bc

นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]

book_age18+
1.6K
ติดตาม
9.6K
อ่าน
จบสุข
โชคชะตา
มาเฟีย
ผู้สืบทอด
มัธยมปลาย
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
ปิ๊งรักวัยเด็ก
ความลับ
like
intro-logo
คำนิยม

"ถ้าคุณไม่อยากประลองงั้นเรามาจัดนัดกระชับมิตรกันดูไหม""สมองของคุณคงคิดได้แค่เรื่องเดียวนี่สินะ ถ้างั้นวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ""แต่ผมคิดว่าสมองของเราก็ไม่ต่างกันหรอก ดูแค่สายตาคุณที่มอง.." ดวงตาคมคู่นั้นมองต่ำลงไปดูอวัยวะส่วนที่เขาภูมิใจมากที่สุดในร่างกาย และเธอก็ดันเผลอมองตามสายตาเขาไปอีกจนได้"มันก็แค่ดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักดูคุณจะภูมิใจจังเลยนะ"หมดกันความภูมิใจของกูดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักงั้นเหรอ! ปากเก่งแบบนี้จัดให้สักดอกดีไหมขี้คร้านจะมาขอร้องกูให้จัดอีกน่ะสิ"ถอยออกไปนะ!" เห็นว่าอีกฝ่ายเดินตรงเข้ามาเธอก็รีบหันไปเคาะประตูห้องเสียงดังเพื่อให้คนด้านนอกเปิด "กรี๊ดดด" ทรงอัปสรสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่สัมผัสกับสะโพกของเธอหญิงสาวหลับตาลงแล้วกลั้นหายใจหันกลับมาก่อนจะยกเข่าขึ้นสูงเพื่อที่จะกำจัดจุดอ่อนของอีกฝ่าย"กรี๊ดด ปล่อยนะ!" แต่ขาของเธอถูกมือหนาจับล็อกไว้ในท่ายก "ไอ้เลวปล่อยฉัน!" เธอสวมใส่กระโปรงเลยทำอะไรไม่สะดวก แถมตอนนี้ขาที่ยกขึ้นมาเมื่อครู่ก็ถูกอีกฝ่ายจับล็อกไว้ในท่าเดิม ส่วนมือที่กำลังปกป้องตัวเองก็ถูกมือหนาอีกข้างจับรวบไว้ด้วยกันทั้งขาและมือถูกพันธนาการไว้จนขยับแทบไม่ได้แต่เธอก็ไม่หยุดที่จะปกป้องตัวเอง ทรงอัปสรยื่นปากเข้าไปหวังจะกัด แต่.."อืมมม"

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่ 1
นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก] บทที่ 1 [Nreṣ̄wr Club] คลับนี้ชื่อตรงตัวว่านเรศวรคลับ หลังจากที่นเรศวรไปดูงานที่คลับของสิงขร​ (คลับS̄ingk̄hr) เขาก็ได้ไอเดียอะไรหลายๆ อย่างมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ที่จริงคลับแห่งนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเปิดใหม่ ก่อนหน้านี้เคยเป็นของสกายคลับมาก่อน หลังจากที่สกายเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต​ น้องสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศต้องกลับมาดูแลธุรกิจของพี่ชาย เธอไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของพี่เลยจนมีคนมาเสนอซื้อคลับแห่งนี้ แต่ทรงอัปสรไม่อยากจะขายขาด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะระลึกถึงพี่ชายได้ เธอเลยเก็บหุ้นไว้ 30% แต่นเรศวรกลับอยากได้ทั้งหมดเพราะจะได้บริหารงานสะดวกหน่อย ช่วงแรกที่นเรศวรเข้ามาบริหารที่นี่ก็ได้ไปยืมคนของสิงขรมาช่วยงาน นั่นก็คือพิมพ์ แต่พิมพ์ยังทำงานได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเลยกายสามีของเธอที่เป็นมือขวาคนสนิทของสมิงดำก็ได้มาตามกลับไป เพราะกลัวว่าจะมีผู้ชายมาชอบภรรยาตัวเอง (เรื่องสมิงดำและกายอยู่ในเรื่องสมิงดำ[มาเฟียร้ายรัก]นะคะ&ส่วนเรื่องของสิงขรและธามม์อยู่ในเรื่องสิงขร[มาเฟียร้ายรัก]ค่ะ) หุ้น 70% นเรศวรไม่ได้ถือครองอยู่คนเดียวยังมีเพื่อนร่วมหุ้นอีก แต่บุคคลนี้จะถือหุ้นอยู่ลับๆ ปล่อยให้นเรศวรบริหารหุ้นเอง แต่ถึงแม้จะแบ่งหุ้นออกเป็นสองส่วนนเรศวรก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นผู้บริหารสูงสุดของที่นี่ หลังจากที่แบ่งหุ้นของพี่ชายขายไปทรงอัปสรก็รู้สึกเสียใจมาก เพราะเธอแอบสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชายก็คือผู้ถือหุ้นรายใหม่นี่แหละ เขาคงวางแผนไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของที่นี่​แต่พี่ชายไม่ยอมขายให้เลยถูกจัดฉากฆาตกรรมในครั้งนั้น ทีแรกทรงอัปสรไม่คิดว่าจะเข้ามาบริหารงานที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเธอไม่เข้ามาก็จะไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการตายของพี่ชาย หญิงสาวเลยเข้ามาทำตำแหน่งผู้จัดการของที่นี่ วันนี้การจัดระเบียบทางเข้าของคลับเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงอัปสรเลยมายืนดูความสวยงามเป็นระเบียบ พิมพ์คนที่มาช่วยงานตาถึงจริงๆ ก่อนหน้าคลับนี้พี่ชายเธอไม่ได้จัดระเบียบให้สวยงามแบบนี้ คนเรียกแขกก็เรียกไป พนักงานเสิร์ฟที่รอรับลูกค้าก็ยืนระเกะระกะกันไปทั่ว "คุณอัปสรทำอะไรอยู่คะ" "ข้าวปุ้น.." ทรงอัปสรหันไปก็เห็นว่าเป็นข้าวปุ้นผู้ช่วยผู้จัดการที่เธอแต่งตั้งขึ้นมาเอง "จัดแบบนี้ก็เป็นระเบียบดีนะ" "ใช่ค่ะ ถ้าได้พิมพ์มาทำงานด้วยก็คงจะดี นี่มาแค่ครึ่งเดือนเอง ปรับเปลี่ยนอะไรได้หลายๆ อย่างเลย" "ใช่..ฉันไม่น่าคิดกับพิมพ์แบบนั้นแต่แรกเลย" ที่ทรงอัปสรพูดเพราะเธอคิดว่าพิมพ์จะเข้ามาช่วยทางด้านนเรศวร เพื่อทำให้ฝั่งนั้นได้เป็นผู้ถือครองหุ้นแต่เพียงผู้เดียว แต่พอพิมพ์เข้ามาก็มุ่งทำแต่งานเหมือนคนบ้างานยังไงไม่รู้ แต่ผ่านไปไม่นานกายสามีของพิมพ์ก็มาตามกลับ ได้ยินว่าเธอท้องเลยต้องปล่อยให้กลับไป "สวัสดีค่ะคุณทรงอัปสร" "ว่าไงจ้ะอลิส" อลิสก็คือผู้ช่วยของพิมพ์ตอนที่พิมพ์มาทำงานที่นี่ ตอนที่พิมพ์มาพิมพ์รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดการ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรับตำแหน่งนี้แทน "เสี่ยนเรศให้มาตามไปคุยงานค่ะ" "เขามาแล้วเหรอ" "มาถึงแล้วค่ะ" ห้องประชุม.. คลับแห่งนี้ถูกแบ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหารและห้องประชุมไว้อย่างดี แถมยังมีห้องแถวด้านหลังไว้ให้เป็นที่พักของพนักงาน สถานที่ตั้งของคลับนี้ทำเลทองเลยก็ว่าได้เพราะอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองหลวง เพราะแบบนี้แหละหลายคนถึงอยากจะครอบครอง "นั่งสิ" นเรศวรที่นั่งอยู่ก่อนกล่าวเชิญให้เธอนั่ง "ฉันคงไม่ยืนคุยงานหรอกค่ะ" ทรงอัปสรพูดพลางเดินไปขยับเก้าอี้แล้วนั่งลง คนที่เชื้อเชิญให้เธอนั่งอยู่เมื่อครู่ทำได้แค่มองอีกฝ่ายผ่านหางตา เพราะนเรศวรเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่ชอบผู้หญิงพูดก้าวร้าวประชดประชัน แต่ทุกอย่างที่เขาไม่ชอบมีอยู่ในตัวเธอทั้งหมดเลย.. "เรื่องคนที่จะมารับตำแหน่งหัวหน้าแทนพิมพ์ ผมหาไว้แล้วนะ" "ฉันก็หาไว้แล้วเหมือนกันค่ะ" คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปมได้อยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้จะยอมเขาสักเรื่องไม่ได้หรือไง "แต่ตำแหน่งหัวหน้ามีได้แค่คนเดียว" "ทำไมต้องหาคนนอกมาด้วยล่ะคะ คนในของเราเก่งๆ ก็มีตั้งเยอะ" "ใคร" "อย่างเช่น.." ทันใดนั้นทรงอัปสรก็ปรายตามองไปดูคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ข้าวปุ้น "อลิสไงคะ" ที่จริงเธอยังไม่ได้เตรียมการเรื่องนี้เลย และไม่คิดว่างานที่เขาเรียกมาคุยคือเรื่องนี้ "แต่อลิสเป็นรองหัวหน้า" "รองแล้วไงคะ อลิสเคยทำงานกับพิมพ์มาก่อนรู้ระบบการทำงานดี" อลิสที่ยืนอยู่ในห้องด้วยปลื้มปิติมากที่ทรงอัปสรเสนอชื่อเธอ "ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้น" "แล้วหมายถึงแบบไหนล่ะคะ" "ถ้าให้อลิสขึ้นมาเป็นหัวหน้ากลัวว่าคนอื่นจะไม่เชื่อฟัง" "ไม่รู้ล่ะยังไงฉันก็เลือกอลิส" "แต่ผมนัดพนักงานใหม่เข้ามาพรุ่งนี้" "ถ้าคุณทำแบบนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกฉันเข้ามาประชุมก็ได้นะคะ" ทรงอัปสรพูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วก็เดินออกจากห้อง ทิ้งให้อีกฝ่ายนั่งกัดฟันจนเห็นสันกรามขึ้น "เอาไงต่อดีครับนาย" ตุนท์มือขวาคนสนิทของนเรศวร ที่จริงมือขวาของเขามีด้วยกันสองคน และทั้งสองคนหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกัน "ไม่ต้องไปสนใจ พรุ่งนี้ให้เธอเข้ามาทำงานได้เลย" "ไม่มีปัญหาแน่นะครับ" "มึงเคยเห็นกูกลัวใครไหมล่ะ" ตุนท์ไม่ได้ตอบมาเฟียผู้เป็นเจ้านายในทันที แถมเขายังมีท่าทีครุ่นคิด "มึงอยากโดนบาทากูหรือไง" เสียอารมณ์จากผู้หญิงคนนั้นแล้วยังมาเสียอารมณ์กับลูกน้องอีก "หึหึ" ตุนท์แอบขำก่อนจะเดินตามหลังผู้เป็นเจ้านายออกจากห้องประชุมไป "เสี่ยขาา" น้ำตาลผู้ที่ดูแลโต๊ะของลูกค้าเห็นเสี่ยนเรศวรเดินตรงมาทางนี้เลยรีบเข้าไปหา เพราะได้ยินว่าวันนี้เสี่ยพูดถึงเรื่องหัวหน้าที่จะมารับตำแหน่งแทนพิมพ์ "ว่าไง" "ถ้าหาคนมารับตำแหน่งแทนคุณพิมพ์ไม่ได้ น้ำตาลขอเสนอตัวเองได้ไหมคะ" "หาได้แล้ว" ถ้ามีน้ำตาลมาอีกคนมีหวังปวดหัวแน่ "แต่น้ำตาลก็เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้านะคะ พนักงานในนี้เชื่อฟังคำพูดของน้ำตาล" น้ำตาลถือโอกาสนี้อวดอ้างความได้เปรียบ เพราะถ้าได้เป็นหัวหน้ามันคือก้าวสำคัญของการทำงานเลย "เธอดูแลโต๊ะของลูกค้าเหมือนเดิมดีแล้ว" สถานที่แห่งนี้รองรับลูกค้าได้เยอะนั่นหมายถึงมีหลายโต๊ะมาก ก่อนหน้าที่นเรศวรจะเข้ามาซื้อหุ้นที่นี่สกายได้แบ่งโต๊ะให้พนักงานรับผิดชอบเป็นโต๊ะๆ ไป และคนที่ดูแลเรื่องนี้ก็คือหน้าที่ของน้ำตาล น้ำตาลมีสิทธิ์แค่ดูแลความเรียบร้อยไม่ใช่หัวหน้า "เสี่ยคะ.." น้ำตาลพูดด้วยท่าทีเสียดายอุตส่าห์รวบรวมความกล้ามาพูดแล้วนะเนี่ยแต่ก็ชวดจนได้ "ว่าไงบ้างพี่น้ำตาล" "จะว่าไงล่ะ เสี่ยบอกว่าได้คนมาทำตำแหน่งหัวหน้าแล้ว" "กว่าแม่พิมพ์นั่นจะกระเด็นออกไปได้ยังเจออุปสรรคอีก" "พวกเธอต้องช่วยฉันแล้วล่ะ ไม่ว่าใครเข้ามาทำงานนี้ก็อย่าให้มันอยู่ได้นาน" อลิสได้ยินก็รีบเดินไปให้ไกลจากมุมนั้น ที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจแอบฟังหรอกเธอออกมาคุยโทรศัพท์กับพิมพ์ เรื่องที่ทรงอัปสรเสนอชื่อเธอเป็นหัวหน้า แต่ว่าเสี่ยนเรศบอกมีพนักงานจะเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้แล้ว พิมพ์เลยบอกว่าเดี๋ยวจะหาทางช่วยอลิสอีกทาง ไม่มีใครหรอกที่อยากย่ำอยู่กับที่ อลิสก็เป็นอีกหนึ่งคนที่อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงานเหมือนกัน แต่เธอคงไม่ใช้วิธีสกปรกเหมือนกับน้ำตาล "อุ๊ยคุณอัปสร" อลิสรีบเดินออกมาจนไม่ได้ดูทางเกือบชนเข้ากับทรงอัปสร "มีอะไรหรือเปล่าอลิส ทำไมดูหน้าตาตกใจแบบนี้ล่ะ" "ขอบคุณคุณอัปสรมากนะคะ" "ขอบคุณฉันเรื่องอะไร" "ก็เรื่องที่คุณเสนอชื่ออลิสไงคะ" "อ้อ.." จริงๆ ทรงอัปสรไม่ได้ตั้งใจเสนอหรอกตอนนั้นแค่อยากเอาชนะเขาเฉยๆ "ไม่เป็นไรหรอกจ้าฉันจะพยายามช่วยแล้วกันนะ" "ขอบคุณอีกครั้งนะคะ" ครั้งนี้อลิสถึงกับยกมือไหว้ "พี่น้ำตาลดูนั่นสิ" คนที่คุยอยู่กับน้ำตาลเมื่อครู่มองไปเห็นอลิสกำลังคุยสนิทสนมกับผู้บริหารอยู่ "คงอยากถีบตัวเองล่ะสิท่า" "ไม่แน่นะคนที่เสี่ยพูดถึงอาจจะเป็นแม่นี่ก็ได้" "ไม่มีทางซะหรอก ถ้าฉันไม่ได้มันก็ต้องไม่ได้" หลังจากที่คุยกับอลิสเสร็จทรงอัปสรก็มานั่งคิดว่าจะช่วยยังไงดี ถึงยังไงก็ได้รับปากไปแล้ว เธอเลยตัดสินใจมาคุยกับเขาดูอีกที "ฉันขอคุยกับเจ้านายพวกนายหน่อยสิ" "เจ้านายยังไม่ว่างครับ" คนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็คือทันน์แฝดของตุนท์ "ฉันมีธุระจะคุยกับเขา" ทรงอัปสรไม่สนใจแล้วว่าจะว่างไหม เธอเอื้อมมือไปผลักประตูให้เปิดออก "อุ๊ย" ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนตักของมาเฟียหนุ่มตกใจอยู่ดีๆ ก็มีคนเปิดประตูเข้ามารีบดันตัวลุกขึ้นก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย "ผมบอกเธอแล้วครับว่านายไม่ว่าง" ทันท์เห็นสายตาผู้เป็นเจ้านายมองมาก็รีบอธิบายไป "ออกไป" "ค่ะ" เด็กที่เขาพามาคลอเคลียด้วยกำลังจะออกไปเพราะคิดว่าคนที่ถูกไล่ก็คือตัวเอง "ฉันไม่ได้หมายถึงเธอ ฉันหมายถึงผู้หญิงอีกคน" สายตาคมกริบเหลือบมองไปดูผู้หญิงที่เสียมารยาทเปิดประตูเข้ามาเพื่อให้รู้ว่าเขาไล่ใครออกจากห้อง 🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.1K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
2.4K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.9K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.2K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook