อารัมภบท
มหาลัยเอกชน
แสงอาทิตย์สีเหลืองอบอุ่นสาดลงมากระทบพื้นดิน ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสตัดกับกลุ่มเมฆาสีขาวนุ่มลอยตัวเป็นรูปร่าง สายลมเย็นพัดผ่านต้นไม้ส่งผลให้กิ่งก้านของมันเอนอ่อนตามแรงลม ช่วงพักกลางวันนักศึกษาต่างเดินสวนกันไปมาตามทางเท้า บ้างก็จับกลุ่มนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น เสียงพูดคุยกันแว่วมาแผ่วเบาขณะที่ลำตัวบอบบางก้าวเท้าผ่านโถงทางเดิน
ตึกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ดูทันสมัย ผนังกระจกสะท้อนเงาต้นไม้ตัดกับท้องฟ้าสดใสราวกับภาพวาด พื้นที่โดยรอบตกแต่งด้วยสนามหญ้าสีเขียวขจี
“นั่นมันพี่ริวคนคุยของแกไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมากับรินนี่ได้ล่ะ” เพื่อนของเธอถามขึ้น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนภายใต้กรอบแว่นจับจ้องมองภาพของคนสองคนที่เพิ่งจะลงจากรถสปอร์ตคันสีดำ
รินนี่เพื่อนอีกคนในกลุ่มก้าวลงมาจากรถทันทีที่ริวเปิดประตูรถให้ หล่อนฉีกยิ้มเย้ยหยันมามองทางเธอและเพื่อนอีกคนอย่าง พลอย ใครก็รู้ว่าเธอกับผู้ชายคนนั้นกำลังศึกษาดูใจกันอยู่
ทว่าวันนี้หล่อนเดินมาพร้อมกับผู้ชายร่างสูงด้านข้าง ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ
“นี่มันหมายความว่ายังไงกัน” ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเปล่งวาจาถามขึ้นด้วยความสงสัย มือเล็กอีกข้างยกขึ้นมาขยับกรอบแว่นตาเล็กน้อย หวังว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดจะไม่เป็นความจริง
มิน มินตรา นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาการผลิตสื่อ ผู้มีใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลมโตเป็นประกายสีน้ำตาลอ่อน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและจริงใจ จมูกเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป เรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนดัดเป็นลอน ขับผิวพรรณขาวเนียนละเอียดให้ความรู้สึกนุ่มนวล
เธอสวมชุดนักศึกษาจับคู่กับกระโปรงสีดำยาวถึงหัวเข่า สะพายกระเป๋าผ้าสีขาวเอาไว้ที่ไหล่ข้างซ้าย
รินนี่เลือกที่จะไม่ตอบคำถามของมิน แต่กลับเอื้อมมือมาควงแขนของอีกคนเพื่อแสดงถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ส่วนผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนคุยของเธอ เราสองคนอายุห่างกันมากและเริ่มต้นความสัมพันธ์มาตั้งแต่กลางปี ทว่าตอนนี้เขากลับยืนข้างผู้หญิงคนนี้
“พี่ริวไม่ได้ยินที่มินถามเหรอคะ” ตัวเล็กเปล่งเสียงดังขึ้นอีกระดับ นัยน์ตาคู่สวยจ้องเขม็งไปยังเขา
ความริษยากัดกินหัวใจดวงน้อยของเธอทีละนิด ฝ่ามือบอบบางเริ่มกำเข้าหากันแน่นราวกับศัตรูที่คอยแทงข้างหลังเธอคือเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน
“มันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าพี่กำลังคบกับรินและเราสองคนก็รักกันมาก ๆ ด้วย”
คำพูดเหล่านั้นเป็นของแหลมคมชิ้นดีทิ่มแทงลงกลางใจของมินตรา เธอรู้สึกว่าเวลาที่ผ่านมานั้นไร้ค่าเหมือนเขาผลักเธอตกลงมาจากที่สูง ในวันที่เธอรู้สึกดีต่อเขาอยู่เต็มอก
“แล้วที่ผ่านมามันไม่มีค่าอะไรสำหรับพี่เลยเหรอ เราคุยกันทุกวันพี่ไม่รู้สึกอะไรเลยจริงดิ”
“คุยกันต่อไปเราจะได้คบกันเหรอมิน ที่ผ่านมาพี่ก็รอมาตลอดแต่สุดท้ายความสัมพันธ์เราไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย มันยังอยู่ที่เดิมสู้พี่ไปคบกับคนใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ”
“อ๋อ พี่ก็เลยหันไปคบกับเพื่อนหนูอย่างนั้นเหรอคะ การที่พี่ทำอย่างนี้มันถูกต้องแล้วเหรอ”
“เธอเสียดายเหรอที่ไม่ยอมคบกับพี่ริวตั้งแต่แรก ก็รู้อยู่หรอกนะว่าพี่ริวทั้งหล่อทั้งรวย แต่ในเมื่อเธอไม่คว้าโอกาสเอาไว้เองจะมาโทษฉันก็ไม่ได้นะ”
“มั่นหน้าเกินไปหรือเปล่าสาว เธอแย่งคนคุยของเพื่อนนะ” คราวนี้เสียงแหลมของพลอยที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยวาจาขึ้น เมื่อยืนฟังสถานการณ์อยู่นานก็อดไม่ได้ที่จะเปล่งวาจาปกป้องมินตรา
“เอาเลยค่ะ อยากคบกันก็เชิญเลยค่ะที่ผ่านมาก็ถือว่ามินเสียเวลาเปล่า รักกันจนตายเลยก็ดีนะคะ”
“ไม่ต้องห่วงจ้ะ รักกันดีจนถึงแก่อยู่แล้ว” หล่อนคนนั้นเชิดหน้าเย่อหยิ่ง สายตาที่มองเธอราวกับผู้ชนะความโกรธแค้นเริ่มก่อตัวภายในใจของหญิงสาว อย่าให้เธอมีโอกาสเอาคืนบ้างล่ะ อย่าหวังว่าจะได้รักกันดีเลย
“ไปกันเถอะพลอย ขยะแขยงที่ต้องใช้อากาศหายใจกับคนแบบนี้” มินตราหันไปบอกเพื่อนที่ยืนอยู่ด้วยกัน
“ไปเถอะมิน อย่าไปใส่ใจคนพวกนี้เลย” เมื่อว่าจบประโยคฝ่ามือบางของพลอยก็เอื้อมมาจับมือของเธอ และในที่สุดทั้งสองคนก็เดินออกไปจากตรงนี้ได้ เหมือนยกความกดดันออกจากอกทำให้มินตราระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
บริเวณด้านหน้าของตึกมีเงาของร่มไม้สาดลงมากระทบพื้นปูนสีขาว ทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกับมองหน้ากัน
“ไม่เป็นอะไรนะ เธอไม่เหมาะสมกับคนแบบนั้นหรอก”
“เราแค่รู้สึกเสียเวลา คุยกันมาก็ตั้งนานสุดท้ายก็...” มินไม่ได้ว่าอะไรต่อ แต่สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความผิดหวัง
จะให้เธอมาร้องไห้เสียใจความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านั้น อันที่จริงเธอไม่มีสิทธิ์หึงหวงด้วยซ้ำ เพราะทั้งสองคนยังไม่ถึงขั้นคบหาดูใจ
“ผู้ชายคนอื่นมีเยอะแยะ เธออย่าไปสนใจเลยนะ”
“แล้วใครจะมาสนใจยัยแว่นแต่งตัวเชยอย่างเรา พลอยก็รู้กว่าเราจะเปิดใจให้ใครไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“งั้นมินจะทำอะไรกับพวกเขางั้นเหรอ”
“เราจะทำอะไรได้ล่ะพลอย เราก็แค่คนธรรมดาจะไปห้ามให้เขารักกันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ถ้าทำให้เลิกกันก็พอเป็นไปได้อยู่” ดวงตาคู่นั้นดูแน่วแน่พลางยกท่อนแขนขึ้นกอดอก ในเมื่อกล้าทำแบบนี้กับเธอ อย่าหวังเลยว่าจะได้รักกัน!
“เธอจะทำยังไงเหรอมิน?” พลอยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแต่แฝงไปด้วยความอยากรู้เต็มไปหมด
“ไม่ได้อยากทำร้ายพวกเขาหรอกนะ แต่ในเมื่อเขามาทำเราก่อนเราก็ต้องเอาคืนบ้าง”
“เราไม่ได้เข้าข้างพวกนั้นเลยนะ เธออยากทำอะไรก็ทำเลย” พลอยเสนอ
“เราก็แค่อยากทำให้พวกนั้นเจ็บบ้าง” ว่าพลางกำหมัดแน่น ความริษยาในใจเป็นเหมือนยาพิษที่กำลังกัดกินใจเธอ ก่อนจะไปหาผู้ใหม่ทำให้เขารู้ว่าเธอก็ไม่ได้อ่อนแอและยอมคนเสมอไป!
****