สวมรอยเด็กโฮสต์

1539 คำ
ตอนที่ 2 ลมเย็นพัดวูบผ่านรอบตัวชายร่างสูง มันเงียบเสียจนเหมือนโลกหยุดนิ่ง เขาไม่ได้สนใจเธอเลยผู้หญิงที่เขาเรียก 'ไร้ค่า' นั้น…เธอกำลังนั่งเมามายเสียใจอยู่ในผับด้านใน ครืด… ครืด…! เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้น กลางความเงียบอึมครึมหน้าผับ ฌาลัลล์ชำเลืองมองหน้าจออย่างหงุดหงิด ก่อนสีหน้าเขาจะแข็งทื่อทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏ ปรายสาย 'มาดามอริชญา' คุณย่าของเขาเอง เขายืมมองมือถือที่สว่างวาบในมือ อยู่พักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจแล้วกดรับสาย “ครับคุณย่า...” น้ำเสียงยังหงุดหงิดไม่ได้ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่ยังไม่ทันให้เขาได้พูดอะไรมาดามอริชญาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังแฝงความกังวล “ตาฌา ย่าขอร้องล่ะ… หลานช่วยไปรับหนูมาตาลกลับบ้านหน่อยเถอะ เพื่อนย่าติดต่อหลานสาวไม่ได้ โทรไปเท่าไหร่เธอก็ไม่รับ แถมตอนนี้เธอปิดมือถืออีกแล้วด้วย” ฌาลัลล์ชะงักปลายบุหรี่ที่เพิ่งดับไปเหมือนกลับมาร้อนขึ้นใหม่ “…มาตาล?” เขาทวนด้วยเสียงต่ำขุ่น ปลายสายพูดต่อในทันควัน “เพื่อนย่าบอกว่า เธออยู่ที่ผับของหลานนั่นแหละ ตอนนี้ย่าเป็นห่วง จะเป็นอะไรก็ไม่รู้ คนสมัยนี้มันอันตราย ไปรับน้องทีนะลูก… ย่าขอล่ะ” คำว่า 'ย่าขอ' ทำให้เขากัดฟันแน่น ความหงุดหงิดจากเมื่อครู่นี้ถูกกดทับจนฝืดคอ ชายหนุ่มยืนเท้าเอวอยู่กลางลานจอดรถ แผ่นหลังกว้างตึงเครียดจนเสื้อเชิ้ตดำแนบลำตัว ลิ้นกระทุ้งแก้มเส้นเลือดข้างลำคอโป่งขึ้นนิดๆ จากอารมณ์ที่เริ่มเดือด “คุณย่าครับแล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นใครหน้าตาเป็นแบบไหน อ้วนลงพุง เตี้ยดำ ปากเหมือนใส้กรอก ตาเหล่ ผมไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย!” เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำราวกับจะขอความอดทนจากที่ไหนสักแห่ง ก่อนปรายสายเสียงหวานเข้มตามแบบฉบับสตรีชั้นสูงจะดังกลับมาจากปลายสายทันที “เดี๋ยวย่าส่งรูปน้องให้สักแป๊บนะตาฌา! ย่าหาก่อนนะ และถ้าหลานพาเธอกลับบ้านไม่ได้...เราตัดย่าตัดหลานกัน!” คำว่า 'ตัดย่าตัดหลาน' ทำเอาเขากำมือแน่นจนข้อนิ้วลั่นกรอบเบาๆ “น้องกำลังเสียใจที่แฟนจะบอกเลิก… ย่าคิดไว้แล้ว อยากให้เธอมาเป็น หลานสะใภ้ย่า” เสียง...ตึง...ตึง...ตึง เหมือนหัวใจเขาเต้นดังขึ้นเอง ไม่ใช่เพราะเขาดีใจ แต่เพราะเขาโมโหแบบสุดขีด ทันใดนั้น… ปลายสาย ติ๊ด! ขาดหายไปพอดี ฌาลัลล์ชะงัก ก่อนใบหน้าหล่อคมจะเหยียดอย่างไม่อยากเชื่อ เขาตะโกนลั่นทันที “คุณย่าครับ!! จะให้ผมรับ 'เดนคนอื่น'เหรอครับ!!” เสียงสะท้อนก้องไปทั่วลานจอดรถ ลูกน้องคนสนิทถึงกับสะดุ้งยืนหลังแข็ง แทบหายใจไม่ทั่วท้อง “ผมไม่เอาด้วยหรอกครับ! ฮัลโหล!! …ฮัลโหล!! คุณย่า!” ไม่มีสัญญาณตอบรับ มีแต่เสียงเงียบว่างเปล่าราวกับคุณย่าเจตนา ตัดสายเพื่อหยุดคำเถียงจากเขาโดยเฉพาะ ฌาลัลล์กัดฟันกรอดใบหน้าเคร่งเครียดจนกรามคมปรากฏชัด ภาพเขาตอนนี้เหมือนสิงโตถูกจับขัง ทั้งหงุดหงิด ทั้งคุกรุ่น ทั้งทำอะไรไม่ได้ ลูกน้องมองหน้าเจ้านายแล้วกลืนน้ำลาย 'เอือก' ก่อนเอ่ยเสียงเบากลัวว่าจะโดนลมพายุพัดใส่ “ค…คุณชายครับ คุณท่านอาจตั้งใจให้คุณชายพาเธอไปส่งบ้านจริงๆ นะครับ” ฌาลัลล์หันขวับ ดวงตาคมเฉือนจนอีกฝ่ายยืนตัวแข็ง “หุบปากซะ ก่อนที่ฉันจะให้นายเข้าไปลากยัยนั่นออกมา” ลูกน้องรีบก้มศีรษะแทบแตะพื้น "ค...ครับคุณชาย" ขณะที่ฌาลัลล์ยกหลังมือปัดผมตัวเองแรงๆ แบบคนกำลังหงุดหงิดจนควบคุมไม่อยู่ “…ให้ตายสิ ผู้หญิงคนเดียวทำบ้านฉันวุ่นวายได้ขนาดนี้เลยเหรอ” ตึง! เสียงแจ้งเตือนจากมือถือดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แรงพอให้เขาชำเลืองลงมามองหน้าจอ รูปที่คุณย่าส่งมาแน่นอน แต่… ยังไม่ทันที่นิ้วเรียวยาวของเขาจะได้เลื่อนเปิดดู เสียงทุ้มคุ้นหูของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างเร่งรีบ “เฮียครับ! ทางนี้!” 'ธาวิน เซอร์เรส' ลูกชายของหมอวายุ น้องชายของมาเฟียวาคินพ่อของเขาเอง ธาวินเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา คุณหมอหนุ่มหน้าหล่อไฟแรงผู้ที่เป็นทั้งหมอทั้งที่ปรึกษายามจำเป็น เขายกมือโบกเรียกอยู่ไม่ไกลนัก ใบหน้าคมดูร้อนรนราวกับมีเรื่องด่วน ฌาลัลล์ชะงัก หันไปทางนั้นทันที ปลายนิ้วที่แตะหน้าจออยู่ค้างกลางอากาศ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจเฮือกหนักอย่างรำคาญ มือใหญ่ยกขึ้นตอบน้องชายแบบสั้นๆ “เออ รู้แล้ว” แล้วเขาก็กดปิดหน้าจอ เสียบมือถือกลับเข้ากระเป๋ากางเกงทันที โดยไม่แม้แต่เหลือบดูรูปที่คุณย่าส่งมา สายตาคมตวัดต่ำ ริมฝีปากกระตุกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “เบื่อโคตรเลย… ยัยมาตาล…อะไรของคุณย่า? เสียงเขาแทบเหมือนคำรำพึงกัดฟันออกมา “ถือดียังไง มาทำให้คุณย่า กล้าตัดย่าตัดหลานกับฉัน?” ความเย็นชาในน้ำเสียงของเขา เข้มข้นจนลูกน้องข้างๆ เผลอกลืนน้ำลาย แอบเหลือบตามองเจ้านายอยู่เงียบๆ ฌาลัลล์เหยียดริมฝีปากเย็นชา โทนเสียงดุดันแบบไม่เกรงใจใคร “เดี๋ยวให้ไอ้หมอธา มันรับหน้าแทนแล้วกัน” ว่าจบ... เขาหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นดึงกระดุมคอให้หลวมเล็กน้อย เหมือนเตรียมพร้อมสำหรับการเดินเข้าไปในผับของตัวเอง ที่ตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงอึกทึก ใบหน้าคมหันกลับไปมองป้ายไฟ นีออนสีม่วงของผับตัวเองเพียงเสี้ยววินาที แววตาคมวาวด้วยอารมณ์หงุดหงิดปะปนความรำคาญ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในผับ ฝ่าแสงไฟ กลิ่นเหล้า และเสียงดนตรีหนักๆ ในผับมุมบาร์ มาตาลดานั่งรอมายมิ้นผู้จัดการร้านเพื่อนใหม่ของเธอในคืนเดียวเมื่อมายมิ้นบอกว่าจะไปตามเด็กโฮสต์สุดหล่อของร้านมาให้ แต่ระหว่างรอ เด็กเสิร์ฟก็คอยเสิร์ฟเหล้าให้เธอไม่พัก จนแก้มใสเริ่มขึ้นสีและสายตาไหวระริก เสียงหวานของเธอเอ่ยขึ้น แต่น้ำเสียงเมาจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง “น้องคะะ…ถะ…ถ้ามายมิ้น…กลับมา บอก…บอกเขาหน่อยนะคะ…ว่าพี่…จะไปห้องน้ำแป๊บ เดียวค่ะะ…” เด็กเสิร์ฟรีบพยักหน้า “ครับผม” มาตาลดาลุกลงจากเก้าอี้ แต่สองขาเรียวกลับไม่ยอมทำงานตามใจ เธอเดินเซซ้ายที ขวาที จนปลายรองเท้าส้นแหลมเกี่ยวกับสันพรมปูพื้น ร่างบางหมุนคว้างเหมือนจะล้มพับลงไปกับพื้นในอีกเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสพื้นแขนแข็งแรงของใครบางคนก็รวบเอวบางของเธอไว้ทัน “อ๊ายยย..!” เธอหลับตาปี๋ ร้องลั่นด้วยความตกใจ หัวใจเต้นรัว เหมือนตัวเองกำลังจะกระแทกพื้น แต่กลับถูกอุ้มค้างไว้อยู่กลางอากาศแทน… "ยัง! ฉันยังไม่ล้ม! ใช่ไหม? หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาฝ้าฟางราวกับมีหมอกหนา แต่ทันทีที่ภาพตรงหน้าชัดขึ้น… หัวใจเธอกลับสะดุดวูบ ผู้ชายคนนี้...หล่อแบบโคตรหล่อ หล่อจนแทบสร่างเมา ริมฝีปากเธอขยับพูด เสียงเอื้อนเอ่ยอ้อแอ้แทบฟังไม่รู้เรื่อง “โอ๊ยย…ตะ…ตัวท็อป…อันดั๊บหนึ่ง…ใช่ม้ายย…” ไม่รอให้เขาตอบ เธอก็เผลอยื่นมือไปคว้าคอเสื้อเขา ดึงลงมาใกล้หน้า ก่อนจะประทับริมฝีปากของตัวเองลง จ๊วบ! จูบลงไปแบบไม่ทันให้ใครตั้งตัว ชายหนุ่มชะงักทันทีตาเบิกเล็กน้อยกับจูบที่ร้อนวูบวาบของหญิงสาวตรงหน้า แต่ความเมามายของเธอทำให้ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความน่ามองอย่างประหลาด "สวย… หวาน… และเมาจนตัวเบาไปหมด" สายตาเขาเลื่อนลงช้าๆ หยุดอยู่ที่เนินอกอวบอิ่มใต้ชุดรัดรูป มุมปากแกร่งกระตุกขึ้นน้อยๆ "เมาแบบนี้ตื่นขึ้นมาจะจำอะไรได้ ผู้หญิงสมัยนี้" ชายหนุ่มจ้องตาเธอจากนั้นเขาก็ยื่นมือมาจับไหล่เธอ ดันตัวเธอออกอย่างสุภาพ ไม่ผลัก แต่ประคองเบาๆ มาตาลดาไม่พูดอะไรสักคำมีเพียงนิ้วเรียวที่ยังกำคอเสื้อเขาแน่น แล้วเธอก็ลากเขาออกไปด้านหน้าผับเหมือนคนเมาที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำอะไรอยู่ และทันทีที่มายมิ้นเดินกลับมาถึงหน้าเคาร์เตอร์บาร์พอดี แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เธออ้าปากค้างทันที "เห้ย... เดี๋ยว เดี๋ยว! มา...ตาล" มาตาลดาเพื่อนใหม่ที่เมาเละจนตาเยิ้ม กำคอเสื้อชายหนุ่มสุดหล่อเอาไว้แน่นแถมเขายังเดินตามเธอออกจากผับไปอย่างง่ายดาย เหมือนลูกแมวเมาเหล้าที่เกาะเจ้าของไม่ยอมปล่อย มายมิ้นตะโกนลั่นจนเด็กเสิร์ฟสะดุ้งทั้งแถบ “มาตาล!! นั่น…นั่นเจ้านายฉันนะ! กลับมาก่อนนน!!” แต่สองคนนั้นก็หายลับ ไปทางหน้าผับเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม