเขาอย่างเงียบๆ เขาแค่กำลังพิจารณาท่าทีของหญิงสาวอยู่
“เอาสิ!” ลูเซียโน่ตะคอกใส่หญิงสาวอย่างท้าทาย ทำให้หญิงสาวใช้ปลายนิ้วแตะไกปืน พร้อมจะลั่นไกใส่ใบหน้าหล่อเข้มของชายหนุ่มตาสีเทาเข้มได้ทุกเมื่อ
“วางมันลง” เสียงทุ้มทรงพลังของราฟาเอลพูดขึ้นมาอย่างเย็นยะเยือก ทว่าหญิงสาวก็ไม่ฟังเขา เธอเอาแต่มองจ้องตากับลูเซียนอย่างไม่ละสายตา
“มือไวใช้ได้เลยนะ” ชายหนุ่มนัยน์ตาสีเทาเข้มยังคงกวนประสาทหญิงสาวอยู่ เหล่าบอดี้การ์ดของลูเซียโน่กำลังจะปรี่เข้ามา แต่ราฟาเอลก็ส่ายหน้าไปให้พวกเขาเป็นสัญญาณบอกกับลูกน้องของลูเซียนว่าเดี๋ยวเขาจัดการเอง
“ถ้าแกทำอะไรน้องสาวของฉัน ฉันจะฆ่าแก” เอวาเอ่ยลอดไรฟันออกมา
“อันนา! ฉันบอกให้วางมันลง” ราฟาเอลตะโกนใส่หญิงสาวเสียงดังลั่นเมื่อเธอไม่ยอมฟังคำสั่งของเขา มาเฟียหนุ่มไม่ชอบที่เธอขัดคำสั่งของเขาแบบนี้
“เดี๋ยวนี้!!” ราฟาเอลย้ำอีกครั้ง ชายหนุ่มเริ่มจะมีอารมณ์เดือดดาลทวีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วเช่นกัน
หญิงสาวชั่งใจอยู่ชั่วครู่ สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ปลายกระบอกปืนสลับกับใบหน้าของลูเซียโน่ที่ยิ้มเยาะเย้ยเธออยู่ด้วยความสะใจ เอวาครุ่นคิดถึงอัญญาก่อนที่เธอจะค่อยๆ ลดปืนลงอย่างช้าๆ ถ้าไม่ติดว่าพวกนี้จับน้องสาวของเธอเอาไว้ เธอคงฆ่าผู้ชายพวกนี้ไปนานแล้ว
ราฟาเอลพยักหน้าให้ลูกาหนึ่งครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าลูการู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี บอดี้การ์ดคนสนิทคว้าปืนจากมือของหญิงสาวกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ขอโทษแทนคนของกูด้วย” ราฟาเอลบอกกล่าวกับเพื่อนของเขา แต่ลูเซียนแค่ไหวไหล่กลับมาให้เขาเพียงเท่านั้น เพราะลูเซียโน่เป็นคนตั้งใจยั่วยุให้เธอโมโหเอง
“มานี้!” มือแกร่งของมาเฟียหนุ่มเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กพร้อมกับออกแรงกระชากหญิงสาวและเดินปรี่ดึงรั้งเอวากลับเข้ามาในห้องทำงานของเขา
“ปล่อยมือของแกออกจากตัวฉัน” เอวาพยายามจะสะบัดมือหนาออกจากข้อมือของตัวเอง ในขณะที่ราฟาเอลกำลังดึงเธอเข้ามาในห้องทำงาน
“จะลากฉันไปไหนหนักหนา!” เสียงหวานตะคอกใส่ราฟาเอลเสียงดังลั่นห้อง
“หุบปาก!!” ชายหนุ่มหันมาตะโกนใส่หน้าหญิงสาวกลับทันที พวกเขาทั้งสองคนมีไฟอารมณ์ปะทุเดือดดาลขึ้นมาภายในกาย
“อย่าทำตัวแบบนั้นอีก! นี่คือคำสั่ง!” ราฟาเอลตะคอกใส่หญิงสาวต่อ
“พวกแกอย่ามาบังคับฉันให้มากนัก”
“เรียกฉันว่านายท่าน”
เอวาไม่ได้ทำตามที่ชายหนุ่มบอกกล่าว เธอเอาแต่มองจ้องหน้าของมาเฟียหนุ่มด้วยสายตาดุดันไม่เกรงกลัว
“ฉันบอกให้เรียกฉันว่านายท่าน!!”
“อย่ามาบังคับฉัน”
“อยากให้น้องสาวเธอมีผัวหลายคนมากนักใช่ไหม” ราฟาเอลเลือกที่จะเอาจุดอ่อนของหญิงสาวมาบีบบังคับให้เธอยอมสยบให้เขา
“ฉันบอกให้แกปล่อยมือออกจากตัวฉัน”
“เธอท้าทายฉันเองนะ” สิ้นเสียงชายหนุ่ม เขาผลักหญิงสาวลงบนโซฟาอย่างแรง จนหญิงสาวเซถอยหลังล้มลงไปบนโซฟาตัวใหญ่
“อึก!” ความจุกแล่นขึ้นมาทันทีที่ร่างของหญิงสาวกระแทกลงบนโซฟา ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยทักท้วงอะไรเลยสักคำ ชายหนุ่มถาโถมร่างกำยำลงมาทาบทับร่างของเอวาอย่างรวดเร็ว
“จะทำอะไรของแก” มือเล็กพยายามปัดป่ายขัดขืนชายหนุ่มสุดฤทธิ์ มือแกร่งจึงรวบข้อมือเล็กและจับตรึงเอาไว้เหนือศีรษะของหญิงสาว
“ปากดีเข้าไปเถอะ” พูดจบ ชายหนุ่มจับข้อแขนเล็กเอาไว้เพียงมือเดียว ก่อนที่เขาจะเลื่อนมือต่ำลงไปปลดเข็มขัดของตัวเองออกอย่างชำนาญด้วยมือเพียงข้างเดียว