บทที่ 6
อาหารเช้าที่แสนอร่อย
กว่าคืนนี้จะผ่านพ้นไปบอกเลยว่าฉันหลอนไปหมด ถึงเสียงจะหายไปแต่ฉันกลัวว่าพวกเขาจะเป็นตัวอันตรายกับฉันมาก โดยเฉพาะอีพี่อัคคีภัยนั่น หน้าก็ชั่ว นิสัยก็ไม่ดี ปากก็หมา ไม่รู้เกิดมาได้ยังไงเกิดมาให้แม่เจ็บท้องเล่นหรือเปล่า
ถึงจะบ่นไปแต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ยังไงก็ยังต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน จนกว่าฉันจะหาลู่ทางที่ดีกว่านี้หรือคุณพ่อกับคุณแม่ติดต่อกลับมา
เช้าวันต่อมา
ฉันตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอมๆ ของข้าวต้มเครื่องใส่กระเทียมเจียวจึงลุกขึ้นมาจัดการตัวเอง เมื่อวานฉันกินไปแค่ข้าวไข่เจียว ตอนนี้เลยหิวจนท้องร้องแสบท้องไปหมดแล้ว
"พวกพี่ทำอะไรกินเหรอ ข้าวต้มใช่ไหมฉันขอถ้วยนึงสิ"
ฉันยิ้มหวานส่งให้ทุกคนแต่ทั้งสามคนนิ่งมองหน้าฉันงงๆ จนอีพี่อัคคีภัยวางช้อนในมือแล้วมองหน้าฉัน ทำไมเหรอฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
"อยากกินก็ไปตักเอง อยู่ที่นี่ไม่มีใครเป็นขี้ข้าของเธอ!"
"ตักยังไงอะ?"
"มาๆ เดี๋ยวพี่พาไปดู"
สุดท้ายพี่ธามก็คือสุภาพบุรุษของฉันคนเดียว เขาพาฉันเข้ามาในครัวแล้วเปิดหม้อข้าวต้มที่เหลือไม่มากแล้ว ถ้วยก็ถูกเขาหยิบจากตู้มาให้ฉันจึงค่อยๆ ตักด้วยความระมัดระวังก่อนจะยกออกมาด้านนอก
เมี๊ยววว
"เฮ้ยแมวข้างบ้านมาอีกแล้ว!" เวย์ลุกขึ้นด้วยความตกใจ เขาเป็นโรคแพ้ขนสัตว์โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้นาเดียร์กำลังเดินถือถ้วยข้าวต้มออกมาจากครัว
"ว้ายยย!!"
เพล้ง!
"เหี้ย! โอ๊ยย ยัยบ้าเธอทำอะไรของเธอเนี่ย!" อัคคีลุกขึ้นด้วยความโมโห ข้าวต้มร้อนๆ กระเด็นเต็มตัวเขาไปหมด
"ฉะ ฉันไม่เห็นว่าแมวมันวิ่งมา ฉันขอโทษ ฮืออ"
"อย่ามาพูด เธอมันไม่รู้จักระวังเองยัยบ้าเอ๊ย!"
ธามรีบออกมาห้ามศึกของเพื่อนกับน้องสาวอดีตเพื่อน ตอนนี้เธอกลัวจนตัวสั่นไปหมด อัคคีเป็นคนที่เข้าถึงยากถ้าอคติกับใครมันยากมากที่เขาจะเปิดใจรับหรือทำความรู้จักกับคนๆ นั้น
"มึงใจเย็นๆ ก่อนไอ้คี น้องมันไม่เห็นแมววิ่งมาจริงๆ"
"เออใช่ เมื่อกี้กูถอยไปชนน้องมันด้วย"
"พวกมึงสองคนเข้าข้างยัยนี่เหรอวะ!"
"พวกกูแค่มีเหตุผล" ธามตัดสินใจพูดออกมาเพราะรู้ว่าเพื่อน ไม่ยอมรับฟังเหตุผลอะไรเลย
สุดท้ายฉันก็ต้องตัดใจรีบเก็บของแล้วเดินออกมาจากบ้านเพื่อเตรียมตัวไปเรียน น้อยใจตัวเองฉิบทำไมเกิดมาต้องมาลำบากเอาตอนนี้ ฉันอยากไปแจ้งความจับพี่ชายตัวเอง คนแบบนี้เหมาะที่จะไปอยู่ในคุกมากกว่าอยู่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
ปริ๊น!
เสียงแตรรถดังจากด้านหลัง ฉันที่กำลังเดินอยู่บนฟุตบาทจึงต้องหันไปมองด้วยความตกใจ พอเห็นว่ารถที่ขับตามมาคือพี่เวย์ ฉันก็หยุดเดินเพื่อรอเขาทันที
"ขึ้นรถเดี๋ยวฉันไปส่ง"
"ขอบคุณค่ะ"
ฉันขึ้นมาบนรถสิ่งแรกที่เห็นคือขนมปังกับนมและผลไม้ เขาส่งมันให้ฉันเพื่อทานรองท้องก่อนไปเรียน แม้ฉันจะไม่เข้าใจแต่ก็รับมาทานเพราะความหิว
"ทำไมพี่ใจดีล่ะ?"
"ฮ่าๆ นี่มันของไอ้ธาม มันฝากมาให้"
"อ๋อ ไว้ฉันจะขอบคุณเขาทีหลัง"
"อย่าไปถือสาไอ้คีมันเลยนะ มันเองก็เจ็บไม่ใช่น้อยมันไม่ได้เสียเงินให้พี่เธอคนเดียว แต่มันก็ช่วยเหลือแพรวาไปเยอะเหมือนกัน"
"แต่มาลงกับฉันเนี่ยนะ" อยากจะด่าก็เกรงใจ ฉันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้
"เอาหน่า ใจเย็นๆ ถ้ามันอยู่ก็เลี่ยงๆ อย่าไปเถียงมันเลย"
ฉันตัดใจไม่พูดถึงรีบทานอาหารเช้าที่แสนอร่อยของตัวเองจนถึงมหาวิทยาลัย ฉันเดินลงจากรถก็เจอเพื่อนๆ ร่วมคลาสแต่ฉันไม่คุยหรือทักทายใครเลย บอกตรงๆ ว่าไม่กล้าเผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น อายที่ตัวเองตกอยู่ในสภาพนี้ ตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลย
"เดียร์! แกเป็นอะไรฉันติดต่อแกไม่ได้เลย งานปาร์ตี้ของพี่เสือสนุกมาก มีแต่คนถามหาแกด้วย"
"ปุยฝ้ายคือโทรศัพท์ฉันหาย ที่บ้านก็วุ่นวายนิดหน่อยขอโทษทีนะ"
"หายได้ไงทำไมแกไม่ตามล่ะ ไม่ก็ซื้อใหม่ไปเลย"
"อืม ไว้ค่อยว่ากัน"
ฉันไม่อยากพูดอะไรเยอะ ยิ่งถ้าพูดว่าครอบครัวล้มละลายไม่รู้ว่าเพื่อนจะยังเหมือนเดิมอยู่ไหม แค่นี้ฉันก็รู้สึกอับอายมากพอแล้ว
"ว่าแต่ของขวัญจากพี่ชายแกได้อะไร สรุปได้บ้านพักตากอากาศจริงหรือเปล่าพาฉันไปหน่อยสิ พวกเอวามันก็อยากไปด้วยนะ"
"ปุยฝ้ายฉันไม่ค่อยสบาย แกอย่าพึ่งถามอะไรฉันตอนนี้ได้ไหม"
ฉันเดินหนีเข้ามาที่ตึกส่วนปุยฝ้ายมันก็ยังตามเซ้าซี้ฉันไม่เลิก วันนี้มีเรียนครึ่งวันฉันขอภาวนาให้มันหมดเวลาเร็วๆ เบื่อสายตาของเพื่อนที่มองฉันเหมือนกำลังจับผิดฉันอยู่
กว่าจะหมดเวลาฉันแทบจะประสาทกิน ฉันไม่รอช้ารีบเก็บของใส่กระเป๋า เดินออกมาจากมหาวิทยาลัยเรียกรถแท็กซี่กลับมาที่บ้าน ตอนนี้พี่เวย์กับพี่ธามออกไปทำงานแล้ว ที่บ้านจึงเหลือแค่พี่อัคคีภัยที่นอนพักเพราะเจ้าตัวทำงานกลางคืน ฉันพยายามเงียบที่สุดแต่พอเข้ามาในห้องฉันก็ร้องไห้โฮออกมาทันที ต้องมีคนรู้เรื่องของฉันแม้แต่ปุยฝ้ายมันก็ต้องสงสัยไม่งั้นวันนี้มันไม่พยายามถามนั่นนี่ฉันหรอก
"ฮืออ ไอ้พี่บ้า ไอ้ชั่วทำไมทิ้งฉันไว้แบบนี้ ฮึก! ฮือออ"