จูบแรก

1456 คำ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อฉันหลบหน้าครามมาอาทิตย์กว่าแล้ว ตั้งแต่วันนั้นที่เรากลับมาเจอกันบวกกับครามบอกว่าอยากเป็นมากกว่าเพื่อนฉันไม่รู้จะทำตัวยังไง ครามทักมาฉันก็ได้แต่ตอบส่งๆ ครามชวนไปไหนฉันก็บอกไม่ว่าง งานที่คาเฟ่ฉันก็ไม่ได้ไปทำ และด้วยความที่ทั้งฉันแล้วกับครามต่างก็ต้องทำสัมมนาเลยทำให้ความบังเอิญที่จะเจอกันตามอาคารเรียนนั้นยากขึ้นไปอีก ทำยังไงดีล่ะ ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรมันขัดแย้งกันในหัวไปหมดเลย บอกตามตรงใจนึงฉันก็ดีใจที่ครามชอบฉันแต่อีกใจฉันไม่ไว้ใจ เราเป็นเพื่อนกันมานานจู่ๆกลับมาเจอกันครามจะชอบฉันเลยหรอ ครามไม่ได้เข้ามาหลอกฉันใช่ไหม อารมณ์แบบแก้แค้นที่ฉันหายไปงี้ มันละครใช่ไหมล่ะฉันรู้หรอกหน่า TT “ ขนมช่วงนี้แกหลบใครอยู่รึเปล่า ” “ ก็ไม่นะทำไมหรอ ” “ ไม่รู้สิ ลำพังแกก็เก็บตัวอยู่แล้ว แต่ตอนนี้แกดูเก็บตัวกว่าเดิมอีกอะ ” “ ไม่มีไรหรอกช่วงนี้ฉันแค่เบื่อๆ ” “ แน่นะ ไม่ใช่ว่าซันกับลมตามตื้อแกใช่ไหม ” “ ไม่มีจริงๆพวกนั้นไม่ได้มายุ่งอะไรกับฉันแล้ว ” ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นให้พราวกับโบว์ฟังเป็นอันว่าวันนั้นโบว์กับพราวก็ไม่ได้ไปต่อกับเมษและคิมเหมือนกัน เพราะเหมือนว่ากลุ่มนี้จะมีรสนิยมทางเพศแบบหมู่ เพื่อนฉันเลยขอบาย รสนิยมแบบนี้ไม่ได้ผิดปกตินะ มันเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคลแต่มันต้องขึ้นกับความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายด้วย แต่ที่ซันกับลมพยายามจะทำกับฉันอันนั้นมันผิด “ ดีแล้วถ้ามันมายุ่งกับแกอีกแกต้องบอกพวกฉันนะเว้ย ” “ ค่ะแม่ๆ เดี๋ยวฉันจะกลับแล้วแกจะไปไหนต่อ ” “ ฉันมีเดทจ้ะ เดี๋ยวมีคนมารับ ” “ โอ้โหฮอตไม่ไหวเพื่อนฉัน ” “ คิกคิก แกก็เหมือนกันเปิดใจให้ใครได้แล้วนะ คนเราไม่ได้เลวเหมือนกันหมดหรอกนะ แกต้องลองให้โอกาสแล้วก็ศึกษาเขาดูบ้าง ” อึก ที่พราวพูดมาก็ถูกแต่มันจะต้องเริ่มจากตรงไหนกันล่ะ “ โอเคค่ะพี่อ้อยพี่ฉอดน้องจะทำตามค่ะ ” “ คิกคิก แกขับรถดีๆนะจ้ะ ” “ โอเค แกดูแลตัวเองด้วยนะ ” “ โอเค บาย ” วันนี้มีเพียงฉันกับพราวที่เข้ามหาลัยเนื่องจากเราลงวิชาเลือกด้วยกัน เพื่อนๆคนอื่นไปลงวิชาอื่นเลยไม่ได้เข้ามาด้วย วิชานี้เลิกห้าโมงเย็น ฉันเลยตัดสินใจว่าจะกลับไปทำอะไรง่ายๆกินที่คอนโด เห็นแบบนี้ฉันทำอาหารเก่งมากเลยนะ สกิลการดูแลตัวเองฉันเต็มร้อยค่ะ ติ้ง ฉันถือทั้งกระเป๋าของสดแล้วก็เครื่องดื่มที่แวะซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตระหว่างทางกลับคอนโดเดินหิ้วออกจากลิฟต์มาเมื่อถึงชั้นที่ฉันอยู่ แต่ทันทีที่เดินเกือบถึงห้องฉันก็ตกใจจนของที่ถือมาเกือบหลุดออกจากมือ คราม “ คิดจะหลบหน้าไปถึงเมื่อไหร่ ” “ ปะ เปล่า ” “ เปล่า? เธอแน่ใจนะขนม ” ขวับ ฉันหลบตาครามแทนที่จะปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าต่อให้โกหกออกไปครามก็ไม่เชื่ออยู่ดี “ เปิดประตู ” ครามเดินมาแย่งของในมือฉันไปถือแทน ก่อนจะบอกให้ฉันเปิดประตูห้อง ติ้ด “ เอาของมาเดี๋ยวเราเอาไปเก็บเอง ” “ ให้เก็บตรงไหน ” “ ในครัวตรงนั้น ” ครามเดินไปยังโซนครั้วที่ฉันแสนจะภูมิใจนำเสนอ นี่เป็นคอนโดใจกลางมืองที่ห้องเล็กลองลงมาจากห้องที่ใหญ่ที่สุดของคอนโดนี้ ฉันแต่งห้องเป็นโทนสีครีม น้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ที่ระเบียงมีกระถางดอกไม้ที่ฉันตั้งใจปลูกเอาไว้กำลังออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั่ว เมื่อวางของเสร็จครามเดินดูรอบๆห้องของฉันอย่างพิจารณา “ ห้องน่าอยู่ ” “ ขอบคุณนะ ” ฉันที่กำลังเอาของออกจากถุงที่ซื้อมาปรายตามองครามเล็กน้อยก่อนจะหันมาสนใจของตรงหน้าต่อ กึด “ คิดถึง ” ตึกตัก ตึกตัก “ ครามทำอะไรเนี่ย ปล่อยเรานะ ” ครามเดินมากอดฉันจากด้านหลังตอนที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว พยายามดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุดจากอ้อมกอดของคราม ความอบอุ่นจากตัวคราม กลิ่นหอมๆที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคราม รวมถึงเสียงหัวใจของเราสองคนที่แข่งกันเต้นดังโครมคราม “ ฉันรู้ว่าเธอกำลังสับสน ฉันก็เคยสับสน ว่าชอบเธอแบบไหนกันแน่ ” “ … ” “ จนวันที่เราวนกลับมาเจอกันอีกก็พึ่งได้รู้ใจตัวเองว่าชอบเธอมาตลอด จนช่วงนี้เธอกลับมาหลบหน้าหายไปอีก ฉันเหมือนจะเป็นบ้า คิดถึง ทำอะไรก็คิดถึงแต่หน้าเธอ ” ครามที่ปกติเป็นคนพูดน้อยกำลังพร่ำบอกคำที่ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินออกมาจากปากของคนอย่างครามเลยด้วยซ้ำ หรือมันถึงเวลาแล้วนะที่ฉันควรจะเปิดใจให้กับใครสักคนอย่างที่พราวบอก ครามที่เป็นฝ่ายเข้าหาฉันตลอดพยายามจะพูดในสิ่งที่ฉันอยากได้ยินให้แน่ใจว่าครามจริงใจกับฉันจริงๆ เพื่อนกันมันข้ามไปเป็นอย่างอื่นแล้วมันจะดีจริงๆใช่ไหม ถ้าวันนึงมันไม่ใช่ฉันคงกลับไปเป็นเพื่อนกับครามแบบเดิมไม่ได้หรอกนะ “ ขอร้องได้ไหมขนม อย่าหลบหน้าหรือผลักไสฉันออกไปอีกเลย แค่คิดว่าเธอจะหายไปอีกมันก็แทบจะไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว ” “ … ” ฟุบ ครามซบหน้าหล่อลงมาบนไหล่ของฉันกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นบวกกับน้ำเสียงที่ราวกับกำลังอ้อนวอนฉัน “ ให้โอกาสฉันหน่อยได้ไหม ” “ เดี๋ยวนี้พูดเก่งขึ้นนะ ” “ ก็ถ้าฉันไม่พูดคนแถวนี้จะเข้าใจหรอ ยิ่งชอบคิดเองออเองอยู่ด้วย ” “ นี่ ว่าใครคะคุณคราม ” “ ว่าคนที่กำลังกอดอยู่ ” กึด “ ปล่อยได้แล้ว ” วืด ครามพลิกตัวฉันให้หันหน้าเข้าหาเขาก่อนจะอุ้มฉันขึ้นนั่งบนโต๊ะกินข้าว ใช้วงแขนแกร่งกอดรั้งเอวฉันเข้าหาตัวเขา ทำให้ใบหน้าเราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบเลยด้วยซ้ำ “ เราไม่อยากเสียเพื่อน ถ้าวันนึงครามเปลี่ยนใจ ” “ มันจะไม่มีวันนั้นขนม ” “ เราจะรู้ได้ไง ” “ ฉันจะทำให้เธอเห็นเอง ” “ … ” เราสบตากันอย่างที่ไม่มีใครยอมที่จะหลบตาออกไปก่อน เหมือนยิ่งสบตากันนานมากเท่าไหร่แรงดึงดูดที่เรามีมันก็ค่อยๆดึงเราสองคนให้เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆจนริมฝีปากเราแตะกัน จุ้บ จ้วบ “ อื้อ ” จ้วบ “ อ้า ” จ้วบ ฉันกำคอเสื้อครามไว้แน่นพยามรับจูบที่ครามมอบให้มาอย่างไร้ประสบการณ์แต่ไม่นานฉันก็ตามครามทัน มือหนาที่เคยโอบกอดไว้อย่างหลวมๆบัดนี้ได้ค่อยๆเปลี่ยนเป็นบีบและสลับลูบไล้ไปตามเรือนร่างของฉัน “ อื้อ ” หมับ “ อ้า~ คราม~ ” “ หึ เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วนะ ” นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ที่สุดของคราม ฉันคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่เนี่ยที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาขนาดนี้ “ ชิ เจ้าเล่ห์ ” จุ้บ “ พอแล้ว ” “ ขนมครับ ขอจูบอีก ” ฉันมุ่ยหน้าให้คนเอาแต่ใจข้างหน้าก่อนจะยอมให้ครามช่วงชิงริมฝีปากบางและลมหายใจของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า ลิ้นหนาพยามต้อนลิ้นเล็กอย่างชำนานจนฉันเผลอไผลให้กับความหอมหวานที่เย้ายวนนี้ “ จูบเก่งขนาดนี้สาวๆในสต็อกคงมีเพียบ ” จ้วบ “ จูบแรก ” “ หืม ” จ้วบ “ นี่จูบแรก ฉันไม่เคยจูบใคร แล้วก็จะไม่คิดจูบใครนอกจากเธอด้วย ” ตู้ม หัวใจฉันกำลังจะระเบิดออกมา ให้เดาป่านนี้หน้าฉันจะต้องแดงเหมือนมะเขือเทศสุกแน่ๆเลย หน้าหล่อๆ น้ำเสียงอ้อนๆ กับสายตาเจ้าเล่ห์นั้นกำลังจะทำให้ฉันตกหลุมพรางอย่างจัง ฉันกับครามกำลังก้าวข้ามเฟรนโซนของกันและกัน และไม่มีใครอาจรู้ได้ว่าเราสองคนจะข้ามผ่านมันไปได้จนถึงตลอดรอดฝั่งรึไม่
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม