ตอนที่ 2 - โลกสวยด้วยใจเรา (2/2)

1385 Words
กระทั่งหกโมงเย็น บัวชมพูเดินตามเจ้านายลงไปชั้นล่างของตึกเพื่อขึ้นรถประจำตำแหน่งของเขา ฝ่ารถติดในเมืองกรุงไปได้ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสถานที่ที่เป็นจุดหมายปลายทาง “หืม…ดิ เอ็กซ์โอ คลับ?” บัวชมพูพึมพำเบาๆ หลังคนขับหักเลี้ยวพวงมาลัยเข้าไปในนั้น แค่เห็นป้ายร้านก็ทำเธอร้อนๆ หนาวๆ มือเย็นชืดจนชื้นเหงื่อ เริ่มลุกลี้ลุกลนนั่งก้นไม่ติดเบาะ “ท่านประธานคะ เอ่อ…เรามาทำอะไรกันที่นี่เหรอคะ” “ผมอยากให้คุณสังเกตพฤติกรรมเพื่อนผมคนหนึ่ง แล้วบอกผมว่าเขามีทีท่าว่าจะลงทุนในโปรเจกต์ใหม่ของบริษัทเรารึเปล่า” “คะ?” “อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำหลายรอบ” “อะ…อ้อ…ค่ะ” แม้หญิงสาวจะยังงงๆ มึนๆ กับสิ่งที่เขาพูด แต่ก็เออออห่อหมกเอาไว้ก่อน อย่าทำตัวผิดสังเกตจนโดนเขาจับได้ว่าเธอคือผู้หญิงบ้าคลั่งคนนั้น “ผมพูดอะไร คุณก็ตามน้ำไปก่อนแล้วกัน คอยจับตาดูคนชื่อ ‘เก่งกาจ’ เอาไว้ดีๆ ล่ะ” กำชับก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ แล้วหันมาถามเธออีกครั้ง “เข้าใจที่ผมพูดใช่มั้ย” บัวชมพูได้แต่พยักหน้าตอบกลับไปแบบงงๆ ขณะที่พนักงานต้อนรับหน้าร้านวิ่งเข้ามาต้อนรับ พาทั้งสองคนเดินขึ้นไปยังห้องแบบซูเปอร์วีไอพีที่อยู่ถัดขึ้นไปอีกชั้น สำรวจไปรอบๆ ดูดีกว่าห้องที่เธอกับเพื่อนมาสังสรรค์ซะอีก ย่างเท้าเข้ามา ภายในห้องมีผู้ชายสองคนนั่งคุยกันอย่างสบายอารมณ์ ข้างๆ มีสาวสวยประกบอีกสองคน ทั้งคู่แต่งตัวไม่ต่างจากเธอเมื่อวันก่อน ในมือจับแก้วไวน์แกว่งไปมา บ้างก็ถือไว้เฉยๆ บ้างก็ยกขึ้นจิบ ก่อนชายหนุ่มทั้งสองจะเงยหน้าขึ้นทักทายเมื่อเห็นผู้มาใหม่ปรากฏตัว “กว่าจะเสด็จมาได้นะครับคุณฐากรณ์” เก่งกาจทักทายสไตล์เพื่อนสนิท ก่อน ‘ชาลี’ ชายอีกคนที่นั่งข้างๆ จะพูดเสริม “เชดโด้…วันนี้ไอ้กรณ์มาแปลกว่ะไอ้เก่ง” พูดพลางพยักพเยิดหน้ามาทางหญิงสาว ที่วันนี้ดันใส่เดรสสีดำ สั้นเหนือเข่า โชว์ไหล่ขาวหน่อยๆ ไม่ค่อยเหมือนชุดที่พนักงานออฟฟิศควรจะใส่สักเท่าไรนัก “บัวชมพู นี่คุณชาลี โน่นคุณเก่งกาจ สองคนนี้เป็นเพื่อนผม” พูดจบหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยกมือขึ้นไหว้ทักทายทั้งสองตามมารยาท “พวกมึง นี่บัวชมพู” “สวัสดีครับน้องบัวชมพู ชื่อน่ารักเชียว” เก่งกาจทักทายหญิงสาวกลับ ก่อนที่จะถามต่อ “สาวสวยคนนี้เป็นใครวะไอ้กรณ์” “เด็กกูเองแหละ” ฐากรณ์ตอบกลับไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย พานพาให้เพื่อนทั้งสองหันมามองหน้ากัน ดวงตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งบอก “ฮะ!! นี่กูไม่ได้หูฝาดใช่มั้ย” เก่งกาจสะกิดชาลี เพื่อขอความเห็น “เมื่อไหร่วะไอ้กรณ์” ชาลีถามด้วยสีหน้าที่ยังไม่หายตกใจ “สักพักแล้ว” เขาว่าพลางยกมือขึ้นโอบไหล่หญิงสาว ผู้ที่ยืนงงในดงเครื่องหมายคำถาม เอาจริงๆ ตอนนี้เธอเองก็ไม่ต่างจากสองหนุ่มนั่นหรอก จับต้นชนปลายไม่ถูก ได้แต่ปั้นหน้ายิ้มเจื่อนด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนนั่งลงข้างๆ เจ้านาย พยายามสังเกตทุกสิ่งรอบตัว เสียงร้องที่เพี้ยนบ้าง ตรงคีย์บ้าง คร่อมจังหวะบ้าง ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาวๆ สองคนที่นั่งข้างๆ เก่งกาจกับชาลีน่าจะเป็นเด็กนั่งดริงก์ของคลับแห่งนี้ พวกเขาจ่ายเงินเพื่อให้พวกเธอมานั่งเป็นเพื่อน คอยรินไวน์ คอยพูดคุยแก้เหงา “ท่านประธานคะ นี่มันอะไรกัน” บัวชมพูหาจังหวะที่ชายหนุ่มสองคนนั้นกำลังนัวเนียสองสาว กระซิบถามเขาเบาๆ “ทำตามที่ผมบอกไปเถอะ ไว้ค่อยอธิบาย” เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเธอ ก่อนทิ้งท้ายอีกประโยค “คอยสังเกตเก่งกาจไว้ให้ดีก็แล้วกัน” แต่ระหว่างทั้งสองกำลังกระซิบกระซาบกัน เก่งกาจรินไวน์ส่งต่อไปให้เพื่อนสนิท รวมทั้งผู้หญิงของเขาด้วย “ไอ้กรณ์ นั่งเฉยๆ ได้ยังไงวะ มึงเอาไวน์ให้น้องบัวดื่มหน่อยสิ” เก่งกาจพูดพลางรินไวน์ยื่นให้หญิงสาวด้วยความสุภาพ “บัวขอผ่านดีกว่าค่ะ” ตอนนี้เธอขยาดแอลกอฮอล์อย่างหนัก กลัวดื่มแล้วจะเพี้ยนจนบ้าคลั่งเหมือนคืนก่อน “น้องบัวชมพูจ๋า ไวน์ขวดนี้เป็นไวน์ปี 1999 หายากมาก พี่เก่งซื้อมาจากอิตาลีเลยนะ ลองชิมดูสักหน่อยเถอะ” เก่งกาจตื๊อให้ดื่ม แต่ท่าทางเธอยังคงแบ่งรับแบ่งสู้ “ไอ้กรณ์ มึงป้อนไวน์น้องบัวหน่อยดิ๊” “ป้อน?” ปกรณ์พูดย้ำ “เธอมีมือก็ยกดื่มเองสิ” “เอ๊า…ไอ้นี่” เก่งกาจพูดพลางกระดกดื่มไวน์เข้าไปอึกใหญ่ ก่อนหันไปประกบปากกับสาวสวยคนข้างๆ ป้อนไวน์ที่เขาอมไว้ในปากให้กับเธอ ก่อนจะโชว์จูบแสนเร่าร้อนให้ทุกคนในห้องดูเป็นขวัญตา บ้าจริงเชียว เธอเรียนอยู่เมืองนอก เห็นคนจูบกันตามที่สาธารณะจนดูเป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมภาพตรงหน้าที่เห็น จู่ๆ ถึงบีบหัวใจให้กระตุกสั่น รู้สึกวูบวาบไปทั่วสรรพางค์กาย “กูทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว ต่อไปก็ตามึง” เก่งกาจคะยั้นคะยอให้ฐากรณ์ทำตาม “แล้วทำไมกูต้องทำ” “ง่ายๆ เลย กูอยากเห็นไง” “กูไม่ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อ” ฐากรณ์ยืนกรานว่าเขาจะไม่ทำ คืนนี้เขามาที่นี่ก็เพื่อหว่านล้อมให้เก่งกาจ ลูกชายเจ้าสัวห้างค้าปลีก ยอมเอาเงินหลักพันล้านมาลงทุนในโปรเจกต์ใหญ่ อีกอย่างเขาไม่ได้พิศวาสยัยเด็กชอบใช้ความรุนแรงคนนี้ซะหน่อย เรื่องที่เตะเข้าตรงกล่องดวงใจเมื่อคราวก่อน ยังไม่ได้ชำระความเลย “เอางี้...ถ้ามึงยอมทำ พรุ่งนี้กูเซ็นเช็คให้เลย ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์สำหรับโปรเจกต์ตึกที่สูงที่สุดในไทยตึกใหม่” “กูไม่เชื่อ” ฐากรณ์คิดว่าเขาโดนเก่งกาจอำเล่น “มึงคบกับกูมายี่สิบกว่าปี มึงก็รู้กูคนจริง คำไหนคำนั้น” แท้จริงแล้วเก่งกาจเซย์เยสตั้งแต่เมื่อคืนก่อนหน้าโน้นแล้ว นั่งมอง นอนมอง ตะแคงมองยังไง โปรเจกต์นี้ก็ทำกำไร นอกจากได้เงินแล้วยังได้ชื่อเสียงอีกต่างหาก ฐากรณ์ตาลุกวาว แต่ติดอยู่ที่หญิงสาวคนข้างๆ เธอไม่ได้เป็นเด็กของเขาจริงๆ นี่สิ “บัวชมพู คุณทำเพื่อบริษัทได้มั้ย” ชายหนุ่มกระซิบถาม ระหว่างเก่งกาจนัวเนียอยู่กับสาวคนเดิม ส่วนชาลีสนใจกับเพลงสากลเชยๆ ที่ร้องท่อนไหนก็คร่อมจังหวะตลอด “ตะ…แต่ ฉันมีแฟนแล้วนะคะ” เธอโกหกคำโต เพื่อให้รอดพ้นจากเกมเดิมพันเพี้ยนๆ ของชายหนุ่มกลุ่มนี้ “ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณจะมีแฟนแล้วหรือจะยังโสดสนิท แต่คุณรู้ใช่มั้ยว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิดอยู่ทุกชั้น รวมถึงชั้นสองก็ด้วย” “คะ?” “คุณจะยอมให้ผมป้อนไวน์ดีๆ หรือจะให้ไปขอคลิปจากกล้องวงจรปิดเอาไปแจ้งตำรวจข้อหาทำร้ายร่างกาย” “ทะ…ท่านประธานหมายถึงอะไรคะ ฉันงงไปหมดแล้ว” แม้ในใจจะเต้นพั่บๆ เป็นเจ้าเข้า รู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร แต่นักจิตวิทยาอย่างเธอพยายามทำตัวนิ่ง สงวนท่าทีไว้ไม่ให้มีพิรุธ “หึ…คิดว่าผมจำคุณไม่ได้เหรอ คุณทำปากผมแตก แถมยังเตะที่น้องชายผมจนจุกอีก คิดจะหนีความผิดไปง่ายๆ อย่างงั้นเหรอ” ฐากรณ์ขู่ฟ่อ ก่อนตัดสินใจกดจมูกลงตรงซอกคอ พรั่งพรูลมหายใจอุ่นร้อนจี้จุดอ่อนไหว สร้างอารมณ์ให้เธอคล้อยตาม บัวชมพูเอ๊ย…เอาแล้วไง จากที่พยายามโลกสวยมโนเข้าข้างตัวเอง คิดว่าเขาจำเธอไม่ได้ แต่หารู้ไม่…ทุ่งลาเวนเดอร์ที่เธอมโนว่ากำลังวิ่งเล่นนั้นมันไม่ได้มีอยู่จริง!! โปรดติดตามตอนต่อไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD