ไม่ว่าเปล่าดวงหน้าหวานละมุนยื่นเข้ามาใกล้ชิดเขามากขึ้น ราชาแทบจะกลั้นลมหายใจในตอนนั้นเลย ทว่าเขาเอาแต่นั่งนิ่งและจ้องมองถนนเบื้องหน้าเท่านั้น หัวใจที่เคยด้านชามาหลายปีตอนนี้เริ่มอ่อนไหวกับผู้หญิงคนนี้แล้ว
หลายต่อหลายครั้งที่มินตราทำเอาเขาเสียอาการ เขาต้องนึกถึงแต่ภาพของเธอจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
“ถ้าเธอยังไม่เลิกเข้าใกล้ฉัน ฉันจะจอดรถข้างทางตอนนี้” เขาพูดขู่ แต่กลับไม่ทำให้เธอเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำคนตัวเล็กยังเขยิบกายเข้าหาเขาอีกต่างห่าง
“ทำไมเหรอคะ หรือว่าคุณราชาจะคิดอะไรจริง ๆ”
วินาทีต่อมารถยนต์คันนี้ตบไฟเลี้ยวจอดตรงข้างทาง ราชายกฝ่ามือหนาปาดหน้าตัวเองแผ่วเบา ราวกับว่าน้ำเสียงของเธอกระตุ้นอารมณ์ของเขาอย่างไม่มีสิ้นสุด และเป็นตัวเขาเองที่เสียอาการ...
“เธอเดาความคิดฉันออกทุกอย่าง แล้วทำไมถึงอยากได้คำตอบจากฉัน”
“ก็มันน่าแปลก ตลาดสดที่ไม่ค่อยมีคนมาเดินแทบจะทำรายได้ให้คุณไม่ถึงครึ่งของทุนที่คุณเสียไปด้วยซ้ำ แล้วมันก็คงเทียบไม่ติดกับหนี้ที่เสี่ยพิศาลติดคุณอยู่ นอกจากว่าคุณราชาเองมีความต้องการอย่างอื่น เลยยอมทุ่มทุนปรับปรุงตลาดใหม่ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์แถวนั้นใหม่” เธอร่ายยาวราวกับเดาความคิดของเขาออกหมดเปลือก แน่นอนว่าคำพูดเหล่านั้นมันถูกทั้งหมด เพราะเขาไม่อยากให้เธอมีชีวิตแบบแต่ก่อน จะเดินไปไหนมาไหนคนเดียวก็ควรจะเป็นที่ที่ปลอดภัย ไม่ใช่สังคมที่ห้อมล้อมด้วยพวกขี้ยาหรือพวกที่ชอบสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว
“มันก็ถูกที่ฉันไม่ได้กำไรอะไรเลยจากตลาดสด แต่ถ้ามันทำให้ฉันสบายใจไม่ว่าต้องทุ่มเงินเท่าไหร่ ฉันก็ยอม”
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น จังหวะของหัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม ถึงเขาจะไม่สารภาพออกมาตรง ๆ แต่พอได้ฟังแบบนั้นมันก็ทำให้เธอยิ้มได้
“คุณเป็นห่วงฉันจริงด้วย”
“ก็ตอนที่ฉันโดนล่าที่ซอย มันทำให้ฉันอยากจะปรับปรุงแถวนั้นใหม่ เธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวนะ จะปล่อยให้อยู่กับสังคมแบบนั้นได้ยังไง”
“ไม่อยากเชื่อนะคะ ว่ามาเฟียอย่างคุณจะมีมุมอ่อนโยนแบบคนอื่นเขาด้วย”
มินตราจ้องมองเขาด้วยสายตาที่สะท้อนถึงความอบอุ่นและจริงใจ ส่วนท่อนแขนทรงพลังของราชาวางทาบบนพวงมาลัย อีกข้างก็วางลงบนหน้าตักของตัวเอง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหลังเลนส์แว่นเลื่อนลงมาตั้งแต่ริมฝีปากหยัก ไล่มาตรงลูกกระเดือก เอาจริงเขาก็เป็นคนที่หล่อและมีเสน่ห์มาก
จนเธอเลื่อนลงมาสนใจหน้าอกของราชา เม็ดกระดุมที่เผยให้เห็นรอยสักทว่าเธอก็มองไม่ชัดนักว่าเป็นรูปอะไร
“นี่คุณราชาสักด้วยเหรอคะ”
“ก็มีบ้าง” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคมคายหันมามองคนตัวเล็กที่กำลังสนใจรอยสักของเขาเป็นอย่างมาก ร่างบางของมินตราพลิกกายมาคร่อมบนตักของราชา นี่เธอเผลอตัวถึงขั้นถึงเนื้อถึงตัวอีกฝ่ายขนาดนี้เลยเหรอ
ฝ่ามือแกร่งเลื่อนขึ้นมาโอบกอดเอวคอดกิ่ว ขณะที่มือเล็กดึงเสื้อเชิ้ตของเขาเพื่อมองดูรอยสักนั้นเต็มตา รอยสักรูปเสือคำรามน่าเกรงขามตัดกับกล้ามเนื้อแน่นกระชับ สายตาคู่สวยจ้องมันอย่างไม่กะพริบพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ฉันไม่เคยเห็นรอยสักสวยแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัวแบบนี้เลยค่ะ แต่ถ้าขนาดนี้ต้องเจ็บมาก ๆ แน่เลย”
“ถ้าแค่สักแล้วเจ็บ ฉันคงทำอย่างอื่นไม่ได้หรอกนะ”
“ก็จริงค่ะ มาเฟียอย่างคุณคงไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว”
“แล้วรู้ตัวไหม ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่” ดวงหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมาสบตากับเธอ แต่ทว่าประโยคเหล่านั้นดึงสติของคนตัวเล็กให้กลับมาอยู่กับตัวเอง เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถือวิสาสะปีนขึ้นมาอยู่ตัวเขา แถมตอนนี้เราสองคนยังแนบสนิทกัน
“ขอโทษค่ะ” เธอเอื้อนเอ่ยวาจาขึ้นด้วยความรู้สึกผิด
และในตอนนั้นเองกำลังจะลุกขึ้นจากหน้าตักเขา...ทว่าฝ่ามือแกร่งของราชากดเอวบางนั่งลงที่เดิม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นเบิกโพลงกว้างในทันที
“จะรีบลุกไปไหน ยังดูไม่สมใจเลยไม่ใช่เหรอ?” ครั้งนี้เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทำให้มินขนลุกซู่
“ฉันดูพอแล้วค่ะ แล้วก็เผลอตัวไปหน่อย”
“อยากดูก็เปิดออกดูเลยสิ” ขณะที่กลีบปากหนาเปล่งถ้อยคำเหล่านั้นออกมา มือแกร่งของราชาก็เลื่อนมาปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกทีละเม็ด
และเผยให้เห็นแผงหน้าอกทรงพลังที่เต็มไปด้วยรอยสักรูปเสือคำรามที่แผ่รังสีแห่งความดุดันและทรงอำนาจ เลื่อนสายตาลงมาก็เห็นกล้ามท้องแน่นกระชับของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นรัวอย่างบอกไม่ถูก นี่เป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่าที่มินตราตกอยู่ในสภาพแบบนี้...สภาพที่จ้องมองร่างกายของเพศตรงข้ามตาเป็นมัน
เห็นแล้วมันก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้...เธออยากจะเลื่อนฝ่ามือไปลูบไล้แต่ก็ทำได้เพียงนั่งตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าสัมผัสเขาเลยด้วยซ้ำ
****