ตอนที่ 4 สัมภาษณ์งานหรือสนามรบกันแน่

1336 คำ
ลมช่วงเช้าของวันพัดแรงจนปลายผมยาวของไอรินสะบัดเบาๆ เธอก้าวลงจากรถมินิคูเปอร์สีขาวคู่ใจที่หน้าตึกกระจกตั้งตระหง่าสูงเสียดฟ้า บริษัทวิศวกรรม-อสังหาริมทรัพย์วิลเลียม กรุ๊ป เป็นหนึ่งในบริษัทระดับทวีป ที่ใครๆก็อยากเข้าทำงานกันทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะ “ใจใหญ่พอ” ที่จะก้าวเข้าไป เธอไม่ได้ใส่กระโปรงเรียบหวานแบบนักศึกษาที่มาสัมภาษณ์งานทั่วไป เเต่... ไอรินมาในเสื้อเชิ้ตแขนพับสีขาวตัวโปรดกางเกงสแล็คเข้ารูปสีดำ รองเท้าผ้าใบ และมาพร้อมกับความมุ่งมั่น สายตาแบบคนที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองมากกว่าไม่ใช่แค่มาเอาใจใคร หญิงสาวก้าวเข้าไปที่เคาท์เตอร์ต้อนรับส่งแฟ้มผลงานให้พนักงาน “คุณไอรินใช่ไหมคะ? ขอให้ขึ้นชั้น 48 ได้เลยค่ะ ท่านประธานเป็นคนสัมภาษณ์เอง” ปลายประโยคที่พนักงานที่เคาท์เตอร์พูดนั้นนั้นทำให้หลายคนที่นั่งรออยู่มานานหันขวับในทันที เหตุเพียงเพราะว่าท่านประธานของที่นี่ไม่เคยสัมภาษณ์ใครด้วยตัวเองเลยผู้หญิงแต่งตัวเชยๆคนนี้เป็นใครกันแน่ ทำไมท่านประธานถึงให้ความสำคัญมากมายถึงเพียงนี้ หรือว่าเธอจะใช้ตัวเข้าแลกกันนะ ไอรินไม่สนใจคำพูดซุบซิบนินทา แค่ยักคิ้วแล้วไงใครก็คนเหมือนกัน ใครจะสัมภาษณ์ก็ช่างเธอรู้ดีว่ามาที่นี้เพื่ออะไรก็พอ ลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นบนสุดห้องทำงานกว้าง เงียบ และสะอาดจนเย็นวาบและ เขาคนที่ห่างออกไปทางด้านนั้นท่านประธานนั่งอยู่หลังโต๊ะหินอ่อนสีดำ ‘เอริค วิลเลียม’ ชุดสูทเข้ารูป สีดำสนิทปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ช้าๆ สายตาที่มองมายังเธอมันคมเหมือนมองทะลุทุกอย่างในตัวเธอได้ มันไม่ใช่สายตาของผู้ชายที่มองผู้หญิงอย่างอยากจะครอบครอง แต่เป็นสายตาของนักล่าที่อยากจะเลือกเหยื่อ นั้นเอง! ! “นั่งสิ” เสียงเรียบ ทุ้ม และอันตรายเกินกว่าไอรินจะปฏิเสธได้ ไอรินนั่งลงตามที่เขาสั่ง แต่เธอไม่ก้มหน้า ไม่หลบตา แถมยังมองกลับไปยังท่านประธานตรง ๆ รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นที่มุมปากของเอริครอยยิ้มแบบคนที่พบ ของหายากเข้าให้แล้ว “ประวัติของคุณน่าสนใจ” เขาเอ่ยพร้อมกับมองดูท่าทีของไอรินหญิงสาวที่น่าค้นหาคนที่อยู่ตรงหน้านี้ “เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ดาวคณะ จะเป็นทฤษฎีและปฏิบัติก็ดีเยี่ยม แต่..! ! ” เขาชะงักแล้วมองลึกเข้าไปจนหัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีสาเหตุเข้าใจเหตุผล “นิสัยคุณ..ไม่เหมือนวิศวกรทั่วไป” “แล้วปัญหาอยู่ตรงไหนคะ?” ไอรินยิ้มมุมปากแล้ววเอ่ยน้ำเสียงเรียบ “หรือบริษัทนี้รับเฉพาะคนที่เชื่อฟังดีโดยไม่คิดเอง?” เอริคเลิกคิ้วนี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีคน สวน เขากลับมาแบบนี้ “คุณกล้า” น้ำเสียงเขาไม่ได้โกรธแต่สนุกกับการสนทนาเบื้องหน้ากับหญิงสาวคนนี้ “ฉัน ‘เคย’ กลัว” ไอรินเธอตอบออกมาฉะฉานชัดเจนและมีความมั่นใจ “แต่ฉันเลือก..ที่จะไม่กลัวอีกแล้ว!!” ความเงียบกลืนกินบรรยากาศในห้องไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ มันใกล้พอให้ได้ยินเสียงลมหายใจ สายตาที่ใช้มองเธอ ไม่ใช่สายตาที่เมินเฉยอีกต่อไปแต่มันเป็นสายตาที่บ่งบอกว่าฉันเลือกเธอแล้วแม่สาวน้อย “เริ่มงาน.!.! พรุ่งนี้” เอริคเขาเอ่ยช้า ๆ ชัดๆ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของไอริน “ตำแหน่งวิศวกรควบคุม..ในโครงการที่ฉันดูแลเอง” ไอรินกระตุกยิ้มพร้อมกับเอ่ยความคิดที่ไม่สามารถเก็บไว้ในใจได้ เพื่อต้องการคำตอบ “ที่คุณดูแลเอง ?? หรือ..ที่คุณอยากจับตาฉันเองกันแน่ !!??” เอริคหัวเราะในลำคอสั้นๆ เสียงต่ำอันตรายแต่แฝงไปด้วยความหวานนิด ๆ แบบไม่ตั้งใจ “ทั้งสองอย่าง” เขาก้มลงเล็กน้อยชิดหูเธอและกระซิบเสียงรอดไรฟันออกมาเหมือนจะสื่อว่า ‘ ตัวเธอ ’ “แล้วอย่าคิดหนี เพราะฉันไล่ตามเก่งมาก” หัวใจไอรินเต้นแรงแต่สติยังอยู่ครบ เธอลุกขึ้นแล้วหันมามองเขาตรงๆ อีกครั้งเพื่อท้าทาย “ก็ลองดูค่ะ แต่ฉันไม่ใช่ของเล่นใคร” สิ้นเสียงพูดของไอริน เอริคเขาหันไปมองเห็นบั้นท้ายงามงอนเดินออกไป และประตูปิดลงจนหลังไร้เงาเธอออกไปแล้ว ทิ้งให้ชายผู้ไม่เคยแพ้ให้กับใครอย่าง เอริค ยืนยิ้มกับตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี “ผู้หญิงคนนี้..ฉันจะเอา” เอริคพรึมพรำกับตัวเอง มโนนึกคิดถึงภาพตัวเองกับวิศวะสาวกำลังนัวร์เนียที่เตียงนุ่มๆ เอวขอด สะโพกพายบั้นท้ายคู่นั้น “บอสเอริคครับ ! บอส !! ไอ้เอริค~~! ! ” “ใครวะ แมร่งเรียกอยู่ได้!! ” “กูเองไอ้บอสเอริค พ่อประเสริฐ พ่อเอวหวาน” “อ้าว!! ไอ้กัส มีไรว่ะ” “นักวิศวะกรคนใหม่หรอว่ะ เช๊ะ!!ดีนี้” กัส หรือ ออกัส คือเพื่อนสนิทสุดซี้แถมยังเป็นญาติลูกพี่ลูกน้อง ที่รู้ไส้ รู้พุง ของเอริคเป็นอย่างดีรู้ทั้งนอกทั้งในเลยก็ว่าได้ “อะไรของมึงวะกัส กัดแต่กูอยู่ได้มึงอะ !! ” กัสทำทีเอียงหน้ามองตั้งแต่หัวจรดเท้า จนเอริคผิดสังเกตุเงยหน้าขึ้นมามอง สายตาของเอริคมีบางอย่างที่ส่อแววพิรุจ กัสจ้องแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ เผยรอยยิ้มออกมาแล้วส่ายหน้ากับท่าทีของเพื่อนลูกพี่ลูกน้องเขา “นี้เอริก มึงอย่าบอกนะว่าสมภารอยากกินไก่วัด” “อะไรของมึงวะ ! ! กูเนี้ยะหรอ หึ!! มันก็คงดีอยู่หรอกนะ ” “ไอ้เชี้ย ไหนมึงว่าจะไม่ยุงกับพนักงานไงวะ ” “เอ่อ ! คิดดูก่อน ว่าจะขย่ำเหยื่อยังไงไม่ให้แตกตื่น" ออกัสกำลังจะโล่งใจที่เพื่อนจะคิดทบทวน แต่คำพูดสุดท้ายมันทำให้หมดกำลังที่จะเยียวยา เอริคคลายยิ้มลงอย่างช้า ๆ เหมือนคนที่พึ่งลิ้มรสไวน์ชั้นเลิศ เขาพิงตัวไปกับพนักพิงเก้าอี้ นิ้วเรียวยังคงเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเหมือนกำลังนับอะไรบางอย่าง “มึงหมายความว่าไงวะกัส” เอริคเขาพูด พลางหันมามองเพื่อนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “กูก็แค่..บอกให้มึงระวังตัวหน่อยไอ้เอริค” ออกัสหัวเราะแผ่ว หยอกล้อไปตามนิสัย แต่สายตายังคงมีความจริงจังซ่อนอยู่ “คนแบบนี้ ! ! อาจจะไม่ใช่แค่ของเล่นสำหรับมึงนะเว้ย บริษัทต่างๆแมร่งอยากได้ตัวชิบหายและมันมีเหตุผลอะไรวะ มาเลือกบริษัทมึง!!” คำพูดนั้นทำให้เอริคนิ่งเงียบไปชั่วขณะ เขาใช้ความคิดอย่างหนัก และเขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นแผงกระจกสะท้อนแสงเช้าตกกระทบจนตึกทั้งฝั่งดูเป็นเส้นแสงสีเงินและข้างล่างนั้น ‘ ไอริน ’ แม้เขาจะอยู่สูงขนาดไหนหรือไกลสักเพียงใด ในสายตาของ เอริคแล้วผู้หญิงที่ชื่อไอรินเขาจดจำได้เสมอ เธอเดินไปยังรถมินิคูเปอร์สีขาวทำท่าทางดีใจกระโดดโลดเต้นอยู่สักพักแล้วขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว “ถ้ามันเป็นของเล่น มันก็ต้องเล่นให้ถูกวิธี” เขาเอ่ยกลับมาเสียงเรียบ แต่มีความหมายลึกซึ้ง “ถ้ามันไม่ใช่..ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนลากเธอเข้ามาในเกมนี้” ออกัสมองเพื่อนแล้วยิ้มมุมปาก “มึงพูดเหมือนกำลังจะตั้งกับดัก” “อาจจะเป็นงั้น” เอริคหันกลับมายิ้มแบบคมคาย “หรืออาจจะเป็นการทดสอบ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม