5) คราบกาแฟบนเสื้อราคาแพง

1288 คำ
เจ้าขาชะงักค้างราวถูกแช่แข็ง สองมือที่ถือถาดสั่นเทาจนแทบทำร่วงสายตาเพ่งมองคราบกาแฟสีเข้มบนเสื้อตรงหน้าอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะต้องเหม่อมองค้างอีกหนเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นใบหน้าของคนที่เธอทำซุ่มซ่ามใส่ กรอบหน้าคมคายไร้ที่ติ เส้นผมสีดำที่ถูกเซ็ตเปิดหน้าผากส่งให้ใบหน้าโดดเด่นมากขึ้นกว่าเดิม แต่ยามนี้ที่ดวงตาคมกำลังมองมาที่เธอนิ่งๆนั่นช่างดูดุดันจนเจ้าขาสั่นไปกันใหญ่ ยามเห็นใบหน้านิ่งไร้อารมณ์ก้มลงดูเสื้อตัวเองเจ้าขาก็พลันได้สติขึ้นมาจนต้องรีบเอ่ยละล่ำละลักขอโทษจนแทบพูดไม่รู้เรื่อง “ขะ ขอโทษค่ะ เจ้าขา เอ้ย! หนู หนูไม่ได้ตั้งใจ” “หนู หนูเช็ดให้นะคะท่าน ขออภัยจริงๆค่ะ” เจ้าขาเห็นคนตัวสูงยังคงนิ่งก็ลนลานรีบเอาถาดไปวางไว้ที่โต๊ะตัวเตี้ยใกล้ๆ ก่อนจะรีบหยิบทิชชู่บนนั้นติดมือมากำใหญ่ “เธอจะเช็ดคราบกาแฟบนเสื้อด้วยทิชชู่เหรอ” เจ้าขาชะงักมือที่กำลังเช็ดคราบกาแฟทันทีเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่ช่วยเรียกสติเธอขึ้นมา สองมือที่ถือวิสาสะจับเสื้ออีกคนรีบปล่อยทันที ก่อนจะเงยมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความกลัวและรู้สึกผิดมากขึ้น นี่ถ้าเรื่องไปถึงหูพี่ปัณเข้าเจ้าขาต้องโดนด่าไปสามวันแน่ๆเลย “ขอโทษค่ะ งั้นหนูเอาไปซักให้ ดะ ได้มั้ยคะ” เจ้าขารีบเปลี่ยนการรับผิดชอบเป็นเรื่องที่สมควรทันทีแทนการกระทำที่โง่เง่าเมื่อครู่ ถ้าถามว่าเธอมีปัญญาซื้อจ่ายมั้ยแน่นอนว่ามีเพราะเธอไม่ได้ลำบากเรื่องเงินสักนิด แต่เธอไม่อยากทำตัวเหมือนอวดรวยแบบนั้นให้โดนเกลียด อย่างน้อยก็คงพอให้ท่านรองเห็นใจเธอบ้าง “หมายถึงให้ฉันถอดเสื้อให้เธอไปซัก โทษนะแต่ไม่ชอบแก้ผ้าอวดใคร” “คือไม่ใช่ค่ะ งั้น งั้นท่านจะให้หนูรับผิดชอบยังไงดีคะ” คำตอบกับใบหน้านิ่งสนิททำเอาเจ้าขาหมดหนทางจนต้องถามอย่างจนใจ ใบหน้าหวานเคร่งเครียดจนแทบร้องไห้ติดที่เธอพยายามแข็งใจฮึดสู้กับความกลัวอยู่ “เลิกงานแล้วใช่มั้ย” ไม่ใช่คำตอบแต่เป็นคำถามที่ทำเจ้าขางงหนัก แต่ตอนนี้เธอไม่มีสิทธิ์สงสัยอะไรทั้งนั้นนอกจากตอบไปตามจริง “ค่ะ” “งั้นตามมา” —------------------------------------ “ลงมาสิ อยากรับผิดชอบไม่ใช่เหรอ” เสียงทุ้มเรียกสติเจ้าขาที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนรถจนสะดุ้ง ตั้งแต่ที่บริษัทที่เจ้าขาถูกสั่งให้เดินตามก็ตามท่านรองประธานคนใหม่มาต้อยๆอย่างว่าง่าย ได้แต่สงสัยแต่ไม่กล้าถามมาตลอดทาง ว่าอีกคนจะพาเธอไปไหน ถึงจะกลัวแต่เพราะความผิดที่มีถึงได้แต่นั่งปิดปากเงียบมาตลอดทาง จนรถเข้ามาจอดที่ใต้คอนโดหรูไม่ไกลจากที่บริษัทนักเจ้าขาก็ยังมองไปรอบๆด้วยความมึนจนโดนเคาะกระจกเรียกแบบนี้ “คะ ค่ะ!” เจ้าขารีบปลดเข็มขัดออก ก่อนจะวิ่งตามเจ้าของรถที่หันหลังเดินไม่รอเธอ ในใจก็นึกต่อว่าที่ถึงไม่ดุแต่ก็ดูเย็นชาจนเธอหวาดหวั่นไปหมด ทั้งที่การตามคนแปลกหน้าขึ้นห้องมันอันตรายแต่เจ้าขาคิดว่าการขัดใจคนๆนี้น่าจะอันตรายมากกว่า อย่างน้อยจากท่าทางที่ไม่ได้พิศวาสเธอก็ทำให้โล่งใจไปหนึ่งอย่าง เหลือแค่ภาวนาไม่ให้อีกคนโมโหแล้วฆ่าเธอทิ้งเท่านั้น เจ้าขามองไปรอบๆเมื่อขึ้นมาถึงชั้นที่น่าจะสูงสุดแล้ว แต่กลับพบเพียงห้องเดียวที่อยู่บนนี้ แต่พอนึกถึงความร่ำรวยอีกคนก็ไม่แปลกใจนัก ร่างบางเดินตามเข้าห้องกว้างอย่างประหม่า พยายามทำตัวลีบเล็กที่สุดเพื่อจะได้ไม่ไปสร้างปัญหาใหม่อีก ก่อนที่เจ้าขาจะต้องตาโตและร้องออกมาดังลั่นเมื่อหันไปเห็นว่าท่านรองประธานอย่างเตมินทร์กำลังถอดเสื้อเชิ้ตตัวปัญหาออกแล้วเดินตรงมาหาเธอ “ว้าย! ท่านคะ” เจ้าขาปิดตาก่อนจะร้องออกมาด้วยความตกใจ อยู่ดีๆคนที่บอกไม่ชอบแก้ผ้าอวดใครกลับมาถอดเสื้อโชว์กล้ามอวดเธอแบบนี้ เจ้าขาจะไม่ตกใจยังไงไหว ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ก่อนเจ้าขาจะได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆจนต้องลดมือลงดูคนตรงหน้า ไม่ทันได้เห็นอะไรชัดเตมินทร์ก็โยนเสื้อมาคลุมหัวเธอจนบดบังทุกสิ่งไปหมดทันที “ตกใจอะไร อยากรับผิดชอบไม่ใช่เหรอ เอาไปซักสิ แล้วก็เรียกคุณเตก็ได้ไม่ต้องเรียกท่านมันดูแก่ ส่วนห้องน้ำอยู่ฝั่งขวานะ” “เอ่อ ค่ะ คุณเต” เจ้าขาตอบเสียงเบาอย่างอับอายที่ดันทำตัวเหมือนคนจะโดนขืนใจแบบนี้ บ้าชะมัดเจอกันแค่ไม่ถึงชั่วโมงเจ้าขาทำให้คุณเตมินทร์โกรธไปกี่ครั้งกันนะ ต่อจากนี้การฝึกงานจะยังราบรื่นอยู่รึเปล่านะเจ้าขา เจ้าขาเดินมาจนเจอห้องน้ำกว้างทุกอย่างหรูหราสมฐานะ จนเธอที่คิดว่าบ้านตัวเองหรูแล้วยังต้องยอมรับว่านี่มันอีกระดับนึงจริงๆ สองมือยกเสื้อขึ้นมาตรวจดูคราบว่าเธอจะมีปัญญาซักออกมั้ย แต่กลิ่นจากเสื้อทำให้เธอต้องชะงักมือและก้มลงสูดดมมันอีกครั้ง กลิ่นหอมเย็นราวป่าลึกที่เธอรู้สึกคุ้นเคยจนได้แต่นึกว่าเธอเคยได้กลิ่นนี้ที่ไหน สมองประมวลผลอย่างหนักเมื่อพยายามนึกให้ออก ส่วนมือก็ยกเสื้อขึ้นมาสูดดมอยู่อย่างนั้นราวคนโรคจิต เหม่อลอยจนไม่ทันรู้ตัวว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาเห็นการกระทำแสนน่าอายของเธออยู่ “ตกลงว่าเธอจะดม หรือเธอจะซัก” “อ้ะ คุณเต!” เสียงทุ้มต่ำด้านหลังทำเอาเจ้าขาสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหันมามองคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่อย่างตกใจ “ว่าไง เห็นหายมานานนึกว่าซักไม่ออกที่ไหนได้มัวแต่ดมเสื้อ โรคจิตเหรอเรา” เตมินทร์ที่สวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำก้มลงมาถามระยะใกล้ชิดจนเจ้าขาต้องเอนตัวจนชิดกับอ่างล้างหน้าด้านหลัง “ปะ เปล่านะคะ หนูแค่” เจ้าขาเอ่ยแก้ตัวตะกุกตะกัก เงยขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงมาใกล้ชิดจนใจสั่น สายตาคมลุ่มลึกราวกำลังดูดดึงให้เธอมองสบอย่างควบคุมไม่ได้ “แค่อะไร หืม” เสียงทุ้มกระซิบถามแหบพร่าจนคนฟังใจเต้นรัวอย่างเขินอายกับระยะที่ลดลงจนน่าใจหาย ก่อนที่กลิ่นหอมจากกายใหญ่จะโชยเข้าจมูกจนเผลอสูดดมเข้าเต็มปอด กลิ่นที่เหมือนกันกับที่เสื้อ กลิ่นที่เจ้าขากำลังหาคำตอบว่าคุ้นเคยมันจากที่ไหน “หนู…กลิ่นคุณเหมือน” เจ้าขาตอบอย่างเหม่อลอย ยิ่งกายแกร่งขยับเข้าชิดใกล้ความต้องการบางอย่างในกายก็พาให้เธอร้อนรุ่มไปทั้งตัวอย่างประหลาด ดวงตาสีดำสนิทราวสะกดให้เธอจ้องสบอยู่แบบนั้น แถมกลิ่นที่ชัดเจนมากขึ้นๆ ก็กำลังมอมเมาให้สติของเจ้าขาไร้ประสิทธิภาพลงทุกที “เหมือนอะไร…” แค่เผลอมองปากหยักสวยตรงหน้าที่กำลังขยับพูดกับเธอ เจ้าขาก็กลืนน้ำลายลงคอก่อนที่ความต้องการด้านลึกที่สุดมันจะสั่งให้เธอพุ่งไปครอบครองเอาไว้ทันที “อืม…”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม