ตอนที่ 6 คนอย่างเขาไม่เคยหวงใคร จริง จริ๊งงง

1362 คำ
ไซต์งานก่อสร้างในช่วงบ่าย แสงแดดตกกระทบโครงเหล็กขนาดใหญ่เสียงเครื่องจักรทำงานดังสม่ำเสมอ ไอรินยืนอ่านแบบงานพร้อมตรวจความแข็งแรงของฐานราก เธอผูกผมสูง สวมหมวกเซฟตี้ เสื้อเชิ้ตแขนพับ กางเกงทำงานเข้ารูปเรียบง่าย แต่..ดึงสายตาใครหลายๆคนได้อย่างประหลาด ชายหนุ่มคนหนึ่งวิศวะภาคสนามจากทีมอื่น เดินเข้ามาคุยกับไอรินด้วยรอยยิ้ม “คุณไอริน เก่งมากเลยนะครับ พึ่งเริ่มงานวันแรกแต่ทำงานคล่องสุด ๆ” ไอรินเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบาง ๆ ตามมารยาท แต่ไม่ให้ความหมายเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน “ขอบคุณค่ะ แค่ทำตามหน้าที่” “ถ้าเย็นนี้ว่าง ผมอยากจะชวนไปกินข้าว” ไม่ทันจบประโยค เสียงรองเท้าหนังหนัก ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของคนทั้งคู่ เอริคเดินเข้ามาอย่างเงียบ และเฉียบคม ไม่พูดสักคำแต่เพียง สายตา ก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แปลกประหลาด เขายืนประชิดหลังไอริน ไม่แตะ ไม่ออกคำสั่ง แต่ความ ‘เป็นเจ้าของ’ กลับลอยออกรอบตัวอย่างไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ “งานเสร็จหรือยัง” น้ำเสียงของเอริคเขาราบเรียบมาก แต่ดวงตาไม่ได้มองเอกสารใดๆเลย กลับมองผู้ชายตรงหน้าไอรินแทน สายตาที่มองมามันเชือดเฉือนจนชายตรงหน้ากลืนน้ำลายลงคอ วิศวะชายที่กำลังชวนไอรินไปกินข้าว สีหน้าเริ่มซีดเผือกอยู่ดีๆก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ “อะ..เอ่อ ผมแค่ถามคุณไอรินเรื่องงานครับ” เอริคเลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนกับพึงพอใจในคำตอบที่พึ่งได้ยิน “งั้นก็คุยจบแล้วใช่ไหม ??” เป็นประโยคเรียบ ๆแต่เหมือน คำสั่งให้ถอย ชายคนนั้นรีบพยักหน้า “ครับ ๆ งั้นผมไปเช็คหน้างานต่อนะครับ” แล้วรีบเดินออกไปอย่างเร่งด่วน เหมือนคนถูกสัตว์นักล่ากำลังเล็งเอา ไอรินหันไปมองหน้าเอริคผู้เป็นเจ้านาย ด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ “คุณ..ทำให้คนอื่นกลัวเกินไปไหมคะ” เธอถามตรง ๆ โดยไม่รู้สึกเกรงเลยสักนิด เอริคมองเธอสายตานิ่งและคมเหมือนเดิม แต่มีบางอย่างอุ่นวาบอยู่ข้างใต้ “ถ้าเขากลัว ก็แปลว่าเขารู้ตัวว่ากำลังทำอะไรที่ไม่ควรทำ” เขาตอบเรียบ แต่สื่อออกมาอย่างชัดเจน “ชวนฉันกินข้าวมันผิดตรงไหน?” ไอรินถามกลับประโยคง่าย ๆ แต่แรงเหมือนท้าทายโดยไม่ต้องใช้เสียงดัง เอริคเงียบหนึ่งวินาที เพียงพอให้หัวใจเขา “เต้นแรง” แบบที่ไม่เคยเป็นกับผู้หญิงคนไหน “..มันก็ไม่ผิด” เขาพูดเสียงต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อย ไอรินเลิกคิ้วรอฟังเหตุผล เขาจึงพูดต่อ “แต่ฉันไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้ลูกน้องของฉัน..โดยที่ฉันไม่อนุญาต” คำว่า “ลูกน้อง” เป็นข้ออ้างที่ทั้งเขาและเธอรู้ดีว่า ไม่ใช่ความจริงโดยทั้งหมด ไอรินมองเขานิ่งสายตาคมเท่าเขา ไม่ยอมแพ้เหมือนกันเรื่องอะไรจะให้คนอย่างเขามาข่มเธอได้ง่ายๆ ฉันคือ ไอริน นะ Please!! “ฉันทำงานให้บริษัทของคุณค่ะคุณเอริก ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น ข อ ง คุ ณ !! ” น้ำเสียงเธอเนิบ แต่มันชัดเจน เอริคยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่ยิ้มแต่เหมือนคนกำลัง รู้ตัวว่าเริ่มแพ้ใจตัวเอง “จำไว้นะ ไอริน” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจแทบจะได้ยินกัน ไม่ได้แตะ แต่ใกล้จนสัมผัสได้ “เวลาผมต้องการอะไร..ผมไม่เคยพลาดมันสักอย่าง” ประโยคนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกระทบหัวใจแรง เหมือนแรงสั่นสะเทือนในโครงเหล็กที่เธอยืนอยู่ ไอรินยืนนิ่ง ไม่ได้ถอย ไม่ได้โต้แย้งอะไรออกไปแต่ดวงตาที่สบกับเขานั้นมันสั่นไปเพียงแค่เสี้ยววินาที และนั่น..คือครั้งแรกที่เอริค รู้ตัวชัดเจนว่าเขาอยากได้เธอ ไม่ใช่ในฐานะลูกน้อง ไม่ใช่ของเล่นแต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอหลุดมือได้ วันต่อมาที่โรงอาหารของไซต์งานช่วงพักเที่ยง ผู้คนพลุกพล่าน เสียงคุย เสียงจานช้อนกระทบกันแผ่ว ๆ ไอรินนั่งกินข้าวอยู่คนเดียวเงียบ ๆ เธอไม่ใช่คนที่เข้าหากลุ่มใครง่าย ๆ แต่เพียงเพราะเธอชินกับการอยู่กับตัวเองมากกว่า ชายกลุ่มช่าง 3-4 คนเดินผ่านมาเสียงหัวเราะหยาบ ๆ ดังขึ้น “เฮ้ !! นั้นเด็กใหม่ใช่ไหม สวยแปลกดีนี่หว่า ใส่หมวกเซฟยังน่ามอง” อีกคนพูดแทรกขึ้นมา “หึ ผู้หญิงวิศวะอะนะ ท่าจะคุยสนุกอยู่เหมือนกัน” พวกเขาเข้ามาใกล้ไอรินมากเกินกว่าที่คนทั่วไปควรเข้า หนึ่งในนั้นวางมือบนพนักเก้าอี้หลังเธอ คล้ายกับกักไว้ไม่ให้ลุกหนี ไอรินเงยหน้าขึ้นมาสบสายตานิ่งเฉย ไม่ได้แสดงออกถึงอาการหวาดกลัว แต่เพียงแค่ไม่พอใจชัดเจนอย่างชัดเจน “ขอโทษนะคะ ช่วยถอยออกไปหน่อย” ไอรินพูดเสียงเรียบเหมือนกับใบหน้าของเธอเองในตอนนี้ “โธ่ ก็แค่คุยนิดหน่อย ทำเป็นหยิ่ง” น้ำเสียงหยาบของคนงานเริ่มชัดขึ้นมือหนึ่งของพวกเขายื่นจะจับแขนเธอ แต่แล้วจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งเอ่ยเรียบมากๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา “ผมจำได้ว่าผมไม่ได้อนุญาตให้พวกคุณแตะตัววิศวะของผม” ทุกคนหันควบกลับไปในทันทีที่ได้ยินเสียง เอริคยืนอยู่ เขาไม่โกรธ เขาไม่ตะโกนแต่ สายตาคมเย็นจนเหมือนห้องทั้งห้องลดอุณหภูมิลงจนเย็บเฉียบราวกับฤดูหนาว ประท่านเอริคเขาเดินเข้ามาหยุดตรงหลังของไอรินหนึ่งมือวางบนพนักเก้าอี้ของเธอ เขาไม่ได้แตะ ไม่ได้กอด แต่ท่าทางนั้นมันเหมือนปกป้องเธออย่างครบวงองค์ประกอบ ช่างคนนั้นรีบชักมือกลับแทบจะทันที กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คะ..คุณเอริค ผมแค่ล้อเล่น ” คนงานกลุ่มนี้เหงื่อแตกโชกทั้งๆที่เมื่อกี้รู้หนาวๆอยู่แท้ๆ “คนที่ ล้อเล่นไม่รู้กาลเทศะ มักได้ลงชื่อให้ออกงานก่อนใคร” น้ำเสียงเขานุ่ม แต่มันชัดเจนมากไม่มีโอกาสเถียงเลยแม้แต่น้อย ชายกลุ่มนั้นรีบก้มหัวและเดินหนีแทบจะชนกันเองพันละวัน เมื่อพวกนั้นไปแล้วไอรินถอนหายใจเบา ๆแต่ยังไม่หันไปหาเอริค ไอรินเธอแค่พูดเรียบ ๆ “คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ เพื่อแสดงอำนาจที่นี่” เอริคไม่ได้โต้ทันที เขารอให้เธอกินข้าวคำสุดท้ายก่อนจะพูดช้า ๆ “ผมไม่ได้ทำเพื่อแสดงอะไร” เสียงเขานุ่มลงกว่าทุกครั้งที่เธอเคยได้ยินจนไอรินชะงักเล็กน้อย เพียงเสี้ยววินาทีเดียว “คุณจะมาไม้ไหนอีกคะ ท่านประธานเอริค” ท่านประธานที่ไอรินเรียกเขาหันมามองหน้าเธอ มันไม่ใช่คุกคาม แต่เขาสนใจมากยิ่งขึ้น “ผมไม่ชอบเห็นคุณถูกแตะตัว โดยใครก็ตามที่ไม่ใช่เพราะคุณยินยอม” คำว่า ไม่ชอบ นั้นออกจากปากเขาอย่างไม่ได้คิดจะปิดบัง ไอรินหนีสายตาเล็กน้อยหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่เธอก็พยายามตอบให้ปกติที่สุด “แต่. . คุณก็ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรในตัวฉัน” เอริคนิ่งก่อนจะก้มเล็กน้อย พูดชิดหูเธอ ที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเธอ “ก็แล้วถ้าผมอยากมีล่ะ.?? ” เพียงแค่นั้น ไอรินวางช้อนลงทันที เธอไม่รู้ว่าเพราะความตกใจหรือหัวใจเต้นแรงจนเกินไปกันแน่ ไอรินไม่อยากให้เรื่องรักๆใคร่ๆเข้ามามีผลกับชีวิตเธออีกแล้ว แต่ในตอนนี้เธอกลับจะเริ่มเอนเอียงไปทางเขาสะแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป !!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม