ตอนที่ 3 อยากให้น้องฝึกงานด้วย

1414 คำ
16:30 นาฬิกา หลังจากที่พลอยดาวนั่งรอภูเลิกงานกับพั้นซ์เพื่อนสนิทตั้งแต่ช่วงบ่าย จนตอนนี้ก็จะได้เวลาเลิกงานแล้วแต่ทว่าพลอยดาวก็ยังไม่ย่อท้อที่ยังจะนั่งรอภูจนกว่าเขาจะเดินออกมาจากห้องทำงานให้ได้ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอเริ่มจะนั่งไม่ติดแล้วก็ตาม... 15 นาทีผ่านไป... แกร๊ก !!! เสียงประตูห้องทำงานสุดหรูถูกเปิดออกด้วยมือหนาของภู ชายหนุ่มที่พลอยดาวกำลังนั่งรออยู่โดยไม่ยอมลุกหรือเดินไปไหนมาไหนเลย "ทำไมยังไม่กลับบ้าน" เมื่อเดินออกมาภูก็ถึงกับทำหน้าสงสัยที่เห็นพลอยดาวนั่งรอเขา จนเขาเลิกงาน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ "วันนี้น้าอารยาให้พลอยดาวมาชวนพี่ภูกลับไปทานข้าวที่บ้านค่ะ" เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของภูพลอยดาวที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือเพื่อฆ่าเวลาอยู่นั้นก็รีบปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือทันที แล้วลุกขึ้นพร้อมกับเอ่ยตอบภูเสียงดังฟังชัด วันนี้อารยาฝากพลอยดาวมาเรียกภูกลับไปทานข้าวด้วย จริง ๆ เพราะภูอาศัยอยู่ที่เพนต์เฮาส์สุดหรูย่านใจกลางเมือง ชั้นบนสุด ที่มีเพียงห้องเดียวทั้งชั้น มันทั้งสะดวกและใกล้กับโชว์รูม เลยทำให้เขาไม่ได้กลับไปอยู่บ้านนานหลายอาทิตย์ "อืม" ภูตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรูคู่ใจของเขาที่ไม่เคยมีผู้ใดได้นั่งนอกจากสาวน้อยหน้าสวยอย่างพลอยดาว "พี่ภูรอพลอยดาวด้วย... พะ...พี่ยีนส์คะไปส่งยัยพั้นซ์ให้หน่อยนะคะ" เมื่อเห็นร่างหนาเดินออกไปโดยไม่รอ พลอยดาวก็รีบยัดเยียดเพื่อนรักให้ยีนส์ไปส่งทันที ซึ่งพั้นซ์กับยีนส์เองก็เริ่มชินแล้วเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พลอยดาวใช้ให้เขาไปส่งเพื่อนของเธอ "ชักช้าลีลารีบ ๆ มาขึ้นรถ" เสียงทุ้มตะโกนขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นสาวน้อยมัวแต่ยืนสั่งเสียอะไรบางอย่างกับเลขาส่วนตัวของเขาอยู่ เมื่อได้ยินเสียงของภูตะโกนดังลั่นพลอยดาวก็รีบวิ่งไปขึ้นรถด้วยความเร็วแสงเพราะนาน ๆ ทีที่ภูจะชวนเธอกลับด้วยแบบนี้ ในเมื่อโอกาสมาถึงคนอย่างพลอยดาวที่คอยเก็บทุกรายละเอียดเธอก็จะไม่มีวันพลาด บ้านเชาวกรไพศาล หลังจากรถสปอร์ตคันหรูแล่นออกมาจากโชว์รูมเพื่อเดินทางกลับบ้านก็ใช้เวลาราว 40 นาที กว่าจะมาถึง "แม่ครับ อื้มมม คิดถึงแม่จังเลยครับ" ทันทีที่มาถึงบ้านภูก็รีบลงจากรถแล้วพุ่งเข้ากอดผู้เป็นแม่ที่กำลังจัดโต๊ะอาหารชุดใหญ่อยู่ด้วยความคิดถึง "แหม๊ !! ปากบอกคิดถึงแม่ แต่ไม่กลับมานอนบ้านเลยนะ" อารยาโอบกอดลูกชายกลับด้วยความคิดถึงเช่นกันก่อนจะเอ่ยแซวลูกชายของตัวเองเชิงหยอกล้อเพราะจริง ๆ แล้วเธอรู้ดีว่าลูกชายสุดที่รักของเธอทำงานหนักแค่ไหน "ไว้ผมเคลียร์งานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมจะกลับมานอนบ้านทุกวันเลยนะครับ" ชายหนุ่มยังคงติดนิสัยออดอ้อนผู้เป็นแม่มาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำเอาพลอยดาวที่กำลังยืนดูอยู่เงียบ ๆ อยู่นั้นก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นมุมออดอ้อนน่ารัก ๆ ของเขา "ไง ลูกชายเหนื่อยมั้ยลูก" เสียงของศิลาเอ่ยถามลูกชายเสียงดังขณะที่เขากำลังเดินลงมาจากชั้นบนหลังจากได้ยินข่าวจากภรรยาแสนสวยของเขาว่าวันนี้พลอยดาวจะไปตามภูลูกชายของเขามาทานอาหารเย็นด้วย "ไม่เหนื่อยเลยครับพ่อ แค่นี้สบายมากครับ" "หนูพลอยดาวมาทานอาหารเย็นด้วยกันนะลูก" เสียงของอารยาเอ่ยบอกสาวน้อยแสนน่ารักที่ครองตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดมาตั้งแต่เด็ก ๆ "ค่ะ" พลอยดาวตอบด้วยรอยยิ้มพร้อมกับก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวแพงเพื่อรอทานอาหารเย็น "มา ๆ อาหารพร้อมคนพร้อม ลุย !!" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขี้เล่นพร้อมกับเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามภรรยาของเขา เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว แม่บ้านก็เริ่มตักข้าวให้แต่ละคนจน ทุกคนเริ่มทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข "หนูพลอยดาวลองทานผัดพริกแกงฝีมือแม่ดูสิลูก" อารยาตักผัดพริกแกงฝีมือของตัวเองให้สาวน้อยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชิม "ขอบคุณค่ะ" พลอยดาวเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มพร้อมกับทำท่าตักผัดพริกแกงที่อารยาตักให้เข้าปากแต่ทว่า... "กินเผ็ดไม่ได้แล้วจะกินทำไม" ภูรีบเอ่ยแทรกขึ้นเสียงดังทำเอาพลอยดาวที่กำลังอ้าปากจะกินถึงกับต้องวางช้อนลงในทันที ภูเป็นคนที่มักจะเก็บทุกรายละเอียดไม่ว่าจะการกินการนอนการใช้ชีวิตของพลอยดาวเขามักจะจำสิ่งที่เธอชอบและไม่ชอบอยู่เสมอ รวมถึงตอนนี้ที่เธอไม่ทานเผ็ดเขาก็รีบเอ่ยขึ้น "เหรอจ๊ะ ทำไมหนูพลอยดาวไม่บอกน้าละจ๊ะ น้าขอโทษนะ" อารยารีบเอ่ยขอโทษสาวน้อยจากใจจริงเพราะเธอไม่รู้มาก่อนว่าพลอยดาวทานเผ็ดไม่ได้ "มะ... ไม่เป็นไรค่ะน้า พลอยดาวเองก็อยากชิมฝีมือน้า เลยอยากลองทานดูค่ะ" "มา ๆ งั้นหนูพลอยดาวลองทานปลาผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดีกว่านะไม่เผ็ดแถมยังมีประโยชน์เยอะจ้ะ" อารยายกจานข้าวของพลอยดาวไปแล้วตักผัดพริกแกงใส่จานตัวเองแล้วตักปลาผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้เธอแทนก่อนที่จะวางจานลงเช่นเดิม "ขอบคุณนะคะ" พูดจบพลอยดาวก็รีบตักเข้าปากเพื่อชิมทันที "อื้มมม อร่อยมากเลยค่ะ" เมื่อลิ้นเล็ก ๆ ได้รับรสสาวน้อยก็ถึงกับตาโตเพราะรสชาติที่แสนอร่อย "ฮ่า ๆ อร่อยก็ทานเยอะ ๆ นะจ๊ะ" "หนูพลอยดาว ปี 4 แล้วนี่นา อีกไม่นานก็ต้องไปฝึกงานแล้วใช่มั้ยลูก" ระหว่างที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่อารยาก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้พลอยดาวก็อยู่ปี 4 แล้วอีกไม่นานก็คงไปฝึกงานตามบริษัทต่าง ๆ "ใช่ค่ะ" "น้าไม่อยากให้หนูพลอยดาวไปฝึกงานที่อื่นเลยน้าไม่ไว้ใจ เอางี้มั้ยพลอยดาวก็ไปฝึกงานกับพี่ภูดีมั้ยจ๊ะ" ข้อเสนอของอารยาทำให้สาวน้อยที่นั่งหน้านิ่งอยู่นั้นค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เธอไม่ต้องพยายามขอภูเองเลย "แม่ครับ เด็กมหาลัยที่ต้องมาฝึกงานกับผมมีเยอะแยะ ผมไม่รับครับ" ภูที่นั่งเงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่ทว่าครั้งนี้เป็นโทนน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจและไม่เห็นด้วยกับผู้เป็นแม่นัก "ภูลูก ลูกจะให้น้องไปฝึกงานที่อื่นให้เขาใช้งานน้องหนัก ๆ รึไงไม่สงสารน้องเลยเหรอ" อารยาเอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงออดอ้อนซึ่งลูกชายอย่างภูก็แพ้ลูกอ้อนของผู้เป็นแม่อยู่ตลอด "เอาน่าตาภู ให้น้องไปฝึกงานด้วยเถอะนะ อย่างน้อยถ้าหนูพลอยดาวได้อยู่ใกล้ ๆ ลูก น้องก็จะปลอดภัยหายห่วง" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติและเห็นด้วยกับคำที่ภรรยาพูด ทำเอาภูที่เห็นพ่อกับแม่ของตัวเองต่างพากันยัดเยียดพลอยดาวให้มาฝึกงานกับเขาก็ถึงกับต้องหงุดหงิดขึ้นมาทันทีแต่ก็ขัดใจไม่ได้ "ก็ได้ครับแม่..." "ต้องอย่างนี้สิลูก เราคนกันเองทั้งนั้น" อารยากล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจ "ไปฝึกงานก็ให้ขยัน ๆ อย่าขี้เกียจ แล้วฉันก็ไม่ชอบให้คนมาวุ่นวายด้วย" ภูพูดเสียงแข็ง ก่อนจะหันหน้ามองพลอยดาว "ค่ะ ทราบแล้วค่ะ ไม่เห็นพี่ภูจะต้องทำเสียงดุเลย" พลอยดาวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะน้อยใจหน่อย ๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม