“จะกลับบ้านใหญ่หรือเรือนหอจำเป็นที่โรงไม้ครับนาย”
ชายหนุ่มที่นั่งนิ่งพักสายตาอยู่เบาะด้านหลังของรถยนต์หรู โดยโลดแล่นเข้าเหยียบจังหวัดบ้านเกิดลืมตาขึ้นมามองสบกับคนสนิทผ่านกระจกมองหลัง มันแน่อยู่แล้วว่าหากไม่จำเป็นหรือมีธุระอะไร ราชสีห์จะไม่เข้าไปที่คฤหาสน์โอ่อ่า ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยบรรดาภรรยาของบิดา รวมถึงความทรงจำที่เด็กน้อยคนหนึ่งไม่ควรจะมีเลยด้วยซ้ำ
“เขาเรียกหากู?”
“เปล่าครับ แต่มีถามถึงอยู่บ้าง เพราะวันนี้เป็นงานเปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัครแล้ว”
“คิดว่าเขาจะได้หรือเปล่า”
“ให้ตีลังกาตอบก็ล้านเปอร์เซ็นต์เลยครับ ยังไงเขตเราท่านอวัชก็ได้แน่นอน”
เหตุเพราะบีบตระกูลพรรณรายณ์ซึ่งมีคนเคารพนับถือทั่วทั้งจังหวัดมาเกี่ยวดองกับตัวเองได้ อย่างไรเสียตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตก็ต้องเป็นของท่านอวัชอย่างไม่ต้องถามถึง
ก่อนวายุจะลอบมองบุคคลด้านหลังที่พยักใบหน้าให้กันพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ หลังจากนี้เจ้านายของเขากับภรรยาหมาด ๆ ก็ต้องรับหน้าที่เป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่อดีตนายทหารยศใหญ่อีกด้วย
แค่คิดเขาก็เริ่มปวดหัวแล้ว เนื่องจากในระหว่างนี้ไม่รู้ว่าคุณหนูนาจะเชื่อฟังเราไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะเธอไม่ใช่คุณครูณีนรินทร์ที่คล้ายกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ โดยควบคุมได้ง่ายกว่ามากโข
ทั้งคนของเราในโรงไม้ยังรายงานมาอีกว่า เมื่อวันก่อนภรรยาเจ้านายเข้าไปเดินสำรวจโดยรอบแล้ว หากเจออะไรผิดแปลก เธอไม่น่าจะปล่อยทั้งสามีกับท่านอวัชเอาไว้อย่างแน่นอน
วันงานแต่งลูกชายคนโตที่จัดขึ้นเสียเวอร์วังอลังการ แม้ว่าท่านอวัชจะมีใบหน้าประดับรอยยิ้มเท่าไหร่ แต่ใครจะหารู้ว่าจิ้งจอกเฒ่าเช่นนั้นคิดอะไรอยู่ แต่งเมียให้เจ้านายของเขาเสร็จยังไม่ทันจะข้ามวันก็บอกกับคุณราชสีห์ว่าหากไม่จำเป็นไม่ต้องพาภรรยาเข้าบ้านใหญ่
หากฝั่งนั้นทราบว่าลูกสาวตัวเองต้องมาอาศัยท่ามกลางป่าเขาเช่นนี้คงจะคิ้วขมวดอยู่ไม่น้อย ทว่าก็ทำอะไรมากไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่ยอมยกลูกสาวให้แต่งเข้าธรรมดำรงสกุลแต่แรก
“ที่วัดในหมู่บ้านปีนี้มีเจ้าภาพกฐินหรือยัง”
“นายรู้จักงานอะไรแบบนี้ด้วยเหรอครับ...”
“กูกลับมาอยู่ที่นี่กี่ปีแล้ว ทำไมจะไม่รู้จัก ตกลงว่ามีหรือยัง”
“เท่าที่ผมทราบมา น่าจะมีแล้วนะครับ”
“ไปทำยังไงก็ได้ให้มันเป็นชื่อภรรยากู”
วายุนิ่งงัน ไม่รู้ว่าต้องอึ้งกับความคิดของเจ้านายตัวเองหรือนามของบุคคลที่ออกมาจากปากก่อนดี เพราะก่อนออกนอกประเทศไปก็ทำอีกฝ่ายเจ็บตัวขนาดนั้น
ยังจะไปยัดเยียดอะไรให้คุณเธออีก!
“นาย... จะให้ผมไปแย่งเป็นเจ้าภาพงานกฐินเหรอครับ”
“มึงทำไม่ได้”
“ได้ครับ แต่มันบาปกรรมนะครับนาย”
“ทุกวันนี้เราเป็นคนดี?”
“สำหรับผม นายดีเสมอครับ”
ถึงจะเอาแต่ใจไปหน่อยก็เถอะ
“งั้นก็ทำตามที่สั่ง”
วายุอยากจะกรีดร้องออกมาให้มันสุดลำเสียง เนื่องจากตายไปแล้วไม่รู้ว่าตัวเองจะได้กลายเป็นเปรตอสุรกายปากเท่ารูเข็มหรือไม่ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจะได้ใช้สิทธิ์แหกปากคร่ำครวญมันเลยเสียเดี๋ยวนี้
“ครับ ก็ได้ครับ ว่าแต่จะให้ผมไปส่งนายที่ไหนดีครับ”
“ป้าอิ่มเอมรายงานมาว่ายังไง”
“เรื่องไหนครับ”
“ถ้ายังถามมากความอีกก็ลงไปเดิน”
“ขอโทษครับ ๆ ป้าอิ่มเอมแจ้งมาว่าภรรยานายกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ บอกว่าคิดถึงหมูหมากาไก่”
“คิดถึงหมูหมากาไก่?”
“ครับ”
“หึ”
ผู้เป็นลูกน้องต้องเหลือบตามองกระจกหลังอีกครั้ง พบว่าเจ้านายของตนเองกำลังยกยิ้มที่มุมปากอยู่ แทนที่จะนึกโกรธเคืองที่เมียดูจะสนใจสัตว์เลี้ยงมากกว่าตนเองอีก
“นายขำอะไรเหรอครับ”
“หายดีแล้วหรือยังไง”
“คุณณีนราใช่ไหมครับ น่าจะอาการดีขึ้นมากแล้วครับ แล้วก็เป็นน้องชายคนสนิทที่เข้ามารับในโรงไม้” และป่านนี้ทางนั้นก็น่าจะทราบแล้วว่าเจ้านายเขาตั้งใจพาเจ้าสาวอุปถัมภ์อาศัยอยู่ที่นั่นเป็นหลัก
ดูแลลูกสาวเขาดีไม่ว่า นี่อะไรรังแกคุณเธอตั้งแต่คืนเข้าหอวันแรกจนเจ็บป่วย เจอหน้ากันเมื่อไหร่ วายุไม่อยากจะคิดเลย
“ไปส่งกูที่บ้านเสี่ย แล้ววนรถกลับไปเก็บข้าวของที่จำเป็นมาให้ด้วย”
“ยังไงนะครับ?”
เสียงโห่ร้องดังลั่นหลังจบแมทช์ไก่ชนหลักแสนของลูกชายกำนันและลูกสาวเสี่ยเจ้าของตลาด ในตอนที่เห็นว่าชัยชนะตกเป็นของณีนรากับเจี๊ยบลูกรักของเจ้าตัวอีกตามเคย ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจจนคู่แข่งอย่างสินนั้นอดที่จะหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ แม้เขาจะไปฝึกสัตว์เลี้ยงหรือหาตัวใหม่มาแข่งกับคุณเธอก็แล้ว
ใยพวกมันต้องพ่ายแพ้ให้แก่หนูนาเหมือนหัวใจไอ้สินคนนี้ด้วย รวมถึงเขาก็เจอหนูนาก่อนไอ้คนพรรค์นั้น แต่ต้องมานั่งเสียใจเพราะวาสนามันต่ำต้อยกว่า
“ฮ่า ๆ ทำหน้าอะไรของมึงอะสิน กูก็บอกแล้วว่าแข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่อย่าเอาลูกมึงมาแข่งกับลูกกูเลย เดี๋ยวได้ลงหม้อต้มไปก่อน”
“เออ แข่งเรือแข่งพายแข่งได้จริง ๆ นั่นแหละ”
“เป็นไรอะ โกรธกูเหรอ โอ๋ ไม่ร้องนะ เลี้ยงต้มเลือดหมูเอาไหม” เห็นบุคคลตรงหน้ามีท่าทีหงอยลงมากกว่าทุกครั้งที่ได้แข่งกัน หนูนาก็อดที่จะอยากปลอบใจไม่ได้
“ได้ ถ้าเลี้ยงจริง ๆ กูไป จะถลุงเงินลูกสาวเสี่ยสิบเพชรให้หมดตูดเลย” ชายหนุ่มละทิ้งความเศร้าหมองไปก่อน เนื่องด้วยมันไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่จะได้ทานข้าวกับหนูนาแล้วสุดท้ายก็จบลงด้วยการที่เขาต้องเป็นคนจ่ายอยู่ดี
ด้วยความเต็มใจน่ะนะ
เหตุเพราะใครมันจะอยากให้ผู้หญิงที่ตัวเองแอบชอบมาตลอดเลี้ยงข้าวกัน ทว่าคว้าคอขาวของอีกฝ่ายเดินออกมาไม่ทันจะพ้นแหล่งตีไก่ด้วยซ้ำ
รถยนต์คันหรูที่ไม่ทราบว่ามันเป็นของบ้านไหนก็จอดสนิทตรงหน้าสินกับหนูนาพอดี และเพียงแค่เจ้าของมันลดกระจกลง สินก็ต้องแค่นยิ้มออกมา นาทีต่อมาจึงเลือกปล่อยคนที่ไม่ได้ต่างอะไรจากเพื่อนสนิทตัวเองให้เป็นอิสระ
“อ้าว พี่วายุมาจอดอะไรตรงนี้ ขับหลงมาเหรอ งั้นตรงไปทางนั้นแล้วเลี้ยวซ้ายจะเจอถนนหลัก หนูนาไปนะ เดี๋ยวร้านป้าก้อยปิดก่อนแล้วไม่ทันกินต้มเลือดหมูกับส้มตำอะ”
แม้ณีนราจะเห็นอยู่ทนโท่ว่าด้านหลังของรถหรูมีใครนั่งร่วมอยู่ด้วย เพียงแต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ เรียวขาเล็กกำลังจะเลือกเดินเลี่ยงรถยนต์ที่จอดขว้างตนเองกับเพื่อนอยู่ต้องชะงักไปอีกครั้งกับประโยคเจ้าของเสียงทุ้ม
“กลับบ้าน”
“ก็บอกอยู่ว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อน หูหนวกหรือยังไง”
“จะเดินขึ้นมาเอง หรือต้องให้ลงไปอุ้มทั้งคนทั้งไก่”
TBC.