5 หลับลึก

1154 คำ
ปัง… พอกลับมาถึงห้อง เธอก็ยืนเท้าสะเอว มองไปรอบห้อง “เริ่มจากตรงไหนดี” มอนเน่พึมพำ งานบ้านงานเรือนแบบนี้เธอช่างไม่ถนัดเอาซะเลย อยากขอแม่บ้านให้ตามมาอยู่ด้วยซักคนด้วยซ้ำ แต่กลัวพ่อกับแม่จะหาว่าเธอไม่เก่งพอที่จะออกมาเผชิญโลกกว้างคนเดียว “เอาน่ามอนเน่ เธอมันเก่ง เธอต้องทำได้อยู่แล้ว” เธอปลอบใจตัวเอง และเริ่มลงมือจัดการกระเป๋าเสื้อผ้า และของใช้ต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็น @อาเธอร์ ที่ด้านล่างภายในอู่ซ่อมรถ อาเธอร์นั่งเช็ดคราบน้ำมันออกจากมือพลางเหล่ตามองนาฬิกาบนฝาผนัง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม “เย็นแล้วยังไม่รู้จักลงมากินข้าวอีก...” เขาพึมพำกับตัวเอง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายหาคนบนห้อง ตืดดดด…ตืดดดด… ทว่าเสียงสัญญาณดังลากยาว จนตัดไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีคนรับสาย “โทรเรียกมอนเน่มากินข้าวเหรอเฮีย” แทนไทถามไปพลาง มือก็แกะกับข้าวใส่จานชามไปพลาง “อืม ไม่รับสาย” เขาจ้องหน้าจออยู่แบบนั้นจนสายตัดอีกรอบ “ให้ผมขึ้นไปดูให้ไหมเฮีย” คิริวที่กำลังล้างมืออยู่ใกล้ๆ เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นอาเธอร์เดินวนไปวนมา “ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันไปดูเอง” อาเธอร์ตอบเสียงเรียบพลางโยนผ้าขี้ริ้วลงบนโต๊ะ เขาก้าวยาวๆ ขึ้นไปยังห้องของมอนเน่ ก่อนจะกดออดรัวๆ ที่หน้าห้องเธอ “มอนเน่! อยู่ข้างในหรือเปล่า เปิดประตูหน่อย!” เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับ หรือแม้แต่เสียงฝีเท้าเดินมาที่ประตู เขาเริ่มใจคอไม่ดี “เชี้ย..เป็นอะไรรึเปล่าวะ” เขาบ่นอุบอิบพลางสบถขึ้นอย่างร้อนใจ ก่อนจะรีบเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อหยิบคีย์การ์ดสำรองที่เขาเป็นคนเก็บไว้กับตัวเองมาเปิดห้องเธอ ติ๊ด! เขารีบผลักประตูเข้าไปทันที สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องที่สภาพดูไม่ได้เลย ทั้งเสื้อผ้า ทั้งของใช้ กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟา ทั้งที่ชุดยังไม่ได้เปลี่ยน อาเธอร์ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกสลายไปทันทีที่เห็นแผ่นหลังบางขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจสม่ำเสมอ “คนอะไรหลับลึกชิบหาย” เขาเดินเข้าไปแล้วเขย่าตัวเธอเบาๆ เพื่อปลุกให้ตื่น “มอนเน่! มอนเน่!” “อื้ม…เฮีย…” คนตัวเล็กงัวเงียตื่น “เฮียอาเธอร์ เฮียเข้ามาในห้องหนูได้ไงอะ” และยังถามเขาอีกว่ามาได้ไงเมื่อได้สติดี “ก็เฮียโทรมาแล้วเธอไม่รับสาย ก็เลยได้ขึ้นมาตามนี่แหละ ได้เวลากินข้าวแล้วไม่เห็นลงไป” อาเธอร์ตอบอย่างหงุดหงิด “อ้าวเหรอ” มอนเน่รีบหยิบมือถือขึ้นมาดู และก็เห็นว่าเบอร์เขาโทรมาหลายสายจริงๆ “อืม จริงด้วยอะ ขอโทษทีนะเฮีย พอดีเวลานอนหนูหลับลึกจริงๆ ยิ่งตอนฝันว่าได้กินอะไรอร่อยๆ นะ แทบไม่อยากตื่นเลยละ” “ตามมาได้แล้ว อย่าให้คนอื่นรอนาน” แล้วคนตัวโตก็เดินออกจากห้องไป “แล้วจะดึงหน้าให้ตึงอะไรขนาดนั้น ชีวิตนี้เกิดมาไม่เคยมีความสุขรึไง” เธอบ่นตามหลังพร้อมยู่จมูกใส่เขาไปหนึ่งที แต่ก็รีบลุกเดินตามออกไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะมองกองผ้าที่เธอทำเละเทะเอาไว้ มันยังเสร็จไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ “นั่นไง เฮียกับน้องมอนเน่มาพอดี มาครับน้องมอนเน่ นั่งข้างๆเฮียก็ได้” พอเห็นเธอเดินมาถึง คิริวก็เรียกให้ไปนั่งข้างๆ “ขอบคุณค่ะเฮียริว” เธอขอบคุณคิริวอย่างเป็นกันเอง แล้วตรงไปยังเก้าอี้ตัวข้างๆ คิริวนั่ง “นั่งนี่” แต่ยังไม่ทันที่ก้นจะถึงเก้าอี้เลย อาเธอร์ก็เรียกให้เธอไปนั่งข้างๆ มอนเน่หน้าจ๋อย มองหน้าคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ “เฮียบอกให้มานั่งนี่ ถ้าอยากอยู่ด้วยกันก็ห้ามขัดคำสั่ง” เธอมองหน้าเขาพร้อมกระพริบตาปริบๆ แต่ก็ยอมขยับมานั่งข้างเขาตามคำสั่ง ไม่คิดว่าเพื่อนพี่ชายจะเข้มงวดกับเธอขนาดนี้ “เอ่อ…เราลงมือกันเลยดีกว่านะ นั่งตรงไหนก็เหมือนกัน เฮียอาเธอร์ช่วยระวังก็ดีแล้วนะน้องมอนเน่” แทนคุณพูดขึ้นทำลายบรรยากาศอึดอัด “นั่นนะสิ วันนี้มีแกงข่าไก่ด้วยนะ น้องมอนเน่ลองชิมดูสิ” “ขอบคุณค่ะ” เฮียคนอื่นๆ ก็ใส่ใจเธอดี ผิดกับอาเธอร์ที่เอาแต่นิ่ง แล้วตักข้าวกินไปเงียบๆ “แล้วนี่น้องมอนเน่เรียนคณะอะไรครับ” ระหว่างที่นั่งกินข้าวกันอยู่ แทนไทก็ชวนคุย เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบจนเกินไป “หนูเรียนวิศวะโลหการค่ะ ที่บ้านทำบริษัทหลอมโลหะ” “หืม…แต่เรียนบริหารก็ได้หนิครับ ไม่เห็นต้องเรียนโดยตรงแบบนั้น” “นั่นหนะสิ น้องมอนเน่เป็นผู้หญิง เรียนบริหารจัดการน่าจะเหมาะกว่า” พวกเฮียๆ ต่างเห็นตรงกัน ใครๆก็คิดแบบนั้นรวมทั้งครอบครัวเธอด้วย “แต่หนูไม่คิดแบบนั้นค่ะ ถ้าเราอยากบริหารงานได้จริงๆ เราต้องเข้าใจงานอย่างแท้จริง หนูจึงเลือกเรียนสายนี้ แล้วหนูค่อยต่อโทบริหารธุรกิจอีก 2 ปี พวกเฮียว่าดีมั้ยคะ” ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน “ก็ไม่เลวนะ” “ใช่มั้ยล้าาาา” มอนเน่ยิ้มจนตาหยี เมื่อมีคนเห็นด้วยกับความคิดของตัวเอง เธอนั่งทานอาหารกับพวกเฮียๆ จนอิ่ม ไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือมีทีท่าว่าเหม็นกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด ขัดกับลุคสาวน้อยบอบบางเป็นที่สุด “เฮียมีบิ๊กไบค์กันทุกคนเลยเหรอ” “แน่นอนสิ” คิริวรีบตอบ “โห…หนูอยากขับบ้างอะ คงเท่ระเบิดไปเลยเนาะ” มอนเน่ตาลุกวาว อะไรลุยๆ เธอชอบหมดแหละ “เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวเฮียสอน” “จริงเหรอเฮีย พรุ่งนี้เลยมั้ย / อย่าแม้แต่จะคิด” แล้วอาเธอร์ก็ขัดขึ้นอีกรอบ “ทำไมอะเฮีย หนูแค่อยากลองบ้างอะ” มอนเน่เสียงอ่อนขึ้นมาทันที “ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ห้ามถามต่อ ขี้เกียจตอบ” เขาพูดตัดบทไปดื้อๆ เธอก็เลยเงียบ และหันไปมองหน้าคิริว แต่รุ่นน้องตัวแสบกลับขยิบตาส่งสัญญาณให้ มอนเน่เลยแอบยิ้มตอบอย่างรู้กัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม