ยอมคุณทุกอย่าง

1528 คำ
ตอนที่ 5 เธอขยับเข้าไปใกล้เขาทีละนิด… ทีละนิด ร่างบางเอื้อมมือไปเกาะแขนเขาไว้เบาๆ อย่างไม่กล้าออกแรง ท่าทางที่เคยแข็งกร้าวเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหายไปหมดสิ้น “ขอร้องนะคะ…” น้ำเสียงเธอสั่นเครือ “อย่าแจ้งความเลย” ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นมองเขาอย่างอ้อนวอน ไม่มีแววท้าทาย ไม่มีความแสบซ่าเหลืออยู่แม้แต่น้อย “คุณอยากให้ฉันทำอะไรก็ได้… ฉันยอมหมดเลยตอนนี้” เธอรีบพูดรัว ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจแม้เพียงเสี้ยววินาที “ฉันไม่เรียกนาย...ว่านายแล้วก็ได้” น้ำเสียงของเธออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “ฉันยอมเรียกนาย…ว่าคุณพี่ตลอดไปเลย” พูดจบเธอยกนิ้วขึ้นสามนิ้วช้าๆ คล้ายกำลังสาบาน ดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างจริงจังปนความหวั่นไหว คำสัญญาแสนไร้เดียงสานั้น กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นอย่างประหลาด ฌาลัลล์เขาแทบจะรู้สึกผิดในทันที แต่ความอยากหลุดพ้นมีมากกว่าความเห็นใจ เพราะสำหรับคนอย่างฌาลัลล์ คำว่า 'ยอมหมดเลย' ถ้าพูดออกมาแล้วคนพูดต้องทำให้ได้ คำพูดสุดท้ายของเธอหลุดออกมาแผ่วเบา แต่กลับดังชัดในความรู้สึกของคนฟัง หญิงสาวตรงหน้า จากคนปากเก่ง ดื้อดึง และแสบซ่า กลับกลายเป็นกระต่ายน้อยที่ยืนสั่น ราวกับอยู่ต่อหน้าราชสีห์ เพียงเพราะสายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองลงมาอย่างไม่ปรานี และในวินาทีนั้นเอง ฌาลัลล์ก็รู้ดีว่าเธอ…เริ่มอยู่ในกำมือของเขาแล้ว เขาปรายตามองเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า “ตอนนี้คุณมีทางเลือกเพียงแค่ทางเดียว แลกกับการเปลี่ยนใจถอนการแจ้งความของผม” ฌาลัลล์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างในใจได้อย่างหนักแน่น ก่อนจะแกะมือบางที่จับแขนเขาอยู่ออก แรงนั้นไม่มากแต่พอทำให้หญิงสาวตรงหน้ายู้ปากเล็กน้อย “ทางเดียวคือจดทะเบียนสมรสกับผม” เขาพูดเรียบๆ ไม่ได้ขึ้นเสียง ไม่ได้กดดัน แต่คำพูดนั้นกลับหนักอึ้งกว่าที่เธอคิด "ผมไม่ได้ต้องการผูกมัดอะไร เพียงแค่ขอให้คุณช่วยผมหน่อย ผมยังไม่อยากแต่งงานกับคนที่ผมไม่รู้จัก และไม่ได้รัก" หญิงสาวเบิกตาขึ้นทันที… ร่างบางถอยหลังไปเพียงครึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว “วันนี้… ตอนนี้” ฌาลัลล์เสริมต่อ น้ำเสียงยังคงราบเรียบเหมือนเดิม หัวใจเธอหล่นวูบ… คำว่า 'สมรส' ไม่เคยอยู่ในแผนชีวิตของเธอ ยิ่งไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ “คุณพูดจริงเหรอคะ” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย แต่พยายามประคองให้มั่นคง “คุณกะ...จะเอาทะเบียนสมรสมาอ้างสินะ ตั้งใจเอาฉันเป็นไม้กันหมาชัดๆ” ฌาลัลล์พยักหน้าเพียงนิดเดียว ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีล้อเล่นก่อนเอ่ยน้ำเสียงจิงจังครั้งสุดท้าย “ถ้าคุณตกลง เรื่องทั้งหมดจะจบตรงนี้ ผมจะไม่แจ้งความและจะไม่ย้อนกลับไปพูดถึงอีก” เธอยืนนิ่ง… ความเงียบแผ่คลุมระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังชัดในหู เธอบนเบาๆ ราวกับอยากหนีไปให้พ้นซะตอนนี้ “ฉันต้องมาเจอเรื่องบ้าอะไรแบบนี้เนี่ย รีบไปเถอะค่ะ ฉันอยากกลับไปนอน ฉันลาพักร้อนมาเพื่อพักผ่อนไม่ได้มาเพื่อเรื่องปวดหัวแบบนี้” เธอบนเสร็จเธอก็ยืนก้มหน้าไม่เอ่ยคำใด ตอนนี้เธออยากจะร้องไห้ออกมา แต่ต้องอดทนเอาไว้ ภายในใจสับสนคิดวนไปวนมา... จดทะเบียนสมรสสายฟ้าแลบแบบนี้ ไม่ใช่เพราะรัก ไม่ใช่เพราะอยากแต่งงาน แต่เพราะนี่คือทางเดียวที่เขาเปิดให้เธอเลือก “ช่างเถอะ… คิดอะไรมาก หลังจากวันนี้ก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ฉันคงไม่ไปที่ผับบ้านั่นอีกแน่นอน ถ้านายโฮสต์หน้าหล่อเย็นชานั่นยังไม่ลาออก” เธอสบถเบาๆ กับตัวเอง ราวกับตั้งใจไว้ว่าจะหายไปจากคนตรงหน้า และจะไม่มีวันหวนคืนมาอีกเลย ฌาลัลล์ไม่รอฟังคำตอบ เพียงคว้ามือเธอไว้แล้วจูงตรงไปที่รถในทันที หญิงสาวก้าวตามอย่างเสียจังหวะ หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว แต่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้แม้แต่คำเดียว เมื่อประตูรถถูกเปิดออก เขาพาเธอขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ ก่อนจะปิดประตูให้เธออย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงอ้อมไปนั่งประจำที่ของตัวเอง เครื่องยนต์ถูกสตาร์ตขึ้น รถเคลื่อนตัวออกจากที่จอดอย่างมั่นคง มุ่งหน้าสู่สำนักเขตกลางเมือง ตามที่เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น บนถนน… ตลอดทางไม่มีบทสนทนาใดๆ มีเพียงความเงียบที่กดทับอยู่ในรถ เธอกำมือแน่น วางไว้บนตัก พยายามห้ามความสั่นไหวที่ซ่อนอยู่ภายใน ขณะที่เขามองถนนตรงหน้าอย่างนิ่งเฉย ราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง ในแผนการที่วางไว้แล้ว สำนักงานเขต... แสงแดดยามเช้าสาดผ่านกระจกหน้ารถ ขณะรถของเขาชะลอเข้าจอดหน้าอาคารสำนักเขตกลางเมือง บรรยากาศของเช้าวันทำงานค่อนข้างคึกคัก ผู้คนเดินเข้าออกอย่างเป็นระเบียบ ราวกับทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ "ถึงแล้วครับ" เขาเอ่ยเบาๆ ขณะที่ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกใสช้าๆ "ค่ะ" เธอตอบน้ำเสียงเบาแถบจะไม่ได้ยิน เธอก้าวลงจากรถช้าๆ ใบหน้าซีดจาง ดวงตาอ่อนล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เธอยืนมองอาคารตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วเดินตามเขาเข้าไปด้านใน ฌาลัลล์ติดต่อเจ้าหน้าที่ด้วยน้ำเสียงสุขุมเป็นทางการ ท่าทางคล่องแคล่วราวกับทุกขั้นตอนอยู่ในความคาดหมายของเขาแล้วตั้งแต่ต้น เธอนั่งรออยู่บนเก้าอี้แถวหนึ่ง มือบางกุมกระเป๋าแน่น สายตาเหม่อมองพื้นกระเบื้องสีอ่อน ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย จนไม่รู้ว่าควรเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองจากตรงไหน “บัตรประชาชนครับ” เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นใกล้ตัว เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แล้วหยิบบัตรประชาชนส่งให้โดยไม่พูดอะไร ปลายนิ้วของทั้งสองแตะกันเพียงชั่วครู่ แต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่นานนัก...เจ้าหน้าที่ก็เรียกชื่อของทั้งคู่ “คุณมาตาลดา อัศว์ชระโสภณ และคุณฌาลัลล์ เซอร์เรส เชิญที่โต๊ะด้านในค่ะ” เธอลุกขึ้นเดินตามไปอย่างเสียจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงข้างเขา เอกสารหลายแผ่นถูกจัดวางตรงหน้า ภายใต้แสงไฟสีขาวสะอาดตา คำว่า คู่สมรส เด่นชัดจนเธอเผลอกลืนน้ำลายลงคอ “กรุณาตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อยนะคะ ถ้าถูกต้องแล้ว เซ็นตรงนี้ค่ะ” ทั้งคู่ไม่ได้สนใจชื่อเสียงเรียงนามคู่สมรสของตัวเองเลย ไม่ได้มองไม่ได้ใส่ใจใดๆ ทั้งนั้น ไม่มีการอ่านข้อตกลกใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อปากกาถูกเลื่อนมาตรงหน้า เธอนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก แล้วก้มลงเซ็นชื่อตัวเอง ตัวอักษรสั่นเล็กน้อย แต่ก็ชัดเจนพอจะบอกว่าเธอตัดสินใจแล้ว เขาเซ็นชื่อต่ออย่างมั่นคง ไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่นิดเดียว เสียงตราประทับจากเจ้าหน้าทีดัง ปั๊ก!! เสียงเดียวที่ทำให้หัวใจของเธอวูบไหว ราวกับถูกปิดผนึกชะตาชีวิตไว้เรียบร้อย “เรียบร้อยแล้วนะคะขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ” คำว่า 'ยินดี' ฟังดูห่างไกลจากความรู้สึกของเธอเหลือเกิน เมื่อเดินออกมานอกอาคาร แสงแดดสายเริ่มแรงขึ้น ผู้คนยังคงเดินผ่านไปมาอย่างไม่ใส่ใจ ไม่มีใครรู้เลยว่า เช้าวันธรรมดาเช่นนี้ เธอได้เปลี่ยนสถานะทางกฎหมายไปแล้วอย่างสมบูรณ์ หญิงสาวยื่นซองสีน้ำตาลให้ชายหนุ่มทันที “คุณเก็บไว้เถอะค่ะ คุณจำเป็นต้องใช้ แต่ฉันไม่ได้จำเป็นอะไร” ฌาลัลล์รับซองจากมือเธอ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูฝั่งคนขับ แล้วสอดซองนั้นเก็บไว้ที่ช่องด้านหลังเบาะอย่างไม่ใส่ใจนัก เธอมองตามเขา ริมฝีปากขยับเหมือนจะเอ่ยถามว่าเอาไปไว้ตรงนั้นทำไม และถ้าลืมจะหาเจอหรือไม่ แต่สุดท้ายก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เธอจำเป็นต้องใส่ใจ หญิงสาวจึงไม่พูดอะไร เธอเดินไปเปิดประตูรถก้าวเท้าเข้าไปนั่งทันที เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับคนที่เรี่ยวแรงใกล้หมด “ส่งฉันไปเอารถที่ผับก่อนนะคะ” ฌาลัลล์ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “เดี๋ยวผมไปส่งเอง รถคุณเอากุญแจมา ผมจะให้ลูกน้องขับไปส่งให้ที่บ้าน” หญิงสาวขมวดคิ้วทันทีสีหน้าฉายแววสงสัย “คุณมีลูกน้องด้วยเหรอ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม