วันนี้ก็มาถึง

1440 คำ
สวัสดี! ฉันชื่อ ขนม อายุ 20 ปีบริบูรณ์ เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเอ็ม คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ ถ้าถามว่าทำไมถึงเรียนฟิสิกส์ เพราะฟิสิกส์เป็นวิชาเดียวที่ฉันเก่งและทำได้ดีมั้ง แต่จะเอาไปต่อยอดยังไงก็คงอีกเรื่องแหละ ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่คนเดียวที่คอนโดหรูกลางเมือง อาศัยอยู่คนเดียวคือคนเดียวจริงๆแบบว่าชีวิตฉันตอนนี้เหลือเพียงตัวฉันคนเดียวแล้วก็เพื่อนๆเท่านั้น ครอบครัวฉันหรอจะเรียกว่าเคยมีได้ไหมนะ ในเมื่อพวกเขาไม่เคยเห็นฉันเป็นลูกเลย ฉันไม่เศร้าอะไรหรอกนะ ฉันผ่านช่วงเวลานั้นมานานมากแล้ว ต้องขอบคุณ คราม เพื่อนสนิทของฉันที่คอยนับฟังปัญหาของฉันมาตลอดจนฉันผ่านมันมาได้ พ่อกับแม่ฉันพลาดท้องฉันตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่นด้วยความที่บ้านของทั้งสองท่านต่างก็มีฐานะ นั่นเลยเป็นเหตุจำเป็นที่ทำให้ท่านทั้งสองต้องแต่งงานกันด้วยความจำใจ คุณย่าฉันนั่นเกลียดแม่ฉันแล้วก็ฉันมากท่านไม่ยอมรับในตัวเราทั้งสองคนทำให้ไม่นานพ่อกับแม่ฉันก็ต้องหย่ากัน แม่ฉันเลยต้องจำใจพาฉันกลับมาอยู่ด้วย แต่ไม่นานแม่ฉันก็แต่งงานใหม่กับคนที่ท่านรัก พร้อมกับมีลูกสาวที่เป็นดั่ง ของขวัญ ของทั้งสอง เป็นไงขนาดชื่อยังต่าง ย่าชั้นบอกว่าขนมนอนจากจะไม่ทำให้อิ่มท้องแล้วก็ยังไม่มีประโยชน์อีกด้วย ให้ตายเหอะมันเป็นคำที่ควรพูดกับเด็กจริงๆหรอพวกคนแก่บ้าน้ำลาย! แต่ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตลำบากอะไรหรอกนะ มีบ้านให้นอน มีเงิยให้ใช้ ส่งเสียให้เรียนที่ดีๆ ไม่โดนทุบตี หรือโดนทารุณกรรมให้ทำงานบ้านหนักๆเหมือนในละครหรอก สิ่งที่ฉันไม่รับเพียงอย่างเดียวก็คือ ความรัก ตอนสามขวบฉันไม่เข้าใจเลยไม่ได้ร้องไห้ว่าทำไมไม่ได้รับความรักจากครอบครัว ตอนสิบขวบฉันเริ่มร้องไห้หนักมากเพราะรู้ความหมายของการไม่เป็นที่ต้องการแล้ว แต่พออายุสิบห้าปีฉันก็เลิกร้องไห้และเลิกโหยหายความรักจากครอบครัวแล้ว ฉันไม่อิจฉาน้องที่ได้ความรัก ฉันไม่ถามหาครอบครัว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวฉันและคนที่เป็นห่วงฉันจริงๆ ย้อนกลับไปตอนที่ฉันอายุสิบแปดปี “ นี่ของที่ฉันกับพ่อของแกเตรียมไว้ให้เป็นของขวัญอายุครบสิบแปดปี ” ฉันเปิดซองเอกสารสีน้ำตาลที่ คนได้ชื่อว่าแม่ ยื่นให้ในวันเกิดครบสิบแปดปีของฉัน “ เงินจำนวน หลายสิบล้าน++ ” เหอะ “ เงินนี่พ่อแกให้ฉันตอนเราหย่ากันเป็นค่าเลี้ยงดูแก รวมกับเงินที่ฉันสมทบให้ ฉันไม่คิดจะเก็บเงินแกไว้หรอกนะ ” รวมกับเก็บฉันไว้ด้วยสินะ “ … “ “ เพราะงั้นในเมื่อแกบรรลุนิติแล้ว แกก็เอาเงินก้อนนี้ออกไปใช้ชีวิตของแกเถอะ ออกไปสร้างครอบครัวของแกเอง ครอบครัวที่เขาต้องการแก ” “ … ” พูดจบผู้หญิงคนนั้นก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นไปปล่อยตัวฉันไว้ให้อยู่กับความเงียบงันและความสับสน เพราะฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวฉันนั้นรู้สึกอย่างไรกันแน่ เศร้า เสียใจ หรือดีใจกันแน่ แต่ที่แน่ๆ วันนี้ก็มาถึง เพราะฉันเตรียมใจไว้แล้วรึเปล่านะ ฉันเลยไม่ได้ตกใจอย่างที่คิด อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ออกไปแต่ตัว แหมะ แหมะ เหอะ น้ำตาหยดแรกของฉัน หลังจากผ่านมาหลายปีที่ร้องไห้ให้กับคำว่าครอบครัว ฉันใช้เงินก้อนนั้นลงทุนซื้อคอนโดห้องหนึ่งที่สวยครบคันเหมาะกับการอยู่คนเดียว อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ ซื้อรถหนึ่งคันเอาไว้ออกไปซื้อของเข้าตู้เย็น แบ่งส่วนนึงไว้สำหรับใช้เรียนแต่ก็ยังเหลือเงินอยู่เยอะมากๆ ตอนนี้วันนึงเงินนี้ก็ต้องหมดไป ฉันเลยเริ่มทำงานพิเศษที่ร้านคาเฟ่ของมหาลัยช่วงเทอมสองของปีสองนี่เองก็พอได้ค่าขนมของแต่ละเดือน เงินเก็บที่มีเลยไม่เพิ่มไม่ลด ตอนที่ออกมาเริ่มต้นใหม่บอกตามตรงว่าฉันค่อนข้างเคร้งไม่รู้จะเริ่ม้นจากตรงไหนก่อนเลยทำได้เพียงนั่งรถออกไปเรื่อยๆ เริ่มจากการหาโรงแรมนอนในแต่ละวันจนกว่าจะเจอคอนโดที่ถูกใจ ไหนจะเริ่มเรียนมหาลัยอีก มันทำให้ฉันและ คราม ห่างหายกันไปตามกาลเวลา ครามเป็นเพื่อนที่ดี แต่เราต่างกันมาก ฉันรู้ว่าเขามาเล่นมารับฟังฉันในวันที่เขาเบื่อๆ ถ้าฉันหายไปก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรให้เราต้องตามหากัน เพราะเขากับฉันต่างมีทางที่ต้องเดินไป หรืออีกมุมนึงฉันอายเหลือเกินที่ต้องบอกว่าโดนไล่ออกจากบ้าน ปัจจุบัน เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่ฉันออกจากบ้านมาใช้ชีวิตคนเดียว วันนี้ฉันมีเรียนช่วงเช้า และช่วงบ่ายทำงานที่คาเฟ่ในมหาลัย เลิกงานก็คงเย็นๆ ถ้าเพื่อนๆไม่ชวนไปไหนฉันก็คงจะกลับคอนโดนั่นแหละ วันไหนที่มีเรียนเช้าฉันจะนั่งรถไฟฟ้ามาเรียนแทนขับรถ เพราะการจราจรในกรุงเทพฯมันย่ำแย่มากเลบน่ะสิ หากขับรถมามีหวังสิบโมงแล้วก็ยังไม่ได้เข้าเรียน “ หวัดดีพวกแก ” “ หวัดดีจ้า ” ฉันเรียนอยู่สาขาฟิสิกส์ถึงแม้ว่ามหาลัยฉันจะขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศก็เถอะแต่ก็ต้องยอมรับว่าการเรียนฟิสิกส์เป็นวิชาที่คนค่อนข้างเรียนน้อย ทำให้เพื่อนในสาขาของฉันมีราวๆสามสิบกว่าคนเอง ตอนเข้ามสมากกว่านี้นะ แต่จะทำไงได้ระบบมหาลัยมันน่ากลัว เขเาว่ายากแล้วแตาจบออกไปแบบดีๆนั้นยากกว่า พอเพื่อนน้อยก็ยิ่งสนิทกันมากทั้งเพื่อนผู้ชายที่มีอันน้อยนิดกับเพื่อนผู้หญิงอีกหนึ่งฝูง “ ขนมวันนี่เลิกเรียนกี่โมง ” พราวเพื่อนสาวสวยสุดแซ่บของฉันที่เรียกว่าสนิทกันสุดได้ถามขึ้นแทนเพื่อนๆอีกหลายคนที่รอคำตอบ แสดงว่าก่อนที่ฉันจะมาพวกนี้ต้องนัดแนะอะไรกันไว้ก่อนแน่ๆเลย “ จริงๆเลิกเที่ยง แต่มีทำงานที่คาเฟ่ต่ออะ ” เพื่อนๆในสาขาของฉันรู้เพียงว่าฉันอยู่คนเดียวด้วยเหตุผลบางอย่างจึงทำให้ต้องหางานพิเศษทำ “ ไม่ได้ลงวิชาเลือกหรอ ” นิวตันเพื่อนชายในสาขาฉันพูดต่อ หนุ่มหล่อใส่แว่นมองเผินๆนี่ลุคหมอมาก ฉันสังเกตมาสักพักละเหมือนมหาลัยฉันมีแต่คนหน้าตาดีๆทั้งนั้นเลย นอนจากจะเรียนเก่งเขายังคัดที่หน้าตาอีกด้วยปะ “ ลงแต่ไม่มีเรียนวันนี้ ” “ อ่อ แล้วหลังเลิกงานไปไหนไหม ” “ พวกแกจะชวนไปไหนล่ะ ” “ ไหนๆแกก็ร้านเหล้ากันไหม ยัยโบว์อยากไปเปิดหูเปิดตา ” “ วันนี้เลยอะนะ ” “ ใช่ ผับใหม่อุจิ ” “ ขอคิดดูก่อนละกันนะ ” “ โห~ ขนมไปเถอะน้า ” “ พอเลยยัยโบว์แกไม่ต้องมาอ้อน ” “ ถ้าแกไปด้วยคงเรียกหนุ่มหล่อๆมาเต็มโต๊ะแน่เลย ” “ แหม่ พวกแกรึเปล่าที่ล่อมาน่ะ ” “ ไม่เท่าแกหลอกย่ะ ถึงคนจะรู้จักสาขาเราน้อย แต่ใครเห็นแกแล้วไม่ชอบให้มาต่อยไอ้กันต์ได้เลย ” กันต์ เพื่อนในสาขาของฉันอีกคนที่บอกตามตรงว่าหล่อคมเข้ม หุ่นดีมากๆ บอกเลยหนุ่มไทยบ้านที่ใจ! “ ก็มาต่อยดิ ฉันจะต่อยกลับด้วย โทษฐานที่มาชอบขนมของฉัน ” “ พราวแกบอกไอ้กันต์ดิ้ว่าอย่าเพ้อเจ้อ! ” “ กันต์อย่าเพ้อเจ้อ! ” “ คิกคิกคิก ” “ ไอ้พวกใจร้าย! ขนมค้าบ~ ปลอบใจกันต์หน่อยครับ ” “ คิกคิก ไม่อะกันต์ ดูแลตัวเองนะ ” “ คิกคิกคิก พอๆ ไปเข้าเรียนกันได้แล้ว ” “ ถ้าไม่ได้นิวตันช่วยไว้แกโดนหนักกว่านี้แน่ แบร่! ” “ ไอ้โบว์แกมานี่เลยนะ ” ฉันส่ายหัวเอือมระอากับเพื่อนๆของฉัน ทะเลาะกันได้ทุกวันแล้วก็ทั้งวันเลยจริงๆ ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม