โคตรโชคร้าย แต้มบุญไม่หลงเหลือ หนำซ้ำผลบุญยังไม่นำพา!!
อยากจะถามเขาไปตรงๆ ทำไมถึงรู้ว่าผู้หญิงที่ทำร้ายเขาวันนั้นกับเธอเป็นคนคนเดียวกัน แต่ติดอยู่ที่ตอนนี้เพื่อนของเขากับเด็กนั่งดริงก์กำลังเชียร์ให้ทายาทอัศวเศรษฐ์รีบป้อนไวน์ให้เธอสักที
“เลือกเอานะว่าอยากช่วยบริษัท หรืออยากมีประวัติคดีทำร้ายร่างกาย”
ให้ทางเลือกยังไง ทำไมรู้สึกเหมือนโดนบังคับ!!
ในเมื่อไม่มีทางไหนให้เธอเลือก ก็คงต้องจำยอมให้เขาป้อนไวน์แต่โดยดี
เสียงเชียร์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดฐากรณ์ก็ตัดสินใจกระดกไวน์เข้าปากไปอึกใหญ่ ยกสองมือขึ้นประคองกรอบหน้าของหญิงสาวไว้ ก่อนประกบปากหยักสวยของเขาเข้ากับปากบางนุ่มของเธอ ส่งผ่านไวน์แดงรสชาติฝาดจากปากเขาป้อนเข้าปากเธอทีละนิดๆ กระทั่งเธอกลืนกินมันลงคอจนหมดสิ้น
แต่ความฝาดและขมปร่าที่แฝงไปด้วยความหวานยังไม่จางหาย ทว่ามันกลับยั่วยวนชวนให้ปลายลิ้นของเขาและเธอควานหารสหวานนั้นต่อ อวัยวะหยุ่นนุ่มเข้าสำรวจโพรงปากของกันและกัน ความวูบไหวเข้าจู่โจมท้องน้อยในฉับพลันทันที ร่างกายซ่านสยิวจนรู้สึกได้ถึงความปรารถนาบางอย่างที่กำลังวิ่งพล่านไปทั่ว
สมองไม่สั่งการ พอๆ กับโสตประสาทที่ไม่ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวโห่ร้องป้องปากของคนอื่นๆ ที่ยังคงเฝ้ามองกิจกรรมร้อนฉ่าของทั้งคู่
“ไอ้กรณ์ เบาหน่อยเพื่อน มึงกะจะจูบปากน้องบัวจนเปื่อยเลยหรือไง” ชาลีว่าพลางขว้างกับแกล้มชั้นยอดอย่างเม็ดมะม่วงหิมพานต์ปาใส่เพื่อนไปสามสี่เม็ด กระทั่งเจ้าตัวได้สติ ผละปากเขาออกจากปากเธอ
“ทีนี้พอใจพวกมึงรึยังล่ะ” ฐากรณ์ค่อนขอด พลางยกมือขึ้นเช็ดปาก ยกไวน์ที่เหลือกระดกดื่มพรวดเดียวจนหมด
“มึงนี่ดุได้โล่เลยว่ะไอ้กรณ์ เมื่อก่อนดุยังไง ตอนนี้ก็ดุอย่างนั้น” เก่งกาจว่าพลางคว้าขวดไวน์มารินเพิ่มให้เพื่อน
“กูล่ะสงสารน้องบัวจริงๆ” ชาลีพูดเสริม ในกลุ่มเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ใครๆ ก็รู้ว่ากิตติศัพท์ความดุของฐากรณ์นั้นเลื่องชื่อลือชาแค่ไหน
“หุบปากเน่าๆ ของพวกมึงได้แล้ว” ฐากรณ์หยิบเม็ดมะม่วงหิมพานต์ปากลับใส่เพื่อนปากหมาทั้งสองคนบ้าง ลอบมองสีหน้าของบัวชมพู หน้าเธอแดงซะยิ่งกว่ามะเขือเทศที่วางประดับชามนั่นอีกมั้ง
“มึงนี่แน่จริงๆ ไอ้กรณ์ ยอมใจเลย ยังไงพรุ่งนี้ให้คนของมึงส่งสัญญามาให้กูละกัน” เก่งกาจกดยิ้มมุมปาก พอใจที่เห็นเพื่อนสนิทผู้ที่ไม่แตะต้องผู้หญิงคนไหนมานานหลายปีจูบผู้หญิงต่อหน้าพวกเขาอย่างดูดดื่ม
ไม่น่าเชื่อว่าจะปิดดีลที่ยาวนานนี้ได้เพียงจูบแค่จูบเดียว
จากสีหน้าที่เหมือนคนแบกโลกทั้งใบเอาไว้ตลอดเวลา วันนี้เป็นวันที่เขายิ้มกว้าง เหมือนได้ยกดอยอินทนนท์ที่ทั้งสูงใหญ่และหนักอึ้งออกจากอก ก่อนพวกเขาจะชนแก้วฉลองให้กับเรื่องราวที่น่ายินดีนี้
แต่กระนั้นก็มีคนหนึ่งในห้องที่แม้จะแสร้งทำหน้ายินดี เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มหวาน ยินดีกับเจ้านายของตัวเอง แต่ข้างในลึกๆ ความรู้สึกหวามไหวยังตามรังควานไม่หาย เมื่อท่านประธานแห่งอัศวเศรษฐ์ดีใจจนลืมตัว ดึงตัวเธอให้เอนกายอยู่ภายในวงแขน
ปากพูดคุยสนทนากับเพื่อนทั้งสองอย่างออกรสออกชาติ มือขวาถือแก้วไวน์แกว่งไปมา แต่ทว่ามือซ้ายกลับลูบไล้ที่หัวไหล่ บ้างก็จับปอยผมเธอลูบมันขึ้นลงอยู่อย่างนั้น
เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไร เล่นละครไปตามน้ำ แต่เธอนี่สิ หญิงสาวผู้อ่อนไหวและเซนซิทีฟกำลังรู้สึกว่าร่างกายของเธอกำลังจะทนไม่ไหว สัมผัสจากเขาทำให้น้องบัวน้อยเต้นตุบ ตอดรัดขมิบตัวเองย้ำๆ ซ้ำๆ ยิ้มและหัวเราะกับบทสนทนาของพวกเขาก็จริง ทว่าในใจกลับหยุดคิดถึงจูบเมื่อกี้ไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว
แต่แย่หน่อย ยิ่งพยายามหยุดคิด ฐากรณ์ก็กระตุ้นความปรารถนาในใจของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงเพลงในห้องดังมากจนบางทีคุยกันไม่รู้เรื่อง เขามักจะโน้มตัวลงมาพูดกับเธอระยะประชิดที่ข้างหู และทุกครั้งเธอมักจะโดนปลายจมูกโด่งของเขาปัดป่ายคลอเคลีย แม้จะพยายามขยับตัวหนี แต่สุดท้ายก็เป็นเธอนั่นแหละที่เคลิ้มกับสัมผัสนั้น
“เอ่อ…ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ” บัวชมพูผละตัวออกจากวงแขน ก่อนลุกพรวด หยิบกระเป๋าได้ก็รีบเดินไปทางประตูทันที
“น้องบัวจะไปไหนเหรอครับ” ชาลีโพล่งถาม ขณะที่เขากำลังรอร้องท่อนฮุคของเพลงเพื่อชีวิตเพลงหนึ่ง
“ห้องน้ำค่ะ”
“โน่นไงครับ ห้องนี้เป็นห้องแบบซูเปอร์วีไอพี มีห้องน้ำในตัว” เขาพูดออกไมโครโฟนพลางทำมือชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปที่หลังผ้าม่านที่ถูกติดตั้งไว้สูงจากเพดานจรดพื้นหินอ่อน
“อะ…อ้อ ขอบคุณค่ะพี่ชาลี” หญิงสาวบอกขอบคุณก่อนเดินไปที่หลังม่าน เห็นประตูห้องน้ำที่ชาลีว่า ตรงประตูแปะป้ายสัญลักษณ์ชายและหญิงคู่กัน และเมื่อเปิดประตูเข้าไป ภายในค่อนข้างมืดสลัว มีแสงสว่างจะหลอดไฟอยู่เพียงสองจุดเท่านั้น
นี่มันห้องน้ำหรือห้องนอน!? เธอรู้เลยว่าห้องน้ำห้องนี้ไม่ได้เป็นแค่ห้องน้ำ แต่มันน่าจะเอาไว้สำหรับทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วยแน่ๆ ทั้งโซฟา ทั้งม้านั่ง รวมทั้งถุงยางอนามัยหลายไซซ์ที่วางเรียงอยู่ตรงเคาน์เตอร์อ่างล้างมือหินอ่อน
รู้ตัวดีว่าตอนนี้ร่างกายกำลังทนไม่ไหว เธอมีเวลาแค่ไม่กี่นาทีกระทำการบางอย่างก่อนที่คนอื่นจะสงสัย
ห้านาทีก็น่าจะเพียงพอ!!
คิดแล้วก็เปิดกระเป๋าถือ หยิบแท่งเล็กๆ แท่งหนึ่งออกมาจากช่องลับด้านใน ก่อนเดินไปนั่งตรงโซฟาสีแดงตัวยาว เอนหลังพิงพนักให้อยู่ในท่าที่สบาย จากนั้นก็ถอดกางเกงในลายลูกไม้สีดำออกให้พ้นตัว
หญิงสาวมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้า รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำมันน่าอายเอามากๆ แต่ก็นะ…ห้ามใจตัวเองไหวที่ไหนล่ะ
โปรดติดตามต่ฃอนต่อไป