ตอนที่ 7

971 คำ
3 เมียหาย “ไม่ได้เอาปากมาด้วยหรือไง” คนถูกถามด้วยคำถามยียวนกวนประสาทถอนหายใจ มะปรางหันไปมองหน้าสามีแวบหนึ่ง “คุณติจะให้ปรางร้องเพลงให้ฟังหรือคะ” “ไม่ชอบฟังเพลง ชอบฟังเสียงครางมากกว่า” ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะต่อปากต่อคำกับเขาแล้วชนะ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขามันคนหน้าหนาหน้าด้าน พูดเรื่องแบบนี้ได้ไม่อายปาก สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่ต้องสงบปากสงบคำ ยอมให้เขาพูดกวนประสาทต่อไป ธิติปรายตามองคนที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ข้าง ๆ เขายิ้มบางอย่างผู้ชนะ อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อเช้าหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อได้ต่อปากต่อคำกับเมีย และเขาก็เป็นผู้ชนะเหมือนเดิม “เช้า ๆ แบบนี้ครางซ้อมลูกคอหน่อยเป็นไง เอามุมไหนดี หลังต้นไม้ใหญ่ ริมลำธาร หรือบังโขดหินดี” มะปรางเม้มปากแน่น หญิงสาวมองเมินออกไปนอกหน้าต่างรถ แต่ละที่ที่เขาเสนอมานั้น เขาลากเธอไปทำอะไรที่น่าอายมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว คนหื่น คนหมกมุ่นในกาม ขนาดอยู่สถานที่โล่งแจ้ง เขายังคิดแต่จะทำเรื่องแบบนั้น นี่ถ้าเธอไม่กินยาคุม ป่านนี้คงท้องหัวปีท้ายปีแล้ว พอคิดถึงเรื่องกินยาคุม มะปรางก็รู้สึกผิดต่อพ่อ ลำพังคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีนั้น เขาคงไม่สนใจเรื่องที่เธอจะท้องหรือไม่ท้องหรอก เขาสนใจแต่จะหาความสุขจากร่างกายเธอก็เท่านั้น แต่เธอกลับรู้สึกผิดกับบิดา เพราะก่อนที่เธอจะแต่งงานกับเขา เหตุผลที่พ่อหยิบยกขึ้นมาทำให้เธอตัดสินใจยอมแต่งงานกับเขาคือ “หากปรางแต่งงานกับคุณติ อย่างน้อยพ่อก็มั่นใจได้ว่า ในอนาคต ที่ดินของพ่อจะตกเป็นของลูกปราง เป็นของหลานพ่อ หลานที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของปรางครึ่งหนึ่ง” เพราะรู้ว่าพ่อรักที่ดินผืนนี้มาก การสูญเสียที่ดินเพราะความไว้ใจค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อน แต่ตัวเองกลับต้องขายที่ดินเพื่อชดใช้หนี้แทนเพื่อนก็ทำให้พ่อเครียด และเป็นกังวลใจมากอยู่แล้ว เธอไม่อยากทำให้พ่อเสียใจและเครียดหนักกว่าเดิม เธอจึงยอมที่จะแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เคยรักและรู้จักกันเพียงผิวเผินเท่านั้น “ทำไมคิดนานจัง พี่คิดให้แล้วกัน ไปโขดหินดีกว่า ลับตาคนที่สุด ปรางจะได้ครางเสียงดัง ๆ ให้พี่ฟังแบบไม่ต้องกั๊ก” มะปรางกำมือแน่น เธอไม่หันไปมองหน้าคนหื่น คนที่ในสมองมีแต่เรื่องหื่น ๆ จะไปไหนก็ไปตามแต่ใจเขาสิ เพราะเธอไม่เคยขัดเขาได้อยู่แล้วนี่ คนยั่วเมียได้สำเร็จกระหยิ่มยิ้มเยาะ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะทำอะไรหรอก แต่เห็นท่าทางนิ่ง ๆ ไม่มีอารมณ์ร่วมกับการยั่วเย้าของเขาสักนิด แบบนี้มันน่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว ต้องจัดให้หนักอีกสักที จะได้รู้ว่าไม่ควรนั่งนิ่งยั่วต่อมหื่นเขาแบบนี้ ทว่าความตั้งใจของคนหื่นก็ต้องเป็นอันชะงักลง เมื่อเขากำลังจะเลี้ยวรถไปทางทุ่งหญ้าท้ายไร่ ที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจายอยู่หลายจุด แต่ชาติชายก็ขับมอเตอร์ไซค์มาดักหน้าเสียก่อน ธิติจอดรถด้วยความหงุดหงิด เขากดกระจกรถลงรอ ขณะที่ชาติชายลงจากมอเตอร์ไซค์แล้ววิ่งมายืนยิ้มแต้ข้างรถ “มีอะไร” แม้น้ำเสียงของเจ้านายจะบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์เท่าไร แต่คนที่มาขวางทางรถเจ้านายก็ต้องทำใจดีสู้เสือ ฝืนยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดและบอกเขาไปว่า “เสาที่จะทำร้านองุ่นแปลงใหม่มาส่งแล้วครับ เอ่อ...คุณติเคยบอกว่าถ้าเสามาส่งให้มาบอก เพราะคุณติจะเช็กความเรียบร้อยเอง” “เดี๋ยวกูตามไป” ธิติบอกพลางเลื่อนกระจกหน้าต่างรถยนต์ขึ้น และจากที่กำลังจะเลี้ยวไปท้ายไร่ เขาจึงเปลี่ยนทิศทางหันหัวรถเลี้ยวไปทางโรงอาหารของไร่แทน “รออยู่ที่โรงอาหารก่อน พี่เช็กของเสร็จแล้วจะกลับมารับไปทำเรื่องเร้าใจที่โขดหิน” คนหื่นก็ยังไม่วายห่วงเรื่องหื่น ๆ มะปรางปรายตามองสามีแล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างรถฝั่งตัวเองตามเดิม หญิงสาวนั่งนิ่งกระทั่งเขาขับรถมาจอดที่หน้าโรงอาหารของไร่ เธอจึงรีบเปิดประตูรถ แต่มะปรางยังไม่ทันขยับตัวลงจากรถ คนขับก็ยื่นมือมาดึงรั้งข้อมือเธอไว้ หญิงสาวจึงหันไปมองสบตาเขา “รอพี่อยู่ที่นี่ เข้าใจไหม” เสียงเข้มและสายตาดุของเขาทำให้มะปรางถอนหายใจ “ค่ะ” “ถ้าไม่เชื่อฟังกัน จะโดนจัดหนัก รู้ใช่ไหมว่าเวลาพี่จัดหนัก ปรางจะเจ็บตัว” “ค่ะ ปล่อยได้แล้วค่ะ ปรางจะลง” ก็เพราะรู้ว่าเขาเอาแต่ใจ และหากเธอขัดใจ เขาก็จะมีวิธีลงโทษในแบบของเขา มะปรางจึงต้องรับปากอย่างยอมจำนน พอลงจากรถแล้ว มะปรางยืนรอกระทั่งท้ายรถกระบะของสามีลับสายตา หญิงสาวนึกถึงคำขู่ของเขาเมื่อครู่ การลงโทษแบบจัดหนักที่เขาขู่นั้นทำให้เธอเจ็บตัวก็จริง แต่ในความเจ็บนั้นมีความซ่านเสียวแทบขาดใจปะปนอยู่ด้วย พอเขาเอาเรื่องนี้มาขู่ เธอยอมรับว่าหวาดหวั่น แต่พอคิดถึงการลงโทษแบบจัดหนักที่เขาเคยทำกับเธอ หัวใจกลับเต้นระรัวและวูบไหวอย่างน่าอาย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม