บทที่ 3เดตกับคู่ของตัวเอง 2

1994 คำ
หลายชั่วโมงต่อมาภายในไนต์คลับตกแต่งด้วยโทนหรูหราพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด แสงไฟหลากสีสาดลงมากระทบร่างกายของผู้คนที่ขยับท่วงท่าตามจังหวะเพลง สถานบันเทิงย่านมหาวิทยาลัยเอกชนเต็มไปด้วยฝูงคนมากมาย บางคนยกแก้วน้ำเมากระดกเข้าปากเพื่อบรรเทาความเครียด บางคนยืนจับกลุ่มกับเพื่อนขยับร่างกายไปตามเสียงเพลง ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำที่ดูสบายตา กระดุมเปิดสองเม็ดบนแสดงให้เห็นถึงกล้ามเนื้อแน่นกระชับ แผงหน้าอกทรงพลังรับกับไหล่กว้างดูมีเอกลักษณ์และสไตล์เฉพาะตัว รองเท้าหนังขัดมันวาวคู่นั้นก้าวฝ่าผู้คนเข้ามาด้านในซึ่งมีกลุ่มเพื่อนของเขายืนรออยู่ที่โต๊ะ “ไงวะ ไม่ได้เจอกันนาน” คราวนี้น้ำเสียงทุ้มต่ำเปล่งถ้อยคำทักทายเพื่อนดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงฮิตภายในร้าน ใบหน้าได้รูปคมสัน คิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตาสีดำเข้ม เขาคือ นาวี ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนคณะบริหารของมังกร ส่วนถัดมาผู้หญิงรูปร่างเล็กเธอมีใบหน้าอ่อนหวานได้รูป ดวงตากลมสีน้ำตาลทอง ริมฝีปากอวบอิ่มแถมยังมีสถานะเป็นแฟนสาวของนาวี เธอชื่อ น้ำใส อายุรุ่นราวคราวเดียวกับมังกร ร่างสูงของเขาผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาสีดำขลับดูลึกล้ำฉายแววความขี้เล่นแต่แฝงไปด้วยความจริงใจ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยักได้รูปชวนให้หลงใหล กลุ่มผมสีเทายาวประบ่าโดยรวมแล้วเขามีเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างความหล่อเหลาแบบผู้ชายและความสง่างามได้อย่างลงตัว “แล้วมึงสองคนนี่ยังไง ตัวติดกันตลอด” “คบกันแล้วจ้า มึงไม่ได้มาเจอพวกกูตั้งนาน” น้ำใสตอบด้วยน้ำเสียงร่างริงพลางฉีกยิ้มกว้าง “สุดหล่อยูตะไม่มาด้วยเหรอ” มังกรเปล่งวาจาถามด้วยน้ำเสียงฉะฉานพลางยกแก้วคริสตัลกระดกเข้าปากจนหมดภายในรวดเดียว ไม่พอมือแกร่งของเขายังเอื้อมมาหยิบขวดเหล้าเทใส่แก้วอีกครั้ง “เดี๋ยวมันบอกจะตามมา ว่าแต่มึงเถอะเรียนสาขานั้นเป็นยังไงบ้างวะ ต้องปรับตัวเยอะไหม” นาวีถามขึ้นขณะที่มือคีบก้อนน้ำแข็งใส่แก้วของตัวเอง มังกรฟังสิ่งที่เพื่อนพูดแต่กลับยกแก้วน้ำเมาดื่มราวกับว่าเป็นน้ำเปล่า เขาอยากจะระบายความอัดอั้นภายในใจที่เอาแต่คิดไม่ตกเรื่องนังชะนีน้อยไปออกเดตกับผู้ชายเมื่อตอนกลางวัน แต่ถึงอย่างนั้นมังกรก็ไม่ยอมอ่านข้อความที่เธอส่งมาด้วยซ้ำ “กูสบายใจมากกว่าที่ได้เรียนอะไรแบบนั้น ขืนฝืนตัวเองเรียนต่อบริหารกูคงเครียดจนสมองแตกตาย” “คณะมันมีแต่อะไรสนุก ๆ ให้เรียนเยอะแยะไปหมด ว่าแต่ตอนนี้ไม่มีใครเหรอถึงออกมาตี้กับพวกกูได้” “ไม่มีโสดมาเป็นชาติแล้ว” มังกรตอบเรียบ ๆ แต่มือแกร่งยังคงยกแก้วน้ำเมาเข้าปากหลายต่อหลายแก้ว “เบา ๆ หน่อยดิ แดกเหล้าเป็นน้ำเปล่าเลยนะมึง” “มาตี้ก็ต้องแดกให้เมา มึงจะมายืนเป็นท่อนไม้เพื่อ” “มึงเครียดว่างั้น” คราวนี้ร่างสูงโปร่งของเพื่อนอีกคนอย่างยูตะ เอื้อนเอ่ยวาจาถามพลางเอื้อมมือมากุมหัวไหล่ของมังกร ใบหน้าคมคายรูปไข่ประดับด้วยดวงตาคมเข้มสีน้ำตาลอ่อน รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นไรฟันขาวสะอาดเรียงตัวสวยงาม “ก็มีบ้าง แต่ช่างแม่งเถอะ ชวนกูออกมาตี้ไม่ใช่เหรอกูจะเครียดทำไม” กลีบปากหนาขยับตอบ ทว่าฝ่ามือแกร่งเอาแต่ถือแก้วเหล้าเอาไว้ในมือแน่น วินาทีเดียวกันนั้นสายตาคมคายเหลือบไปเห็นร่างสูงของชายหนุ่มยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาผู้นั้นมีใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่น ดวงตาสีดำสนิท ผิวสีขาวดูสุขภาพดีโดยรวมแล้วเขามีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลโดยไม่ต้องพยายาม เขามองมาทางมังกรพร้อมกับคลี่ยิ้มน้อย ๆ คล้ายกับเป็นการทักทายให้มังกรได้รับรู้ว่าเขาเองก็มองดูอยู่เช่นกัน “มา ๆ คืนนี้กูเลี้ยงเอง กูเป็นคนชวนพวกมึงมา” น้ำเสียงทุ้มต่ำของนาวีพูดพลางยื่นแก้วของตัวเองไปด้านหน้า เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันดัง แก๊ง! ก่อนที่พวกเขาจะยกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ แต่ทว่าสายตาของมังกรเอาแต่จ้องมองชายหนุ่มรูปร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังของเพื่อน ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มบาง ๆ ส่งสายตาหวานเยิ้มให้กับชายแปลกหน้าที่มองเขาอยู่ ดวงหน้าของชายคนนั้นคิ้วยกขึ้นเล็กน้อยแสดงออกถึงความสนใจอย่างเต็มที่ “พวกมึงเดี๋ยวกูขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เขาเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกจากนั้นจึงเดินออกไปด้านนอก ร่างสูงใหญ่ของมังกรเดินผ่านโถงทางเดินมาหยุดด้านหน้าห้องน้ำของไนต์คลับแห่งนี้ ทว่าวินาทีต่อมาผู้ชายคนนั้นก็เอื้อนเอ่ยวาจาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ชื่ออะไรเหรอครับ มาเที่ยวคนเดียวเหรอ” “ชื่อมิกกี้ค่ะ มาเที่ยวกับเพื่อน” มังกรหรือที่ผู้ชายหลายคนรู้จักในชื่อมิกกี้ ดวงหน้าฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีพร้อมกับยืนตัวบิดอยู่ด้านหน้าของผู้ชายคนนั้น “ผมกายนะครับอยู่ปีสี่” “แล้วสุดหล่อมาเที่ยวกับเพื่อนเหรอ ทำไมถึงเดินตามเราออกมาข้างนอก” น้ำเสียงฉะฉานของมังกรเอ่ยวาจาขึ้น แต่สายตาของเขาเปล่งประกายไปด้วยความสุขล้นปรี่ “มากับเพื่อนครับ แต่เบื่อ ๆ เลยออกมาเดินเล่น” “ไม่อยากไปไหนต่อเหรอ อย่างไปหาอะไรทำที่ตื่นเต้น ๆ กว่านี้กับเรา...” “ก็น่าสนใจนะครับ เราไปต่อกันไหม” มังกรไม่ได้ตอบกลับแต่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินออกไปจากไนต์คลับแห่งนี้พร้อมกัน เพียงแค่ทั้งคู่รู้จักกันแต่มังกรกลับไว้ใจและไปต่อกับเขาอย่างไม่ลังเล คอนโดของเพลงเหนือ ห้องนั่งเล่นเปิดโล่งประดับด้วยหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับวิวเมืองหลวงยามค่ำคืนทอดยาวออกไปไกลสุดลูกตา แสงไฟสีเหลืองอุ่นส่องสว่างสาดลงมากระทบพื้นลายหินอ่อน เฟอร์นิเจอร์โทนเดียวกันจัดวางอย่างลงตัว โซฟาขนฟูสีชมพูหวานตั้งอยู่กลางห้องประดับด้วยหมอนสีครีมและน้ำตาลเข้ม หน้าจอทีวีฉายภาพสิ่งบันเทิงตรงหน้า แจกันดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะลายหินอ่อนทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวา พรมผืนใหญ่ใต้เท้าถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน คนตัวเล็กสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีชมพูนั่งอยู่บนโซฟาอย่างใจจดใจจ่อ ใบหน้างดงามปราศจากเครื่องสำอางดูเป็นธรรมชาติ จมูกคมเป็นสันรับกับริมฝีปากสีระเรื่อเม้มเข้าหากันเบา ๆ เมื่อนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยจับจ้องหน้าจอแสงสีฟ้า นิ้วเรียวกดดูรูปภาพของเพื่อนตัวโตก่อนจะสลับหน้าจออ่านบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ เหนือ : มีเรื่องเล่าให้ฟังคุณแม่ เหนือ : กลับตอนไหน มึงอยู่ดึกหรือเปล่า เหนือ : อ่านแล้วตอบหนูด้วยนะ เพลงเหนือจ้องมองข้อความที่ถูกส่งไปหาอีกฝ่ายไร้ซึ่งการตอบกลับ แม้แต่กดเข้ามาอ่านอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่สนใจข้อความของเธอเลยด้วยซ้ำ เมื่อตอนกลางวันเหนือเจอเรื่องหนักใจแต่ก็ไม่สามารถระบายความในใจออกมาให้คนอื่นรับรู้ เพราะคนเดียวที่เธอไว้ใจเล่าทุกอย่างให้ฟังเห็นจะมีเพียงมังกรเท่านั้น คนตัวเล็กระบายลมหายใจออกมายืดยาว ก่อนจะเอนแผ่นหลังขนาบไปกับพนักพิงเพื่อผ่อนคลายจากเรื่องทุกข์ใจ เหนือมองไปข้างหน้าด้วยสายตาไร้จุดหมาย แม้เธอจะรู้ว่ามังกรไปดื่มสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนที่คณะเก่าแต่เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “จะเป็นยังไงบ้างนะ ไม่รู้ตอนนี้หมีควายเมายัง” คนตัวเล็กบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหนือนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟานุ่มพลางซุกดวงหน้าแนบลงบนเรียวขาของตัวเอง “เรียกใครหมีควายย่ะ แล้วดึกขนาดนี้ทำไมยังไม่นอน” คราวนี้น้ำเสียงทุ้มต่ำของมังกรเอื้อนเอ่ยวาจาถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อร่างสูงของเขาก้าวเข้ามาด้านในห้องเหมือนอย่างทุกวัน “กลับมาแล้วเหรอ เมาไหมเนี่ย” ทันทีที่เห็นเพื่อนตัวโตเดินเข้ามาภายในห้อง ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นก่อนที่มังกรจะทิ้งน้ำหนักตัวนั่งลงข้างเธอ วินาทีต่อมาเหนือโน้มตัวเข้าไปแนบชิดกับเพื่อนตัวโต มือเล็กเอื้อมไปจับชายเสื้อเชิ้ตตัวนั้นเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่ไม่คุ้นเคย “พอกูมาหน้าตาเหมือนลูกหมารอเจ้าของอย่างนั้นแหละ” “มึงนั่นแหละไม่ยอมตอบแชตกู วันนี้มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังเต็มไปหมดนึกว่าจะเมาจนกลับมาไม่ได้แล้ว” แม้ภายในใจจะมีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด แต่เพลงเหนือทำได้เพียงเก็บเอาไว้ในใจและเปลี่ยนเรื่องสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งคู่ “มีเรื่องอะไรอยากเล่าว่ามาสาว” ถัดมามังกรเบือนหน้าหันมาสนใจผู้หญิงตัวเล็กด้านข้าง ดวงตาคู่นั้นฉายแววความอัดอั้นภายในใจจนมังกรรับรู้ได้ “ก็เมื่อตอนกลางวันหนูไปดูหนังมาใช่ไหม” “กูรู้ค่ะสาว มึงบอกกูตั้งแต่ก่อนไปพูดอยู่นั่นแหละ” “คือหนูเลือกดูหนังผีค่ะ แต่ว่าอยู่ ๆ น้องคนนั้นก็ลวนลามหนูเอามือมาลูบขาโดยที่หนูไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่สนใจหนัง” “ว่ายังไงนะ! มันเนียนลูบขามึงเหรอ แล้วยังไงทำไมไม่ลุกออกมาเลยหรือว่ามึงเต็มใจให้มันจับขาอ่อนนังชะนี” “ไม่ใช่อย่างนั้น หนูก็ปัดมือออกแล้วพยายามนั่งห่าง ๆ จนถึงช่วงที่หนังจบก็ขอตัวกลับเลย หนูกลัวมากเลยแต่ก็ไม่กล้าลุกออกมาเพราะกลัวว่าน้องมันจะตาม” เหนืออธิบายเสียยืดยาว ใบหน้าของเธอเครียดเกร็งด้วยความอึดอัดใจ ดวงตากลมโตแดงก่ำคล้ายกับกำลังจะร้องไห้ “ดีแล้วที่มันไม่ทำอะไรมึงไปมากกว่านี้ เลิกคุยกับมันไปเลยดีกว่าแบบนี้มันรุกมึงแรงเกิน” “แม่แล้วแบบนี้หนูเสียตัวฟรีใช่ไหม” “มึงยังไม่ได้เสียตัวให้มันค่ะ อย่าคิดเองเออเองโดนมันลวนลามแทนที่จะลุกหนี” “แต่หนูก็หุบขาทันนะ ไม่อย่างนั้นมีหวังมันทำอะไรมากกว่านี้แน่ ๆ” เหนือตอบด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ วินาทีต่อมาเธอเขยิบกายเข้าหาเขาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอารมณ์อยากรู้อยากลอง “อย่าบอกนะว่ามึงฮีทนังชะนี” “ก็อยากรู้ว่าถ้าเต็มใจมันจะรู้สึกยังไง มึงลองเอามือมาลูบขากูหน่อยสิกูแค่อยากรู้ว่าความรู้สึกมันจะเหมือนเดิมหรือเปล่า” “พูดอะไรของมึงขนลุก อยากลองก็ได้ลองแล้วไม่ใช่เหรอ” “อยากลองกับมึงมากกว่า” ริมฝีปากได้รูปเอ่ยวาจาตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและความหวัง คำพูดเหล่านั้นทำเอาร่างสูงของมังกรนิ่งไปชั่วขณะ สายตาคมสะท้อนความประหลาดใจอยู่เต็มไปหมด เขาคาดไม่ถึงว่าเพื่อนสาวจะเอ่ยคำพูดพวกนั้นออกมาจากปาก หรือว่าจริง ๆ แล้วเหนือจะคิดอะไรเกินเลยมากกว่าเพื่อนกัน **** “อยากลองกับมึงมากกว่า” -เหนือ-
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม