ตัดภาพมาที่มหาลัยเอกชน
ตึกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ที่ดูทันสมัย สนามหญ้าถูกตัดแต่งอย่างสวยงาม ร่างเล็กของมินตราสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวจับคู่กับกางเกงยีนสีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบดูสะอาดตา
ใบหน้าหวานละมุนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางให้ลุคดูเป็นธรรมชาติ จมูกเป็นสันรับกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยดัดเป็นลอน ดวงตากลมโตเปล่งประกายภายใต้กรอบแว่นหันไปมองเพื่อนสนิทของเธออย่าง พลอย
“เลิกเรียนแล้วไปไหนดี เรายังไม่อยากกลับบ้านเลยพลอย”
“งั้นไปเดินเล่นสวนไหม ไปถ่ายรูปเล่นกัน”
“พี่ริว รินนี่อยากไปชอปปิ้งค่ะ พอดีว่ากระเป๋าเพิ่งออกมาใหม่รินนี่เลยอยากจะไปซื้อ” เสียงแหลมดังแว่วมาจากด้านหลัง ก่อนที่ร่างของหล่อนจะชนเข้ากับแผ่นหลังของมินตรา รินนี่มุ่งตรงไปหาผู้ชายร่างสูงที่ยืนรออยู่ โดยไม่สนใจเลยว่าเธอเดินชนกับอดีตเพื่อนสนิท...
นัยน์ตาคู่สวยหลังเลนส์จ้องเขม็งด้วยความไม่พอใจ แค่ขอโทษสักคำก็ไม่มี แม้แต่หล่อนจะเหลียวมองก็ยังไม่มี!
“ไปกันครับ รินนี่อยากได้อะไรพี่จะซื้อให้นะ” ชายหนุ่มร่างสูงสวมเสื้อยืดสีดำคู่กับกางเกงยีนพูดขึ้น แววตาของเขาสนใจเพียงแต่หล่อนเท่านั้น ทั้งที่สายตาแบบนั้นเขาก็เคยมองเธอเช่นกัน
“นี่! เธอเดินชนคนอื่นจะไม่ขอโทษหน่อยเหรอ” พลอยคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตะโกนถามขึ้น
“ตายจริง! มีคนยืนอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอคะ แต่ว่าได้กลิ่นอะไรเหม็น ๆ อ๋อ กลิ่นหมาหัวเน่านี่เอง” หล่อนไม่ว่าเปล่า ยื่นดวงหน้าเข้ามาใกล้เธอแถมยังทำท่าสูดจมูก ก่อนจะยกนิ้วชี้ของเธอปิดจมูก ท่าทางดูถูกกันแบบนั้นทำเอามินกำหมัดแน่น
“ปากแบบนี้มันน่านัก”
“คุณจะทำอะไรแฟนผมครับ รบกวนให้เกียรติกันด้วย” ริวเอ่ยปากปกป้อง ส่งผลให้ไฟโทสะลุกโชนในใจ เธอจะไม่ทนอีกต่อไป
“ว้าย!” ร่างบางของมินเข้ามาประชันชิดตัวของรินนี่ ก่อนที่จะออกแรงชนเข้าที่ไหล่อย่างจัง หล่อนถึงกับกรีดร้องดังลั่นไปทั่วคณะ
“ชนมาชนกลับ ให้เกียรติกันงั้นเหรอ? ฉันไม่ให้เกียรติผู้หญิงที่หน้าด้านหน้าทนคนนี้หรอกค่ะ ก็เหมาะสมกันดีนะคะเหมือนขี้กับเยี่ยว”
“มันจะมากไปแล้วนะมิน พี่ว่าเรื่องของเรามันก็จบไปแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้ามินยังจะทำตัวเหมือนหึงหวงพี่แบบนี้ พี่ว่ามินอย่าทำเลยดีกว่า”
“เหอะ! มินเนี่ยนะจะเสียดายพี่ ขยะที่ทิ้งไปแล้วมินไม่เก็บมาใช้ใหม่หรอกค่ะ” คนตัวเล็กเค้นหัวเราะในลำคอ
“พี่ริวดูมันทำกับรินนี่ มันชนไหล่รินนี่จนเจ็บไปหมดเลยค่ะ” หล่อนเดินเข้าไปควงแขนคนตัวสูง พลางเอื้อนเอ่ยวาจาด้วยความออดอ้อน แต่มองดูก็รู้ว่าตอแหลมากกว่า!
“หยุดมั่นก่อนสาว เธอเดินมาชนฉันก่อนคำว่าขอโทษสักคำก็ไม่มี ชนมาชนกลับไม่โกงนะจ๊ะ” มินขยับริมฝีปากพูดกับเธอ จากนั้นก็เลื่อนไปดึงข้อมือของเพื่อนอย่างพลอยเดินออกจากคณะ
ทั้งสองคนมุ่งตรงมายังสวนสุขภาพของมหาวิทยาลัย มินตราสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เธอรู้สึกโล่งอกที่ออกมาจากสองคนนั้นได้ เรียวขาก้าวไปตามพื้นปูที่ทอดยาวออกไป
“แบบนี้มันหาเรื่องกันก่อนชัด ๆ แล้วอีพี่ริวไม่มีตาเหรอถึงไม่เห็นว่ารินนี่มาชนเธอก่อน เข้าข้างกันไม่ลืมหูลืมตา”
“ความสุขมันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ การกระทำแบบนั้นมันจอมปลอมอีกหน่อยรินนี่ก็คงจะโดนเหมือนเรา”
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงเหรอ” พลอยถามขึ้น
“ก็สายตาที่เขามองรินนี่ เขาก็เคยมองเราแบบนั้นมาก่อน การกระทำที่ดูเอาใจใส่ที่เขาทำกับรินนี่ เราก็เคยได้รับมาก่อน มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะสำหรับผู้ชายที่มักมากแบบนั้น”
“เราไม่เข้าใจจริง ๆ นอกจากจะตาบอดแล้วยังหลงตัวเอง”
“รินนี่เป็นของเล่นชิ้นใหม่สำหรับคนมักมากอย่างเขา ส่วนเราก็เป็นเหมือนคนที่ไม่เล่นด้วย เล่นตัวไปนาน ๆ ก็เกิดเบื่อเรามั้ง”
“ดีแล้วแหละที่มินออกมาจากคนแบบนั้นได้ แบบนี้ทำให้เลิกกันจะรู้สึกสะใจมาก ๆ”
“เราก็อยากให้สองคนนั้นเลิกกันอยู่นะ ไม่ว่าต้องแลกมาด้วยอะไรเราก็ยอม เห็นแล้วมันขัดหูขัดตามันอยากจะจิกหัวแม่รินนี่มาตบสั่งสอน”
“ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงที่ดูใสซื่ออย่างมินจะแค้นใครเป็นด้วย”
“เขามาทำเราก่อนนะพลอย เราไม่ใช่หินไม่ใช่ปูนที่จะไม่รู้สึกรู้สาอะไร เอาคืนบ้างจะเป็นอะไรไป”
“หยุดคิดถึงเรื่องคนอื่นได้แล้ว เรามาเดินเล่นเดินถ่ายรูปไม่ใช่เหรอ มินอยากถ่ายรูปไหมเราถ่ายให้”
“เอาสิ ไม่ได้ถ่ายรูปนานแล้วเหมือนกัน” เมื่อว่าจบคนตัวเล็กหยิบมือถือของตัวเองส่งให้เพื่อน พร้อมกับระบายยิ้มกว้างออกมา ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่มินจะได้ผ่อนคลาย เรียนอยู่ที่เดียวกันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเจอคู่รักคู่นั้น ทางที่ดีการหลบหน้าอาจจะเป็นทางออกสำหรับเธอ แต่การเผชิญซึ่ง ๆ หน้ามันก็สะใจไม่น้อย แม้อยากจะทำมากกว่านั้นก็ตาม...
มินและเพื่อนใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แลกกันถ่ายรูปและเดินไปรอบ ๆ สวนสุขภาพแห่งนี้ ไม่ต้องคิดมากมันยิ่งทำให้จิตใจของเธอเข้มแข็งมากขึ้น เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยกันทำให้มินไม่ต้องคิดมาก
และวินาทีนั้นเธอรู้สึกมีความสุขได้โดยไม่ต้องการผู้ชายคนไหนเลย...หันมารักตัวเองจะดีกว่า
****