EP.17 ย่านการค้า

1583 คำ
เวิ่นเวิ่นยังคงนอนหลับอยู่ภายในห้องของตน เธอนอนแผ่ร่างไปทั่วเตียงนอน โดยที่ในอุ้งมือยังคงถือสมบัติแคว้นเจ็ดอยู่ทั้งอย่างนั้น เนื่องจากคืนก่อน เวิ่นเวิ่นฝึกปราณกับสมบัติชิ้นนี้จวบจนหลับไป ( ‘ลูกพ่อ พ่อกลับจากที่ทำงานมาแล้ว’ ‘พ่ออ่านหนังสือให้ลูกฟังดีไหม ลูกชอบเรื่องลี้ลับใช่หรือไม่’ ‘วันนี้คุณหมอบอกว่า ร่างกายของลูกพ่อคงที่มากขึ้นแล้วนะ’ ‘รีบตื่นมาหาพ่อได้แล้ว พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน’ ‘พ่อจะไม่ยอมเสียลูกไป พ่อหวังว่าเจ้าจะฟื้นขึ้นมาไม่ว่าจะกี่สิบปีก็ตาม’ ) เวิ่นเวิ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา อยู่ในสภาวะสะลึมสะลือ ทุกครั้งที่นอนหลับใหลเธอยังคงบุพนิมิต* ถึงชายแปลกหน้าที่เอาแต่เอ่ยว่าเป็นพ่อ เธอเริ่มรู้สึกเคยชินกับใบหน้าของชายประหลาดผู้นี้แล้ว อีกทั้งเธอพอคาดเดาได้ว่าชายผู้นี้มิได้พูดคุยกับเธอ แต่ดูเหมือนจะพูดคุยกับ หญิงสาวที่นอนบนเตียง ตรงหน้าของเขาเองจากในนิมิตนั้น เธอมองหน้าของหญิงสาวยังไม่ชัดมากนัก ‘ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ หรือชายผู้นั้นต้องการความช่วยเหลือรึเปล่า’ เวิ่นเวิ่นได้แต่คิดภายในใจซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่หากจะให้เธอปล่อยวาง ก็ดูเหมือนจะทำไม่ได้เช่นกัน เพราะเธอยังคงฝันแทบทุกคืนเช่นนี้ “หรือจะเกี่ยวข้องกับ สมบัติแคว้นเจ็ดกันนะ” เวิ่นเวิ่นยืดตัวขึ้นมาบิดซ้ายขวาก่อนที่จะยกสมบัติแคว้นเจ็ดมาจ้อง “เจ้าสมบัติชิ้นนี้ พลังของเจ้าคืออะไรกันแน่ สักวันข้าจะต้องรู้ให้จงได้” เวิ่นเวิ่นวางมันไว้บนหัวเตียงก่อนที่จะลุกออกไปหน้าระเบียงห้อง ทั้งชุดนอน เจียลี่ รีบวิ่งมาปรนนิบัติอย่างเช่นเคย “คุณหนูเวิ่นตื่นแล้วเหรอเจ้าค่ะ” “ใช่พี่ อากาศดีๆ แบบนี้ข้าต้องออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย เมื่อวานข้าฝึกเคล็ดวิชาลมปราณจนล้าไปหมด” “งั้นเดียวข้าไปเตรียมน้ำให้คุณหนูชำระร่างกายนะเจ้าค่ะ จะได้สดชื่น” “ดีเลยพี่ ขอบใจพี่เจียลี่มากนะ” เวิ่นเวิ่นยิ้มให้อย่างสดใส ทางด้านซูเม่ย วิ่งปรี่เข้ามาจากทางจวนตำหนักใหญ่อย่างรวดเร็ว “คุณหนูเวิ่นเจ้าคะ เฮือก...” ซูเม่ยหอบหายใจรัวระริน เพราะวิ่งปรี่มาเป็นทางระยะไกล “พักหายใจก่อนพี่ซูเม่ย ไม่ต้องรีบร้อน” เวิ่นเวิ่นเข้าไปลูบหลังอย่างแผ่วเบา “คืออย่างนี้เจ้าค่ะ เมื่อสักครู่ท่านตงหยางบอกข้ามาแจ้งคุณหนูว่า วันนี้นายท่านฉินให้คุณหนูเข้าไปตัวเมืองฉี กับ คุณชายฉินอี้เจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ย “เอ๊ะ วันนี้เห็นว่าท่านพี่ฉินอี้ จะเข้ากองทหารนินา ทำไมท่านลุงฉินถึงต้องให้ข้าไปด้วยล่ะ” เวิ่นเวิ่นฉงนใจ “ข้าก็ไม่ทราบเจ้าค่ะเพียงแต่ รถม้าจะออกจากที่นี้ในอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้านี้ คุณหนูไปเตรียมตัวก่อนดีหรื่อไม่เจ้าคะ” “งั้นเรารีบกันเถอะ ไม่รู้ท่านลุงจะไว้วานให้ข้าทำอะไรรึเปล่า” เวิ่นเวิ่น อาบน้ำชำระร่างกาย เปลี่ยนชุดอาภรณ์สีขาวสบายตา ใบหน้าแต่งแต้มอ่อนๆ ปล่อยผมยาวพลิ้วไสว ประดับด้วยปิ่นมุกสวยงาม และไม่ลืมที่จะใช้ผ้าขาวบางๆ ปิดครึ่งหน้าไว้เช่นเคย หน้าจวนตำหนักใหญ่ ตงหยางก็ขับรถม้าจอดเทียบท่ารอหน้าตำหนักไว้แล้ว ก่อนจะโค้งคำนับให้เวิ่นเวิ่น และเธอก็ยิ้มให้เขาอย่างมิตรไมตรี ไม่นานนัก ฉินอี้ก็เดินออกมาจากจวนตำหนักใหญ่ ด้วยชุดทหารเต็มยศ ดูองอาจ ใบหน้าสง่า สมเป็นแม่ทัพแห่งแคว้นสี่ที่มีผู้นับหน้าถือตา ฉินอี้หันมามองเวิ่นเวิ่น ก่อนจะเอ่ย “เหตุใดเจ้าถึงชอบปิดหน้าเยี่ยงนี้” “ข้าสะดวกแบบนี้เจ้าค่ะ ข้างนอกอากาศร้อน ผ้าผืนนี้ข้าปิดไว้กันแดดเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นหลุบตาลงเอ่ย “ข้านึกว่าเจ้าเอาไว้ปิดบังความงามซะอีก ฮ่า .... ฮ่า” ฉินอี้หัวเราะยกใหญ่ทำเอาเวิ่นเวิ่นทำตัวไม่ถูก ซูเม่ยและเจียลี่เอง ก็อดอมยิ้มไม่ได้กับการหยอกล้อของทั้งคู่ “ข้า..ข้าไม่ใช่คนหลงตัวเองเช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้ามิได้งดงามอันใด” เวิ่นเวิ่นหันหลัง เดินขึ้นรถม้าโดยไม่รีรอ ฉินอี้ที่เห็นท่าทีของเวิ่นเวิ่น ก็ได้แต่ฉีกยิ้มมุมปาก ‘ท่าทางแบบนี้ต่างหากที่ทำให้เจ้าเป็นที่ต้องตาของเหล่าชาย’ ฉินอี้พลางคิดในใจ ก่อนจะเดินตามเข้าไปนั่งในรถม้า ตงหยางขับรถม้าเข้าเมืองอย่างระมัดระวัง โดยมีซูเม่ยและเจียลี่นั่งอยู่ด้านนอกด้วย เมื่อถึงย่านใจกลางเมือง ฉินอี้ที่เห็นเวิ่นเวิ่นเอาแต่มองไปยังนอกหน้าต่าง จึงเอ่ยเรียกเธอ “เวิ่นเวิ่น เจ้าอยากแวะลงที่ใดรอพี่ พี่อาจใช้เวลาฝึกฝนทหารสักพัก” เวิ่นเวิ่นหันหน้ามาด้วยความสับสน ไม่ใช่ว่าท่านลุงฉินให้เธอ มาที่กองทหารกับท่านพี่ฉินอี้หรอกรึ เธอสับสนอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป “ท่านพี่ ข้าไปกองทหารกับท่านพี่ไม่ได้หรือเจ้าคะ ข้าอยากดูท่านพี่ฝึกเหล่าทหารเจ้าค่ะ” “ไม่ได้หรอก เจ้าเป็นสตรี ที่นั่นมีแต่บรรดาชายทหาร พี่ไม่ค่อยไว้วางใจ” “ทำไมหรือเจ้าคะ เป็นสตรีแล้วมันผิดรึเจ้าคะ” เวิ่นเวิ่นทำหน้าบูบี้ “ไม่ใช่แบบนั้น หรือว่าเจ้าอยากโดนชายเหล่านั้น จ้องเจ้าเขม็งกันล่ะ ที่แห่งนั้น ล้วนแต่เป็นบุรุษ ไม่มีสตรีแม้แต่คนเดียว หากเจ้าไปเจ้าจะเป็นจุดสายตาของบรรดาทหารหลายพันคน พี่แค่เป็นห่วง” “เออ.......ข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยเจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นก้มหน้าลงไป เธอพอเข้าใจในสิ่งที่ฉินอี้เอ่ยออกมา “งั้นท่านพี่ให้ข้าลง ย่านการค้าก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะเดินแถวนั้นรอท่านพี่” “ได้...” ฉินอี้รับคำ ก่อนจะตะโกนเอ่ยแก่ตงหยางที่ขับรถม้าอยู่ “ตงหยางเจ้าแวะไปที่ย่านการค้าก่อน ข้าจะส่งเวิ่นเวิ่นรอที่นั่น” “ขอรับ คุณชายฉินอี้” ตงหยางตอบรับก่อนจะขับมุ่งหน้าไปยังย่านการค้า เมื่อมาถึงย่านการค้า ผู้คนยังพลุ่งพล่านออกมาจับจ่ายใช้สอยกันเช่นเคย ตงหยางจอดเทียบหน้าร้านอาหารหวังฉิน “ถึงแล้วขอรับ” ตงหยางเอ่ย เวิ่นเวิ่นที่ได้ยินก็ลุกขึ้นทันที แต่ยังไม่ทันได้ออกจากรถม้าไป ฉินอี้ก็คว้ามือเธอไว้ก่อน “คะ??” เวิ่นเวิ่นหันหน้ากลับมา “อย่าเดินไปไกลมากนักล่ะ พี่ฝึกกองทหาร ไม่เกินสองชั่วยาม ถ้าเดินเที่ยวเสร็จแล้ว มารอที่ร้านอาหารหวังฉินเรานะ” “ค่ะ” เวิ่นเวิ่นรับคำ “.....เอ่อ ท่านพี่คะ จะปล่อยมือข้าได้รึยังเจ้าคะ ข้าจะลงรถม้าเจ้าค่ะ” “อ่อ ขอโทษที” ฉินอี้คลายมือออก เวิ่นเวิ่นได้แต่ทำหน้างงๆ กับท่าที่ของฉินอี้แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาสนใจอันใด ลงจากรถม้า พร้อมผู้ติดตามทั้งสอง ก่อนจะโบกมือให้ฉินอี้ และรถม้าก็วิ่งออกไป “เอาล่ะพวกพี่ เราจะไปไหนกันดี ข้ายังไม่อยากเข้าไปนั่งรอที่ร้านอาหารหวังฉินเลย ดูนั่นสิ คนเต็มร้านไปหมด” “คุณหนูเวิ่นอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าค่ะข้าจะได้แนะนำ คุณหนูถูก” ซูเม่ยเอ่ย “จริงสิ ที่นี่มีร้านตำราหรือไม่” “มีเจ้าค่ะ อยู่ทางโน้นเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ย เธอค่อนข้างชำนาญพื้นที่เหล่านี้เป็นอย่างดีเพราะก่อนที่จะได้ทำงานในจวนตระกูลหวังนั้น เธอเคยรับจ้างอยู่แถวย่านการค้ามาก่อน ซูเม่ย เดินนำ เวิ่นเวิ่นเพื่อพาไปยังร้านตำราชื่อดังแห่งหนึ่ง ถนนหนทางในย่านการค้าแห่งนี้ ทอดยาวประดับด้วยโคมไฟเต็มพื้นที่ ร้านค้าริมทางก็มีไม่ขาดสาย ผู้คนที่นี่ ล้วนเต็มไม่ด้วยคนมีเงิน จับจ่ายใช้สอยกันคึกคัก สวมชุดผ้าไหมราคาแพงกันเป็นธรรมดา ซึ่งเวิ่นเวิ่นเองก็กลมกลืนไปกับผู้คนในย่านนี้เป็นอย่างดี เมื่อซูเม่ยเดินนำมาจนถึงร้านตำราชื่อดัง ทั้งซู่เม่ย และ เจียลี่ ก็หยุดอยู่หน้าร้าน “คุณหนูเจ้าคะ เชิญด้านในได้เจ้าค่ะ” “พวกพี่ไม่เข้าไปด้วยงั้นหรือ” เวิ่นเวิ่นสงสัย “ข้ากับเจียลี่ไม่สามารถเข้าร้านนี้ได้เจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ย “ทำไมล่ะพี่ ก็แค่ร้านตำราไม่ใช่หรือ” เวิ่นเวิ่นสงสัย “ร้านตำราแห่งนี้เป็นร้านใหญ่ที่สุดในเมืองฉี แล้วตำราในดินแดนแห่งนี้ถือเป็นของล้ำค่าที่มีราคาสูง ดังนั้นการจะเข้าไปจะต้องมีการตรวจบัตรประจำตัวที่ออกโดยที่ว่าการ ซึ่งทางร้านจะพิจารณาก่อนเข้าไปชมร้านด้านในได้เจ้าค่ะ สถานะของข้ากับเจียลี่มิอาจเอื้อมตำราในร้านนั้นได้ แต่ถ้าเป็นคุณหนู เข้าได้เจ้าค่ะ” ซูเม่ย และ เจียลี่ก้มหน้าลง จากนั้นก็ถอยไปรอยังม้านั่งด้านข้างร้าน “งั้นพวกพี่รอตรงนี้สักครู่นะ ข้าไปไม่นาน” เวิ่นเวิ่นเอ่ยก่อนจะเดินเข้าไปในร้านหนังสือ *ความฝันเช้ามืด
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม