“หนูจะให้โอกาสคนแบบนั้นได้ยังไงคะพ่อ”
เบลล่าพูดเสียงแผ่ว ในหัวเต็มไปด้วยความสับสน
“คนหนึ่งแต่งเพราะผลประโยชน์และความอยู่รอดของตระกูล ส่วนอีกคนแต่งเพราะถูกบังคับ เรื่องนี้มันไม่มีคำว่ารักอยู่เลยค่ะ หนูยังคิดไม่ออกด้วยซ้ำ ว่ามันจะจบลงยังไง”
เซบัสเตียนเงียบไปครู่หนึ่ง สายตานิ่งลึกอย่างคนที่คิดทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว
“จะรักหรือไม่รัก มันไม่สำคัญหรอกเบลล่า”
เสียงทุ้มของเขาเรียบเย็น
“สิ่งสำคัญคือ ลูกต้องมีใบสมรส ลูกต้องเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเจได และลูกต้องมีลูกกับเขาให้เร็วที่สุด”
คำพูดนั้นทำให้เบลล่าพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกแน่นอยู่กลางอก
เธอไม่อยากร้องไห้ ไม่อยากเสียใจ
เพราะแค่ตอนนี้ เธอก็แทบจะเป็นซึมเศร้าอยู่แล้ว
“รับปากพ่อสิ เบลล่า”
เซบัสเตียนพูดต่อ น้ำเสียงยังคงนิ่งเหมือนเดิม
“ว่าลูกจะมีทายาทให้เร็วที่สุด”
“ทำไมคะ…”
เสียงของเบลล่าสั่นเบาๆ
เซบัสเตียนมองลูกสาวตรงๆ ก่อนจะตอบช้าๆ
“เพราะสายเลือด…คือสิ่งเดียวที่ผูกผู้ชายไว้ได้จริงๆ ถ้าลูกมีลูกกับเจได เขาจะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ เขาจะทิ้งลูกกับเมียไม่ได้ง่ายๆ”
แหมะ…
หยดน้ำตาไหลลงข้างแก้มของเบลล่าโดยที่เธอแทบไม่รู้ตัว
“แต่เด็ก…ไม่ควรเกิดมารับกรรมแบบนี้นะคะพ่อ”
เสียงเธอแผ่วลง
“แค่ไม่ได้เกิดจากความรัก มันก็เลวร้ายพอแล้ว แต่เด็กคนนี้ยังต้องเกิดมาท่ามกลางความขัดแย้ง ต้องกลายเป็นเครื่องมือของผู้ใหญ่”
เธอกลืนน้ำลายก่อนพูดต่อ
“มันจะไม่โหดร้ายเกินไปสำหรับเด็กคนหนึ่งเหรอคะ”
เซบัสเตียนมองเธอนิ่ง
“ไม่เลยลูก”
น้ำเสียงของเขามั่นคงอย่างคนที่เชื่อในคำพูดของตัวเอง
“มันจะไม่เลวร้ายอะไรเลย ถ้าลูกสามารถควบคุมเจไดได้”
เขาพูดช้าๆ ทีละคำ
“ถ้าลูกทำให้เขาหันมารักลูกได้”
สายตาของเซบัสเตียนนิ่งลึก
“เด็กคนนั้นจะไม่ได้เกิดมาในความเลวร้ายเลย ตรงกันข้าม เขาจะเกิดมาพร้อมทุกอย่าง ทั้งอำนาจ ฐานะ และการปกป้องจากสองตระกูลใหญ่”
เบลล่าซับน้ำตาลวกๆ
เธอเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
เหมือนคนที่เข้าใจ…แต่ไม่ได้ยอมรับทั้งหมด
“ค่ะ…”
เสียงของเธอเบามาก
“หนูเข้าใจแล้ว”
ถ้าบอกว่าไม่เข้าใจแล้วมันจะมีประโยชอะไรละ
“ไปกันเถอะลูก ลูกของพ่อสวยที่สุด งานแต่งครั้งนี้ ผู้หญิงหลายคนคงอิจฉาลูกครึ่งค่อนประเทศ และผู้ชายหลายคนคงอิจฉาเจไดไม่ต่างกัน”
เบลล่าไม่พูดอะไรต่อ เพราะรู้ดีว่สสำหรับเธอกับเจไดไม่มีอะไรให้น่าอิจฉาแม้แต่นิดเดียว ร่างบางในชุดสุดหรูลุกขึ้นยืนเงียบๆ และเดินออกไปจากห้องพร้อมเซบัสเตียนผู้เป็นพ่อ
~ห้องจัดเลี้ยงเวลาต่อมา~
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงเบาๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมสุดหรูระดับประเทศ
แขกผู้มีเกียรติจากสองตระกูลใหญ่ยืนพูดคุยกันเบาๆ ในมือแก้ววิสกี้ราคาแพง เฉลิมฉลองความเป็นมงคลให้คู่บ่าวสาว
ทันทีที่บานประตูห้องจัดเลี้ยงเปิดออก
เสียงพูดคุยทั้งห้องก็เงียบลงทันที
เบลล่าปรากฏตัวที่ปลายพรมแดงในชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบหรู บนตัวประดับประดาไปด้วยของล้ำค่า เพชรเม็ดงามส่องแสงระบิบระยับ เล่นแสงไฟได้เป็นอย่างดี
ผมยาวถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เธอไม่ได้เพียงแค่สวย แต่สวยจนทั้งห้องต้องหันมามอง เสียงชื่นชมกระซิบดังขึ้นเป็นระยะ
“พระเจ้า เจ้าสาวสวยมาก…”
“เหมือนเจ้าหญิงเลย”
“สมกับเป็นลูกสาวตระกูลอันเกรวาเซียจริงๆ
ช่างเหมาะกับตระกูลคาร์เนอร์ราวกิ่งทองใบหยก”
เบลล่าสอดแขนเข้ากับวงแขนของเซบัสเตียน ก่อนจะเริ่มเดินลงมาตามพรมแดงอย่างสง่างาม
ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ
หลายคนชื่นชมในความงามของเธอ ยกเว้นเจ้าบ่าว เจไดยืนอยู่ปลายพรมในชุดสูทสีดำเรียบหรู ท่าทางนิ่งขรึมราวกับรูปสลัก
เฮเดนที่ยืนข้างๆเขาเผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว
“โอ้…”
เขาโน้มตัวมากระซิบข้างหูเพื่อน
“เจ้าสาวนายสวยมากว่ะ”
เจไดไม่ได้ตอบอะไร
สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามา เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ใช่…เธอสวยจริง สวยจนยากจะละสายตา
แต่แล้วเปลือกตาหนักๆที่แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็กะพริบสองครั้ง เหมือนต้องการลบความสนใจนั้นออกไป
เขาเบือนสายตาเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเรียบ
“แค่นี้นายก็บอกว่าสวยแล้วเหรอ”เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วแบบไหนนายถึงจะบอกว่าสวย”
อเล็กซ์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งรีบหันมากระซิบ
“เออ…เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวทันไหมวะ”
เฮเดนพูดทีเล่นทีจริง
“ถ้านายไม่เอา ฉันเอาเองก็ได้นะ”
เจไดแค่นหัวเราะเบาๆในลำคอ
“ตามสบาย ถ้าปู่ยอม ”
แต่แม้ปากจะพูดแบบนั้น
สายตาของเขาก็ยังเผลอกลับไปมองหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาอีกครั้ง
ไม่นาน เบลล่าก็เดินมาหยุดตรงหน้าเขา
ระยะห่างระหว่างทั้งสองไม่ถึงหนึ่งก้าว
สายตาของพวกเขาปะทะกันตรงๆ
ใกล้กว่าที่เคยแต่เย็นชาพอๆกัน
เซบัสเตียนหันมามองเจได ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เจได”
เขาจับมือของลูกสาว แล้วยื่นให้ชายหนุ่มตรงหน้า
“พ่อฝากน้องด้วยนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่เบลล่าก็คือดวงใจของพ่อ ช่วยทนุถนอมสักนิดนึง ”
เจไดรับมือของเบลล่ามาอย่างสุภาพ
“คุณพ่อไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลเธอเป็นอย่างดี ” ประโยคหลังเขาพูดช้าๆชัดๆ และก้มมองคนข้างกาย เบลล่าเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย
สองคนสบตากันไม่นาน เบลล่าก็รีบแอบเบือนหน้าหนี ดูก็รู้ว่าคำพูดของเขามันดูปลอม มันไม่มีความจริงใจเลยซักนิด