EP.8 คำสารภาพ

1501 คำ
หลังจากที่ทางตระกูลหวังเชิญหมอในตัวเมืองฉีมารักษา เวิ่นเวิ่นก็ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง จวบจนเวลาผ่านไปหกชั่วยาม* ซึ่งเวลานี้ก็เป็นเวลายามซวี** แล้ว ดวงตาของเวิ่นเวิ่นค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น แต่เนื่องจากฤทธิ์ยา ยังคงทำให้เธอสะลึมสะลือ การรับรู้ยังไม่สู้ดีนะนัก “ข้าหิวน้ำ ซูเม่ย เจียลี่ ขอน้ำให้ข้าที” เสียงอันแผ่วเบาของเวิ่นเวิ่น เปล่งออกมา ซูเม่ย และเจียลี่ที่คอยดูแลอยู่ ก็ลุกขึ้นทันที “คุณหนูฟื้นแล้ว เจียลี่ ฝากไปแจ้งนายท่านฉินที ข้าจะเอาน้ำให้คุณหนูเวิ่นดื่มเอง” ซูเม่ยหันหน้าบอกเจียลี่ “ได้ งั้นฝากเจ้าดูแลคุณหนูเวิ่น ข้าจะรีบไปหานายท่านฉินอย่างเร็วเลย” เจียลี่รีบวิ่งออกจากห้องไป ซูเม่ยค่อย ๆ ประคองเวิ่นเวิ่นขึ้นมาให้อยู่ในท่ากึ่งนั่ง จากนั้นจึงรินน้ำแล้วค่อยป้อนนายของตน “แค่ก ....แค่ก” เวิ่นเวิ่นสำลักออกมา “ค่อยๆ ดื่มนะเจ้าคะ คุณหนู” ซูเม่ยลูบหลังนายของตนก่อนจะป้อนน้ำให้ดื่มอีกครั้ง “ขอบใจเจ้ามาก ซูเม่ย” เวิ่นเวิ่นกล่าวก่อนที่ซูเม่ยจะค่อย ๆ จัดท่าให้เวิ่นเวิ่นอยู่ในท่านอนเช่นเดิม “เมื่อวานคุณหนูนอนแน่นิ่ง มีเลือดออกด้วยเจ้าค่ะ ข้ากลัวแทบแย่” ซูเม่ยนั่งลงข้างเตียงเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้า “ทำให้เจ้า กับ เจียลี่เป็นห่วง ข้าต้องขอโทษด้วยนะ” “ข้ามิบังอาจเจ้าค่ะ มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วที่ต้องดูแลคุณหนูเวิ่น” ซูเม่ยตอบกลับ ไม่นานนักเจียลี่ ที่ออกไปตำหนักใหญ่เพื่อแจ้งให้กับนายท่านฉินก็วิ่งเข้ามายังเรือนขวา “เชิญค่ะ นายท่านฉิน” เจียลี่เอ่ยเพื่อให้ทางแก่ นายท่านฉิน ลุงฉินเมื่อเดินเข้ามาถึงในห้อง สายตาก็จับจ้องไปที่เวิ่นเวิ่นที่นอนบนเตียง จากนั้นก็สอดส่องไปทั่วทั้งห้องราวกับรับรู้ถึงสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเช่นกัน “พวกเจ้าออกไปก่อน แล้วปิดประตูห้องให้ด้วย” ลุงฉินออกคำสั่งด้วยความองอาจ “เจ้าค่ะ/ค่ะ นายท่านฉิน” ซูเม่ย และ เจียลี่ รับคำก่อนจะออกจากห้องไปตามคำสั่ง เวิ่นเวิ่นที่หลับตา เมื่อได้ยินเสียงของลุงฉิน ก็ค่อย ๆ ดันตัวเองขึ้นมาในท่ากึ่งนั่ง จนลุงฉินต้องรีบปรี่ตัวเข้าไปช่วยประคอง “ไม่ไหว ก็อย่าฝืนยัยหนู” ลุงฉินส่ายหัวไปมา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ไหนเล่าให้ข้าฟังสิ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าจึงมีสภาพเช่นนี้” ลุงฉินเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปยังเวิ่นเวิ่นที่ใบหน้ายังคงทรุดโทรมอ่อนล้า “ข้า.....เอ่อ” เวิ่นเวิ่นกระอักกระอ่วนอย่างหนัก ยากที่จะเอ่ยตอบเรื่องราวที่เธอแอบฝึกปราณออกไป เพราะคนที่ฝึกปราณได้นั้นมีอยู่น้อยมากนักที่จักทำสำเร็จ และส่วนใหญ่ผู้ฝึกปราณเพื่อปลุกมวลพลังจักต้องทำโดยผู้ฝึกปราณโดยตรงเท่านั้น ซึ่งการกระทำด้วยตนเอออกจะเสี่ยงชีวิตไปไม่น้อย เพราะผู้ที่เสียชีวิตขณะปลุกด้วยตนเองมีมากกว่าผู้ที่ทำสำเร็จเกินครึ่ง “บอกข้าไม่ได้งั้นรึ ยัยหนู” ลุงฉินยืนขึ้นกอดอกจ้องมองด้วยสายตาดุกร้าว “ถ้าข้าตอบไป ข้ากลัวท่านลุงฉินโกรธเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นตอบแผ่วเบา พรางก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาลุงฉิน “การที่เจ้าไม่ตอบข้าต่างหาก ที่จะทำให้ชายชราอย่างข้าโกรธ” ลุงฉินจ้องเขม็ง “ข้าตอบแล้วเจ้าค่ะ ท่านลุงฉินนั่งลงก่อนนะเจ้าคะ แค่ก..แค่ก” เวิ่นเวิ่นเอ่ยด้วยท่าทีที่ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ ทำให้ลุงฉินที่กำลังฉุน โกรธไม่ลง “ยัยหนู ข้ารู้ว่าเจ้าน่ะ กล้าพูด กล้าทำ แถมยังดื้อดึงด้วย บอกข้ามาเถอะ จริงๆ ข้าเองก็พอมองออกว่าเจ้าทำอะไร แต่ข้าอยากได้ยินจากปากเจ้ามากกว่านะ” ลุงฉินนั่งลงเก้าอี้ลงอีกครั้ง “เจ้าค่ะ ท่านลุงฉิน ข้ายอมบอกแล้ว” เวิ่นเวิ่นถอนหายใจก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าฝืนเปิดลมปราณเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นกล่าวด้วยความจริงใจ “ยัยหนู ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้า รู้วิธีเปิดลมปราณจากไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าควรรู้คือการเปิดลมปราณด้วยตนเองมันเสี่ยงเกินไป มีแต่คนเสียชีวิต ทำไมเจ้ายังฝืนทำแบบนั้น” ลุงฉินเอ่ย “ข้าคิดว่า ข้าทำได้ ข้าเลยทำเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นตอบไปอย่างซื่อตรง จนลุงฉินถึงกับกุมขมับ “ยัยหนูเอ้ย คิดอะไรตื้นๆ ขนาดนี้ โชคยังดีที่คนในเรือนเจ้ามาเห็นเจ้าก่อน จึ่งรอดมาได้ มิเช่นนั้น ข้าคงได้ฝังศพเจ้าบนภูเขานี่เป็นแน่” ลุงฉินส่ายหัวไปมา “ข้าขอโทษเจ้าค่ะ” “ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือสาเจ้า แต่ในเมื่อเจ้าเป็นคนของตระกูลหวัง เป็นคนที่ข้าเอ็นดูเหมือนหลานแท้ๆ คนหนึ่ง จากนี้ไป ลุงอย่างข้าอยากให้เจ้านอกจากจักต้องคิดถึงตัวเองแล้ว ก็ต้องคิดถึงผู้อื่นด้วย รับปากข้ามาว่าจะไม่กระทำอันใดที่เสี่ยงแบบนี้อีก” ลุงฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าค่ะ เวิ่นเวิ่นเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านลุงฉิน” “ในเมื่อรับปากข้าแล้ว หากเจ้ายังดื้อดึงทำอะไรที่เสี่ยงชีวิตแบบนี้อีก อย่าหาว่าข้าใจร้ายล่ะ” ลุงฉินยืนขึ้นพร้อมจ้องมองไปยังเวิ่นเวิ่น “เอาข้อมือเจ้ายื่นมาตรงนี้” ลุงฉินออกคำสั่งเวิ่นเวิ่น จากนั้นก็จับที่ชีพจรของเธอเพื่อตรวจสอบบางอย่าง “อืม ลมปราณภายในร่างกายเจ้าไหลเวียนทั่วร่างอย่างมั่นคงแล้ว จุดมวลพลังก็กล้าแกร่งขึ้นมาก จากนี้ก็คงเริ่มฝึกเคล็ดวิชาได้” “ท่านลุงก็เป็นผู้ใช้ปราณหรือเจ้าคะ” เวิ่นเวิ่นเอ่ย “ข้าเป็นแค่ผู้ใช้ปราณขั้นต้นเท่านั้น คงไม่สามารถชี้แนะอะไรเจ้าได้ แต่ข้าหาคนที่จะช่วยเจ้าฝึกปราณได้ล่ะนะ นั่นคือ ลูกชายคนโตข้าเอง ชื่อหวังฉินอี้” “ลูกชายคนโต??? ท่านลุงฉินเคยพูดไว้มิใช่หรือเจ้าคะ ว่า คุณชายรับราชการอยู่เมืองอวิ๋น ปลีกตัวมาไม่ได้” “ข้าก็บ่นไปงั้น จริงๆ ตาแก่อย่างข้าก็รู้สถานการณ์เมืองอวิ๋นดี ที่ลูกข้าทั้งสองกลับมาไม่ได้เพราะสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก แต่บัดนี้ เหมือนการเจรจาระหว่างแคว้นสี่ กับ แคว้นหนึ่งทุเลาลงบ้าง สงครามคงไม่เกิดขึ้นโดยง่าย จึงมีโอกาสได้กลับเมืองฉี เห็นส่งข่าวบอกว่า จะกลับมาดูแลทหารเมืองฉี หนึ่งเดือน เพื่อฝึกกองกำลังทางทะเล ตามคำสั่งของเจ้าแคว้นล่ะนะ” “ท่านลุงฉินเจ้าคะ แบบนั้นไม่เป็นการรบกวน คุณชายฉินอี้เกินไปหรือเจ้าคะ ข้าเกรงใจเหลือเกิน อีกอย่างจู่ ๆ ต้องมาสอนคนแปลกหน้าอย่างข้า คุณชายจะไม่ .....” เวิ่นเวิ่นเอ่ยอย่างกังวลใจ “คนแปลกหน้า??? เจ้าคือคนของตระกูลหวัง ลูกข้าย่อมทำตามคำสั่งคนเป็นพ่ออย่างข้าอยู่แล้ว อีกอย่างนะ ฉินอี้ลูกข้านะ ไม่ใช่คนหุนหันแบบนั้น ไว้เจ้าเจอฉินอี้ เจ้าจะเข้าใจเอง” “เมื่อท่านลุงฉินเมตตา ให้ข้าได้เรียนเคล็ดวิชากับคุณชายฉินอี้ ข้าก็น้อมรับน้ำใจนี้เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านลุงมาก ๆ นะเจ้าคะ ข้าซาบซึ้งสุดใจ สัญญาหากข้าเก่งกาจ ข้าจักร่วมปกป้องตระกูลหวังด้วยชีวิตเจ้าค่ะ” “ฮ่า....ฮ่า...ปกป้องด้วยชีวิต เจ้าว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าตายอย่างนั้นรึ ไม่มีทางหรอก ทุกคนในตระกูลหวังเป็นคนในความดูแลของตระกูลข้า ข้าเองต่างหากที่จักรักษาชีวิตพวกเจ้าไว้” ลุงฉินหัวเราะลั่น ทำให้เวิ่นเวิ่นที่ตอนแรกใบหน้าซึมอยู่นั้น ก็ผ่อนคลายแล้วเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสสุกสกาวดังเดิม “ท่านลุงเจ้าคะ พรุ่งนี้ข้าจะไปที่ร้านอาหารหวังฉินเจ้าค่ะ” ” เจ้ายังไม่หายดี จะไหวรึ” ลุงฉินฉงนใจ “ไหวเจ้าค่ะ ข้าแค่อยากไปเยี่ยมเยียนดูก่อน” “เดี๋ยวข้าให้ตงหยางแจ้งไปบอก คนในร้านให้” “ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าอยากไปในฐานะลูกค้าเจ้าค่ะ เผื่อจะได้ช่วยท่านลุงฉินดูการบริการหน้าร้าน อาจจะสามารถปรับปรุงอะไรเพิ่มเติมให้ร้านดูดีขึ้นได้เจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นเสนอไป “ดี.......งั้นพรุ่งนี้ข้าจะให้ตงหยาง ขับรถม้าไปส่งเจ้าใกล้ๆ ร้านให้ ยัยหนู เจ้าเองก็อย่าลืมพาผู้ติดตามทั้งสองของเจ้าไปด้วยเพราะเจ้าเองก็ยังไม่แข็งแรงดีนัก ส่วนตั๋วเงิน ข้าเอาใส่ไว้ที่สัมภาระของเจ้าแล้วถือว่าเป็นค่าจ้างไปตรวจงานหน้าร้านแล้วกัน” ลุงฉินเอ่ยด้วยความอารมณ์ดี “ขอบใจท่านลุงฉินมากเจ้าค่ะ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม