วันต่อมาท้องฟ้าสีฟ้าสดใสตัดกับแนวต้นไม้สีเขียวเข้ม ดวงอาทิตย์ลอยเด่นสาดส่องให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวา สายลมอ่อน ๆ พัดพาส่งผลให้ใบไม้พลิ้วไหวตาม อาคารเรียนทรงทันสมัยตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางเมืองหลวง ห้องประชุมใหญ่ถูกจัดไว้สำหรับงานสัมมนาของสาขาการออกแบบสื่อดิจิทัล สตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อนักศึกษาจับคู่กับกระโปรงทรงเอสีดำ ใบหน้ารูปไข่งดงามแต่งหน้าแต่งตาจัดเต็มประดับด้วยนัยน์ตาสีน้ำตาล จมูกคมเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูปเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อ เรือนผมยาวสลวยถึงกลางแผ่นหลังพลิ้วไหวเมื่อต้องสายลม เพลงเหนือนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะลงทะเบียนก่อนเข้าห้องประชุม
ขณะเดียวกันรุ่นน้องกำลังทยอยลงทะเบียนเพื่อเข้าไปด้านใน เพลงเหนือทำหน้าที่ดูแลรุ่นน้องที่มาร่วมงานในวันนี้ ส่วนเพื่อนตัวโตอย่างมังกรยืนอยู่ด้านข้างเวทีภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ แสงไฟส่องสว่างตัดกับที่นั่งเรียงรายกันยาวออกไป ร่างสูงของเขาสวมเสื้อนักศึกษาผูกเนกไทคู่กับกางเกงขายาวสีดำ ใบหน้าคมคายดูเป็นธรรมชาติ ดวงตาสีดำสนิท จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยักสวย เส้นผมสีเทายาวประบ่าของเขาดูโดดเด่น มือแกร่งถือกระดาษแผ่นสีขาวไว้ในมือเนื่องจากวันนี้มังกรต้องดำเนินรายการเป็นพิธีกรจำเป็น
“ไม่ต้องจำหมดก็ได้ แค่ช่วงแรกก็พอเพราะต่อจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ดำเนินรายการ” เพื่อนอีกคนเอ่ยบอกพลางชี้ลงบนกระดาษขนาดเอสี่
“แค่นี้สบายมาก” มังกรเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ แต่สายตาคมกริบคู่นั้นเอาแต่อ่านตัวหนังสือเบื้องหน้าเพื่อจดจำก่อนถึงเวลาเริ่มงาน ขณะเดียวกันรุ่นน้องในสาขาทยอยเข้ามาจับจองที่นั่งความกดดันตกมาที่มังกร เพราะเขาเพิ่งจะได้รับหน้าที่พิธีกรอย่างกะทันหันไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงนั่งอยู่โต๊ะลงทะเบียนกับเหนือ
เวลาผ่านมาจนกระทั่งนักศึกษานั่งอยู่ภายในห้องประชุม ส่วนอาจารย์ก็เริ่มมานั่งลงประจำตำแหน่ง พิธีกรก้าวขึ้นไปบนเวทีความตื่นเต้นทำให้มังกรหายใจเข้าปอดลึก ๆ บนเวทีสว่างไสวภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ มังกรยืนตัวตรงส่งผลให้ทุกสายตาหันมามองเขาเป็นตาเดียว
“สวัสดีครับทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานสัมมนาในวันนี้นะครับ โดยหัวข้อของเราคือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ไม่เพียงดึงดูดผู้ชม แต่ยังสามารถสร้างรายได้บนโซเชียลด้วย” เสียงของเขาเริ่มสั่นเล็กน้อย หัวใจด้านซ้ายเต้นแรงนับตั้งแต่วินาทีที่เขาก้าวขึ้นมาบนเวที มังกรไม่ทันได้เตรียมใจมาก่อน รู้เพียงว่าต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเท่านั้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับให้ตัวเองนิ่งที่สุด ก่อนจะเอ่ยพูดบทที่จำมาจากการซ้อมเพียงไม่กี่นาที
ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมาชัดถ้อยชัดคำและมั่นคง จังหวะการพูดฉะฉานเป็นตัวของตัวเองเหมือนเขากำลังเล่าเรื่องให้เพื่อนสนิทฟัง มากกว่ายืนพูดต่อหน้าผู้คนมากมาย บางช่วงมังกรยกตัวอย่างจากการทำคอนเทนต์ของตัวเองทำให้ผู้ฟังไม่รู้สึกเบื่อ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงแนะนำวิทยากรมากประสบการณ์ขึ้นมาบรรยายต่อ
“ต่อไปขอเรียนเชิญทุกท่านพบกับวิทยากรผู้มาประสบการณ์ที่อยู่วงการมานานมีทั้งผลงานและการสร้างแบรนด์ของตัวเองจนกลายเป็นที่ยอมรับในสังคม ขอเสียงปรบมือต้อนรับคุณกิตติครับ” เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วห้องประชุม มังกรก้าวลงจากเวทีหลังจากที่วิทยากรขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่ง ใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มกว้างอย่างโล่งใจเมื่อส่งต่อเวทีให้วิทยากรอย่างน่าประทับใจ
“เดี๋ยวไปพักได้เลยนะ ช่วงพักเที่ยงฝากแกมาประกาศเวลาพักและนัดกลับมาเจอกันที่ห้องประชุมก็พอ”
“โอเคจ้า งั้นไปหาที่นั่งก่อน” เขาตอบเสียงเรียบ
วินาทีถัดมาร่างสูงของมังกรเดินไปหยุดตรงที่นั่งแถวท้ายสุด นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะพบว่ากลุ่มเพื่อนนั่งอยู่แถวสุดท้าย มังกรจึงไม่รอช้าที่จะเดินตรงไปนั่งลงด้านข้างของเหนือ ใบหน้างดงามคลี่ยิ้มหวานด้วยความปีติยินดี
“เก่งมากคุณพิธีกรจำเป็น”
“พูดไหลเป็นน้ำเลยนะ สงสัยจะชอบทางนี้จริง ๆ”
“ตอนเด็กย่ากูจับเรียนจนกูชินแล้วค่า”
“เมื่อไหร่จะจบอ่า หนูง่วงแล้วเนี่ย” คนตัวเล็กเอ่ยพร้อมกับเอนศีรษะซบลงหัวไหล่ข้างซ้ายของมังกร เมื่อเช้าเธอโดนปลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเธอจึงรู้สึกง่วงจนอยากโน้มตัวลงนอนตอนนี้เลย
“งานเพิ่งเริ่มหล่อนก็จะนอนเลยเหรอ”
“แต่ก็น่าเบื่อจะตาย กูไม่ได้สนใจทำคลิปอยู่แล้ว” ไอรินเอ่ย
“จริง แต่สมัยนี้คนที่หารายได้จากช่องทางนี้ก็มีเยอะแยะ” คราวนี้น้ำเสียงใสของเคทเปล่งถ้อยคำพูดขึ้น
“พวกมึงฟังไปนะ กูของีบก่อน”
“ตลอดเลยนังชะนี เสร็จงานไปกินข้าวร้านเดิมไหม”
“อยากไปด้วย ไม่ได้กินข้าวร้านป้านานแล้ว”
“มึงสองคนไปกับพวกกูได้แล้วเหรอ นึกว่าติดหมาเด็ก”
“ไปได้ ก็แค่คุย ๆ กันอยู่ยังไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
“ของกูก็ดู ๆ ไปก่อน เดี๋ยวไว้ยังไงพามาเปิดตัว”
“จ้า กูละเบื่อพวกคนมีความรักเนี่ย” มังกรเบะปากพร้อมกับกลอกตามองบนเมื่อเพื่อนทั้งสองคนพูดถึงรุ่นน้องที่กำลังดูใจอยู่
หลายชั่วโมงต่อมากลุ่มพวกเขาเดินมายังร้านอาหารประจำ ที่ไม่ว่าจะเรียนกี่ปีพวกเขาก็มักจะมาทานอาหารที่นี่ประจำ ไอรินนั่งด้านข้างเคทพร้อมกับจานอาหารวางอยู่เบื้องหน้า ส่วนเหนือนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขณะที่รอเพื่อนตัวโตเดินถือน้ำมาเสิร์ฟ พวกเขามักใช้ชีวิตอย่างนี้เป็นเรื่องปกติจนกระทั่งเรียนมาจนถึงปีสี่
“อันนี้น้ำค่ะนังชะนี” มือแกร่งของมังกรวางขวดน้ำเอาไว้ตรงหน้าพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงด้านข้างของเหนือ วินาทีต่อมาเธอจึงเอื้อมมาหยิบขวดน้ำก่อนจะเปิดมันอย่างไม่ลังเล จากนั้นวางไว้ตรงหน้าของเพื่อนตัวโตและเอื้อมมาเปิดขวดของตัวเองต่อ
“อยากมีคนเดินไปซื้อน้ำให้แบบนี้จัง” ไอรินว่าพร้อมกับระบายยิ้มกว้าง
“หล่อนเองก็มีคนคุยของตัวเองเถอะ ไม่มีคนเปิดน้ำให้รึไง” เสียงฉะฉานของมังกรเอ่ยพร้อมกับใช้ช้อนตักข้าวเข้าปาก
“มึงก็รู้ว่าสองคนนี้ตัวติดกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง กูไม่แปลกใจเลยที่พวกมันไม่มีแฟนทั้งคู่” เคทว่าขณะที่มือใช้ช้อนเขี่ยข้าวในจานของเธอ
“เก้งโสด ชะนีก็โสดทำไมน้าถึงยังไม่ใช่วาสนากูสักที” เหนือคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี แม้ริมฝีปากจะขยับบอกทว่าสายตาคู่สวยเอาแต่จ้องมองเพื่อนตัวโต
“น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอก...”
“ไม่มีทาง”
มังกรส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมกับตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่บ่งบอกว่าสนใจหรือเบื่อหน่าย แม้จะได้ยินประโยคเหล่านี้ซ้ำ ๆ แต่ดูเหมือนว่ามังกรจะไม่คิดอะไรเลย
“ใจร้าย แค่แซวเล่นทำเหมือนกูจริงจังไปได้” เหนือตอบ
“จะเล่นหรือจริงจัง กูก็ยังยืนยันคำตอบเดิมค่ะ”
“พอ ๆ เหนือมันหน้าบูดแล้ว พวกกูแค่แซวเล่นเอง”
“ก็เพื่อนกันนั่นแหละเนอะ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นเพลงเหนือจึงใช้ช้อนตักข้าวเข้าปาก แก้มเนียนเคี้ยวอย่างเชื่องช้ารู้สึกเหมือนมีของแหลมทิ่มแทงลงกลางใจ ใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความสิ้นหวังอย่างที่สุดแต่ก็พยายามฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้เพื่อนลำบากใจ พวกเขาทั้งหมดที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็เป็นเพื่อนกันทั้งหมด รู้จักกันตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ใกล้เรียนจบแล้ว
ความรู้สึกที่มีต่อเขาเหนือคงต้องเก็บเอาไว้ใจใน เพราะจะให้เธอสารภาพความในใจออกไปคงโดยปฏิเสธเหมือนอย่างที่ผ่านมาแน่ ๆ เพราะแบบนั้นเหนือพยายามตระหนักว่าตัวเองนั้นอยู่ในสถานะอะไร บางทีเธอก็ควรเผื่อใจเอาไว้บ้างถ้าวันหนึ่งอีกฝ่ายมีคนรักขึ้นมา เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
เส้นกั้นระหว่างเพื่อนกลายเป็นขีดจำกัดที่เธอไม่อาจก้าวข้ามมันไปได้ เพราะไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนของทั้งคู่อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกก็ได้
****
“น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอก...”
“ไม่มีทาง”
-มังกร-