ตอนที่ 1
คฤหาสน์ตระกูลภัทรวาณิชย์
ลภัสรดาเดินกลับบ้านมาด้วยสีหน้าที่เหงาหงอยต่างจากเมื่อตอนที่เธอร่าเริงก่อนออกจากบ้าน ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแต่กลับถูกลบเลือนด้วยน้ำตาสีใสหลังจากร้องไห้เสร็จลูกพีชก็รีบปาดน้ำตาเหือดแห้ง แล้วกลับบ้านอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อมาทานข้าวที่บ้านกับครอบครัวดั่งตั้งใจหวัง ซึ่งวันนี้ซาเนียร์พี่สาวของเธอเข้ามาทานข้าวด้วย ลภัสรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเหยียบบริเวณตัวบ้าน ตัวเล็กปั้นหน้ายิ้มจนแก้วปริให้กับป้านางซึ่งกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว
“มาแล้วเหรอคะคุณหนู ป้าเตรียมอาหารเสร็จแล้วค่ะ”
“คุณพ่อคุณแม่กลับมาหรือยังคะ”
“มาได้สักพักแล้วค่ะ”
ลูกพีชเดินเข้าไปทางห้องนั่งเล่นเพื่อเจอกับคุณพ่อคุณแม่ของเธอ ปกติเวลาที่พวกท่านกลับเข้ามาบ้านก็จะไปนั่งพักที่นั่นเสียก่อน ซาเนียร์พี่สาวของเธอก็กำลังนั่งพูดคุยอยู่ด้วย ลูกสาวคนเล็กอย่างเธอจึงเข้ามาร่วมด้วย เมื่อพึ่งจะเจอคำพูดถากถางจิตใจมาแต่เธอก็ต้องแสดงสีหน้ายิ้มแย้มเข้าไปนั่งกับพ่อแม่และพี่สาว เพราะไม่อยากให้พวกเขาไม่สบายใจ
“มาแล้วเหรอลูก ไปหาพี่เขาเป็นยังไงบ้าง” ผู้เป็นมารดาเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกสาวก้าวเท้ามาหยุดตรงโซฟาหรูหรา
“พี่เสือยุ่งอยู่ค่ะ พีชเลยกลับมาก่อน”
เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วพาตัวเองนั่งลงด้านข้างพี่สาว ถึงแม้จะพยายามเข้มแข็งเวลาอยู่ต่อหน้าครอบครัวแต่ลูกพีชก็อดคิดมากเรื่องที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ดี ทั้งที่เธอพยายามมาตลอดแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจด้วยซ้ำ เขาไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอตอนอยู่ด้วยกันหรือแม้กระทั่งตอนที่เธอกำลังจะเดินออกมา สาวน้อยเลยแสดงสีหน้าไม่สู้ดีให้กับครอบครัวเห็น
ฉันตามจีบพี่เสือมาหลายปีแล้วนะ เราสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ เติบโตมาด้วยกัน พี่เสือเอาแต่บอกว่ารอให้ฉันโตก่อนจนตอนนี้ฉันจะอายุสิบเอ็ดปีแล้ว ก็ยังโตไม่พอสำหรับเขาอยู่ดี แล้วคำพูดคำจาตอนเขากำลังเครียดบั่นทอนจิตใจฉันมากๆ เลย แม้จะพยายามยิ้มสู้แต่อดคิดมากไม่ได้อยู่ดี
“เราไปทานข้าวกันดีกว่า ป้านางน่าจะทำอาหารเสร็จแล้ว”
“โอเคค่ะคุณ ไปกันเด็กๆ”
พ่อกับแม่ชวนฉันและพี่สาวไปทานข้าว ซึ่งปกติแล้วที่บ้านจะมีเพียงคุณพ่อคุณแม่อยู่ ส่วนซาเนียร์กับฉันจะอยู่ที่คอนโดเป็นส่วนใหญ่ เพราะง่ายต่อการเดินทางไปเรียน วันหยุดสุดสัปดาห์หรือหยุดยาวถึงจะกลับบ้าน เราสองคนเดินตามหลังพ่อกับแม่ไปที่ห้องรับประทานอาหารและนั่งลงตำแหน่งของตัวเอง ถึงจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวแต่ทำไมในหัวมันอดคิดเรื่องเขาไม่ได้กันนะ
แม่บ้านทำการตักข้าวใส่จานของเจ้านายทุกคน ครอบครัวได้นั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะกว่าลูกๆ จะกลับบ้านตรงกันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สีหน้าของลูกพีชดูจะมีเรื่องอะไรกังวลใจจนซาเนียร์พี่สาวที่นั่งอยู่ข้างๆ จับสังเกตได้ แม้จะยิ้มร่าในตอนที่เดินเข้ามาแต่กลับกันเธอดูไม่มีความสุขเลยสักนิด ทำให้พี่สาวเอ่ยวาจาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงพ่อแม่ก็ตักอาหารตรงหน้าขึ้นมาทานและฟังบทสนทนาของลูกสาวสองคน
“เป็นอะไรหรือเปล่า ไปหาเขาแทนที่จะมีความสุขไม่ใช่เหรอ” เพราะทุกครั้งที่ลูกพีชไปบ้านนั้นเธอมีความสุขเป็นอย่างมาก การได้เจอหน้าคนที่ชอบทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตแต่ละวัน
“เปล่าค่ะ วันนี้พ่อกับแม่ก็จะไปต่างจังหวัดซาเนียร์ก็จะบินวันนี้เหมือนกัน พีชก็ต้องอยู่คนเดียวสิ”
“พูดแบบนี้ อยากให้ใครมาอยู่ด้วยหรือเปล่า”
“ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ หนูอยู่คนเดียวได้ไม่เป็นไรหรอก”
สีหน้าของหญิงสาวเศร้าหมองทำให้พ่อกับแม่ต้องมองหน้ากัน อดสงสารลูกสาวคนเล็กไม่ได้เพราะวันนี้เธอต้องอยู่บ้านคนเดียว เมื่อแม่บ้านทำงานเสร็จก็ต้องกลับไปหลังจากเลิกงาน วันนี้ทุกคนต้องไปต่างจังหวัดเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองเหลือเพียงลูกพีชนั่นทำให้พ่อกับแม่ต้องคิดหาทางขอร้องคนบ้านนู้นมาอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวให้ได้
“แม่จะไปขอให้พี่เขามาอยู่เป็นเพื่อนนะ”
“หนูอยู่คนเดียวไม่ได้นะลูก เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในบ้านหลังใหญ่จะไม่ดีเอา”
“จริง พ่อกับแม่ต้องไปขอให้เสือมาอยู่เป็นเพื่อนลูกพีชนะคะ”
อะไรกันทำไมทุกคนถึงเห็นตรงกันว่าให้พี่เสือมาอยู่เป็นเพื่อนฉัน ทั้งที่เขาพึ่งไล่ฉันกลับบ้านมาหยกๆ แถมวันนี้เขาดูจะอารมณ์ไม่ดีมีเรื่องให้เครียดจนหน้าหล่อๆ ขมวดคิ้วเป็นปม ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่ตักอาหารเบื้องหน้ามาใส่จานแทน ใจจริงก็อยากให้เขามาอยู่นะเพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้อยู่กับพี่เสือสองคน จำความได้ก็น่าจะตอนเด็กๆ เลยมั้ง
คฤหาสน์ตระกูลกิตติธาดาสกุล
เมื่อความเป็นห่วงกลัวว่าลูกสาวจะอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้จึงต้องมาวานให้เสือไปอยู่เป็นเพื่อน เพราะที่บ้านหลังใหญ่ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากลูกพีชคนเดียวทำให้สองสามีภรรยากังวลใจเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเกิดว่ามีคนใกล้ตัวและเชื่อใจเขาว่าจะช่วยดูแลลูกสาวเป็นอย่างดีอยู่ด้วยละก็ คงจะสบายใจขึ้นเยอะเวลาไปทำงานต่างจังหวัดก็ไม่ต้องมาคอยห่วงคนที่บ้าน แม่บ้านเข้ามาเสิร์ฟน้ำระหว่างที่รอให้เสือลงมาจากชั้นบน
หลังจากที่ป้านิดขึ้นมาบอกผมว่าพ่อแม่ของเธอมาหาที่บ้าน ผมจึงเดินลงมาด้านล่างแล้วเข้าไปสวัสดีพวกท่านด้วยความเคารพนับถือ ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกท่านถึงมาอยู่ที่นี่หรือว่าเมื่อตอนหัวค่ำผมพูดกับเธอแรงไปจนลูกพีชไปฟ้องพ่อกับแม่ของเธออย่างนั้นเหรอ ก้าวเท้าไปชิดกับโซฟาก่อนจะนั่งลงพร้อมกับยกมือไหว้พวกท่าน
“สวัสดีครับ คุณน้ามาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”
“คือว่าวันนี้น้าจะต้องไปต่างจังหวัด ไม่มีคนอยู่กับลูกพีชเลยน่ะสิเสือ”
“อยากจะวานให้เสือช่วยไปอยู่เป็นเพื่อนน้องหน่อยได้ไหม”
ประโยคที่เอื้อนเอ่ยออกมาทำให้ชายหนุ่มแสดงสีหน้าที่ลำบากใจแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปฏิเสธอยู่ดีถึงอย่างนั้นก็พยายามจะบ่ายเบี่ยง อ้างนู่นอ้างนี่เป็นเหตุผล
“ซาเนียร์ล่ะครับ ไปด้วยกันเหรอ”
“ซาเนียร์ต้องไปทำงานจ้ะ ไปคนละที่แต่ก็บินคืนนี้เลย” แม่ของลูกพีชกล่าวบอกต่อเสือ
“เห็นว่าคุณย่าเราไปต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ งั้นก็แสดงว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่เลย”
พ่อของเธอเอ่ยเช่นกัน เมื่ออะไรหลายๆ เป็นใจให้พ่อกับแม่ของเธอทั้งคู่ฉีกยิ้มให้กับเสือ พอปฏิเสธไม่ได้เขาจึงต้องพยักหน้ารับและไปอยู่เป็นเพื่อนลูกพีชในค่ำคืนนี้ ถึงจะดูไม่เต็มใจแต่เขาคือคนเดียวที่พ่อแม่ของลูกพีชเชื่อใจและวางใจให้ไปอยู่กับลูกสาวสองต่อสองที่บ้านหลังนู้น เห็นว่าลูกพีชแสดงตัวว่าชอบในตัวของเสือพ่อกับแม่ก็ไม่ได้จะคิดห้ามแถมยังช่วยอีกแรงต่างหาก
“ก็ได้ครับ คุณน้าไม่ต้องห่วงนะครับผมจะดูแลลูกพีชให้เอง”
“ขอบใจมากๆ นะเสือ น้าไปสนามบินก่อนนะ”
“ไว้จะซื้อของฝากมาให้นะ ไปก่อนละ”
พ่อแม่ของลูกพีชขอตัวกลับเพราะจะได้เตรียมตัวไปที่สนามบิน ส่วนเสือก็คงต้องไปเตรียมตัวเพื่อจะไปอยู่เป็นเพื่อนลูกพีชคืนนี้ ชายหนุ่มใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวและหยิบข้าวของที่จำเป็นก่อนจะก้าวเท้าออกจากบ้านของตัวเองและไม่ลืมที่จะล็อกบ้านไว้เพื่อความปลอดภัย ด้วยความเคยชินคนตัวสูงก้าวขาเข้าบ้านอย่างไม่ลังเล ความเงียบเป็นคำตอบว่าไม่มีใครอยู่ที่บ้านจริงๆ พยัคฆราชตรงไปยังห้องนั่งเล่นและหย่อนตัวเองบนโซฟาราคาแพงก่อนจะก้มหน้าก้มต่อทำงานของตัวเองต่อ มือหยาบหยิบMacBookราคาเกือบครึ่งแสนขึ้นมาพร้อมกับเปิดไฟล์งานที่ยังทำไม่เสร็จ
ผมต้องเคลียร์งานให้เสร็จภายในคืนนี้ เพราะงานชิ้นนี้สำคัญเป็นอย่างมาก ความผิดพลาดของฝ่ายขายทำให้ราคาผิดพลาดไปมาก ผมจึงต้องกลับมานั่งแก้และเครียดมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกพีชกำลังทำอะไรอยู่แต่ผมเข้ามานั่งโดยไม่ได้เอ่ยบอกใครเลย มองดูนาฬิกาก็ดึกมากแล้วสงสัยคงจะเข้านอนไปแล้วมั้ง
ขณะที่ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีกำลังก้มหน้าทำงานด้วยความตั้งใจ ถัดไปตรงประตูห้องมีหญิงสาวคอยแอบมองเขาอยู่เพราะกลัวว่าจะเข้ามารบกวนสมาธิเขา เธอจึงมองอยู่ห่างๆ และเขาเองก็พึ่งจะเอ่ยปากไล่เมื่อหัวค่ำลภัสรดาจึงไม่กล้าจะเข้ามาทักทาย คนตัวเล็กจึงเดินเข้าไปในห้องครัวและหยิบน้ำเย็นๆ ออกมาจากตู้รินใส่แก้วเพื่อจะนำไปเสิร์ฟให้แก่เขา
“พี่เสือดื่มน้ำหน่อยนะคะ” ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นแต่ตัวเล็กยังคงหลุบตาต่ำไม่หันไปสบตากับเขา
“ขอบใจ ไปนอนเถอะ”
“พี่เสือจะนอนอยู่ตรงนี้จริงๆ เหรอคะ”
ตัวเล็กหย่อนก้นนั่งลงด้านข้างเขา กับดวงตากลมโตที่จ้องมองหน้าจอสีฟ้าเบื้องหน้าเกิดความสงสัยเพราะเห็นว่าข้าวของชายหนุ่มอยู่ที่นี่ทั้งหมด เธอจึงเปล่งน้ำเสียงใสเอ่ยถามเขา ขณะที่เสือเอาแต่ทำงานตรงหน้าเขาหยิบกระดาษขนาดเอสี่ขึ้นมาดูตัวเลขมากมายก่อนจะก้มหน้าก้มตาพิมพ์ ลูกพีชไม่กล้าพูดอะไรมากเพราะกลัวจะกวนเขาจนเสียสมาธิ
“ใช่ พี่ต้องเคลียร์งานต่อจนดึก”
“แต่ตอนเด็กที่พี่มาอยู่เป็นเพื่อน เราก็นอนด้วยกันได้นะคะ” เสียงใสกล่าวต่อคนตรงหน้า
“ตอนนี้เธอโตเป็นสาวแล้ว มันไม่เหมือนเดิมหรอกนะ”
“พี่เสือไม่กลัวผีเหรอคะ แต่พีชกลัวมากๆ”
ชายหนุ่มละใบหน้าจากหน้าจอหันมามองเธอ ลูกพีชถึงกับเบือนหน้าหนีเพราะเธอกลัวว่าเขาจะเอ่ยปากไล่เหมือนครั้งที่ผ่านมา แต่กลับกันเสือดันเอ่ยประโยคที่ทำให้ตัวเล็กตาประกายได้กลับมาอยู่ด้วยกันกับเขาสองคน มันทำให้เธอหัวใจเต้นแรงทุกครั้ง ลูกพีชจ้องตามริมฝีปากหนาขยับเอ่ยต่อเธอทุกคำที่เอื้อนเอ่ย
“ผีไม่มีจริงหรอก พรุ่งนี้ต้องตื่นไปเรียนตอนเช้าไม่ใช่เหรอรีบเข้านอนได้แล้ว”
กล่าวบอกคนข้างๆ แล้วหันไปสนใจงานเบื้องหน้า เพราะต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จเขาจึงต้องอดหลับอดนอน แต่เห็นว่าลูกพีชไม่ยอมขยับเขยื้อนตัวเองไปไหนทำให้เขาต้องหันมาสนใจเธออีกครั้ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเอ่ยวาจาแก่คนตัวเล็ก
“ทำไมยังนั่งอยู่อีก ไปนอนได้แล้ว”
“แต่หนูกลัว”
“กลัวอะไรพี่ก็อยู่ด้วยทั้งคน”
คนตัวสูงพึ่งสังเกตชุดนอนที่เธอสวมใส่ก็ตอนที่เขาหันหน้ามาพูดกับเธอ เสื้อตัวบางลายไม้ผ้าซาตินสีขาวกับกางเกงขาสั้นทำให้เขาหยุดจ้องสำรวจเรือนร่างของเธอ ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานมากแล้วลูกพีชโตขึ้นเยอะเลยจากแต่ก่อน ทำเอาเสือกลืนน้ำลายลงคอแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“พี่ก็รู้ว่าหนูชอบพี่มานานแล้ว” เอ่ยวาจาแก่คนตรงหน้าเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขา
“ก็รู้ แล้วยังไงเหรอ”
“เมื่อไหร่จะตอบตกลงสักทีเหรอคะ”
ชายหนุ่มไม่ได้ละสายตาจากงานตรงหน้าและเมินสิ่งที่เธอพูดทำให้ลูกพีชเอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับใบหน้าหล่อก่อนที่เขาจะหันมาสนใจเธอ เด็กสาวในวันนั้นโตขึ้นเยอะจนไม่ว่าจะมองส่วนไหนของร่างกายก็ดูจะเต็มไม้เต็มมือไปหมด ลูกพีชฉีกยิ้มหวานให้กับคนตัวสูงสายตาคมคายเอาแต่จ้องมองเรือนร่างนาฬิกาทรายเบื้องหน้าพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ
“อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่ใช่พ่อพระหรอกนะ”
“เห็นว่าพี่เสือเครียด หนูก็เลยอยากจะทำให้พี่หายเครียดไง”
“อย่าอ่อย เพราะฉันจะไม่ทนแล้วนะลูกพีช”
หญิงสาวใช้มืออีกข้างดึงเสื้อตัวบางของเธอขึ้นให้พ้นจากเต้าอวบคู่งาม ดึงดูดสายตาของอีกคนให้จ้องมองไปยังส่วนนั้น คนตัวเล็กยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าเสือเสียอาการเป็นอย่างมาก มันทำให้เธอสะใจที่ดึงความสนใจของเขาได้เพราะเสือเองก็เมินเธออยู่ประจำ
“สนใจกันได้หรือยังคะ”
“ไม่ ฉันไม่สนใจอะไรในตัวเธอสักนิด”
“เฮือก! พะ..พี่เสือ”
คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก เมื่อถูกจู่โจมด้วยฝ่ามือใหญ่ของเขาแม้จะเอ่ยปากปฏิเสธเสียงแข็งแต่การกระทำของเสือดันกลับกันเพราะเขาเอื้อมมือบีบคลึงเต้าอวบตรงหน้าอย่างห้ามไม่ได้ สายตาหื่นกระหายจ้องมองมายังลูกพีชราวกับว่าจะกลืนกินอีกฝ่าย
“เธอกล้าอ่อย ฉันก็กล้าเล่นด้วยว่ายังไง”
“หนูขอตัวก่อนนะคะ” เอ่ยปากขอตัวออกไปเพราะเธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เห็นลูกพีชรีบวิ่งออกไปพร้อมกับตัวสั่นเทาทำเอาเขายกยิ้มมุมปาก ประสบการณ์เธอน่ะยังอ่อนหัดมากกับเรื่องแบบนี้
****