ใบชาจุกจากการโดนผลักอย่างแรง เพราะเตียงมันแข็งมาก ทำให้ร่างเล็กแทบจะขยับไปไหนไม่ได้ ขอบตาร้อนผ่าวเริ่มมีน้ำเอ่อขัง ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มจากแรงสะอื้น ใบชากัดริมฝีปากเอาไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆคลานหนี
ร่างสูงยืนมองคนตัวเล็กพยายามตะเกียดตะกายเอาตัวรอด จากแรงเหวี่ยงที่เขาเป็นคนทำ ปากหยักคลี่ยิ้มออกมาอย่างเลือดเย็น เสียงเค้นหัวเราะในลำคอดังออกมาเยาะเย้ย ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“จะหนีไปไหน!!”
“อึก! ปล่อยชา”
มือแกร่งจับข้อเท้าแล้วดึงให้กลับมาอยู่ที่เดิม ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างเล็กเอาไว้ไม่ให้เธอหนีได้อีก มือเรียวพยายามผลักเขาให้ออกห่าง แต่กลับโดนจับรวบเอาไว้ในมือเดียวอย่างง่ายดาย
“ปล่อย..ชะ..ชาขอโทษ อึก!”
เสียงสะอื้นดังลอดออกมาจากริมฝีปาก น้ำตาไหลพรากพร้อมกับคำขอโทษ แต่ร่างสูงกลับแสยะยิ้มมุมปากออกมา เมื่อเห็นเธอพยายามขอร้องในการเอาชีวิตรอด มันช่างน่าสมเพศจริงๆ
ใบชารู้สึกกลัวจนร่างสั่นระริก แต่ก็ไม่สามารถดิ้นหลุดไปไหนได้ เสียงสะอื้นร่ำไห้ถูกกลืนลงคอ เธอสัมผัสได้ว่า สายตาแข็งกร้าวกำลังมองมาอย่างโกรธจัด
“ชารู้ไหม ตอนที่รู้ว่าเธอไปแจ้งความ พี่โกรธมากขนาดไหน”
“ชา..ขอโทษ”
ร่างเล็กพยายามอ้อนวอนแววตาแดงก่ำ แต่สิ่งที่เขาตอบกลับมามีเพียงแค่รอยยิ้มมุมปาก กับเสียงเค้นหัวเราะเย็นยะเยือกในลำคอ
ฝ่ามือหนาอีกข้าง ค่อยๆเลื่อนไปวางบนขาเรียว จนร่างเล็กสดุ้ง ความรู้สึกวาบหวิวจุกแน่นขึ้นมาบนอก พร้อมกับพยายามหนีบขาเข้าหากันแน่น ทว่า จังหวะนั้น เสียงดังรบกวนจากสายเรียกเข้าก็ดังขึ้น
ครืด!~
เสียงสั่นจากโทรศัพท์ทำให้ร่างสูงหยุดชะงัก ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด แล้วล้วงมือเข้าไปหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกง ในขณะมือแกร่งยังคงล็อกร่างเล็กเอาไว้แน่น
เมื่อได้จังหวะหนี ใบชาส่ายหน้าไปมา พยายามดิ้นให้หลุดจากเงื้อมมือของเขา แต่แววตาเย็นชากลับจ้องลงมา ทำให้คนร่างเล็กรู้สึกร้อนวูบวาบ จนต้องหยุดดิ้นโดยอัตโนมัติ
“อยู่นิ่งๆ”
สายตาคู่คมละจากใบหน้าสวย ก่อนจะแตะปลายนิ้วเลื่อนหน้าจอเพื่อกดรับสาย
โทร : ปัน~
“อื้ม มึงอยู่ไหน?”
(อยู่ข้างล่างตึกแล้วครับนาย)
“จอดรอกูตรงนั้นแหละ กำลังลงไป”
(ครับนาย)
ติณณ์หันควับกลับมาหาใบหน้าหวาน หลังจากกดวางสายเรียบร้อยแล้ว มือหนากระชากร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง จนเสื้อโปโลเกือบฉีกขาด ก่อนจะปล่อยมือของเธอออก แล้วเอ่ยเสียงกดต่ำ
“เดินลงไปขึ้นรถดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
ร่างเล็กสั่นเทาเพราะความกลัว มันเป็นอีกหนึ่งคำที่เขาชอบข่มขู่อยู่บ่อยๆ พอไม่ทำตาม ติณณ์ก็จะระเบิดอารมณ์ใส่เธอทุกครั้ง
“หยุดร้อง แล้วเช็ดน้ำตาออก”
มือเล็กสั่นระริก รีบยกขึ้นปาดน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้ม พลางข่มเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่ให้เล็ดลอดออกมา เธออยากขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีโอกาส จะร้องตะโกนก็ไม่รู้จะขอให้ใครช่วย เพราะมันดึกมาก อีกอย่างเขาบอกเองว่าซื้อตึกนี้ไปแล้ว
“เดินลงไป”
“ค่ะ..”
ติณณ์ก้าวขาตามหลังเหมือนกลัวว่าเธอจะหนี เขาต้องการให้อยู่ในสายตา ทั้งชีวิตของใบชาต่อจากนี้ เขาจะเป็นคนควบคุมมันเอง
สายตาคู่สวยเหลือบมองเห็นรถหรูจอดรออยู่แต่ไกล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคือรถของเขาที่สั่งให้ลูกน้องมาจอดรอ ขาเรียวก้าวตรงไปหารถคันนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะคนเดินตามหลังเอาแต่จ้องมองจนรู้สึกเสียววาบ
หลังจากขึ้นมานั่งบนรถ ความอึดอัดก็ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง ใบชานั่งก้มหน้ากำมือเข้าหากันแน่นตลอดทาง ร่างเล็กพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหล แต่เหมือนยิ่งข่มเอาไว้ มันกลับยิ่งไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
“จะร้องอะไรนักหนาวะ!”
“อึก!”
เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นมาอย่างหัวเสีย ติณณ์เริ่มจะรำคาญร่างเล็กที่เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยอมหยุด ราวกับว่ามีใครตายซะอย่างนั้น
ใบชากัดเม้มริมฝีปากแน่น หลายความรู้สึกจุกแน่นอยู่ในอก เขาเป็นเหมือนฝันร้ายที่ไม่อยากเจอ และเธอรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้วว่าต่อจากนี้ต้องเจอกับอะไร
คอนโด
ไม่นานรถก็แล่นเข้ามาจอดในคอนโดสุดหรู มูลค่าหลายร้อยล้าน ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองเบาๆ รู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว เดาไม่ออกเลยว่าต่อจากนี้เขาจะทำอะไรกับเธอบ้าง
ใบชาอยากให้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเพียงแค่ความฝัน อยากให้เวลาเดินช้าลงสักหนึ่งนาทีก็ยังดี ทว่า มันกลับกลายเป็นความจริงที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น และไม่สามารถหลุดพ้นได้
ขาเรียวก้าวขาลงจากรถอย่างสั่นเทา โดยมีร่างสูงเดินตามลงมาติดๆ เขาไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลยสักคำ แต่สีหน้าบ่งบอกว่าอารมณ์ไม่ดี
ไม่นานลิฟต์ก็เลื่อนขึ้นมาจนถึงชั้นห้าสิบ เสียงติ๊งดังขึ้น และประตูก็เปิดออก หัวใจของร่างเล็กกระตุกวูบเหมือนยืนอยู่หน้าขอบเหว เธอไม่มีทางเลือก นอกจากกระโดดลงไป
แกร็ก!
ร่างเล็กยืนชะงักอยู่นาน ทั้งที่มือแกร่งแตะคีย์การ์ดจนประตูมันเปิดออก แต่ใบชาก็ยังไม่ยอมเดินเข้าไปสักที เสียงทุ้มเย็นจึงเอ่ยขึ้นอย่างบังคับ
“เข้าไป!”
ขาเรียวค่อยๆก้าวเข้ามาข้างในอย่างหวาดกลัว ใบชาไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ช่วงชีวิตที่ผ่านมาเธอพยายามแทบตาย เพื่อให้มันดีขึ้น แต่เขากลับเป็นคนดึงเธอลงให้อยู่ในจุดตกต่ำที่สุด
ร่างสูงเดินก้าวเข้าไปนั่งบนโซฟา ก่อนจะยื่นกระดาษสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะให้เธออ่านอย่างละเอียด
เมื่อได้อ่านข้อความบนเอกสารร่างเล็กก็ตาเบิกกว้าง เพราะตัวหนังสือที่เขียนเอาไว้แต่ละข้อมันมีแต่การบังคับทั้งนั้น ใบชาเงยหน้ามองคนร่างสูงนั่งอยู่บนโซฟาอย่างโกรธจัด ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่เลวได้เท่าเขา
ติณณ์แสยะยิ้มออกมาราวกับรู้ว่าร่างเล็กกำลังคิดอะไรอยู่ มันแน่นอนอยู่แล้วว่าเกมนี้เขาเป็นฝ่ายชนะ เมื่อเห็นใบชากำลังจะเอ่ยปาก เขาจึงพูดดักเธอไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้เปลี่ยนใจ
“ก็เลือกเอาว่าอยากให้พี่ขังไว้ตอนนี้ หรือจะเซ็นเอกสารแล้วจำยอม”
ใบหน้าหวานเห่อร้อน กัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ เขาจงใจบังคับเธอทุกอย่างตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่เห็นทำเป็นใจเย็นเพราะเขากำลังเล่นกับความรู้สึกของเธอ เขาเลวเกินไป
ใบหน้าสวยก้มมองกระดาษ พร้อมกับตัวสั่นเล็กน้อย พยายามข่มความคิดฟุ้งซ่านที่คอยแต่จะถาโถมเข้ามาให้เหนื่อยล้า เธอชั่งใจอยู่ซักพัก ก่อนจะจับปากกาแล้วยื่นไปเซ็นเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างจำใจ
“ก็แค่นั้น..”
มุมปากหยักฉีกยิ้มออกมาอย่างพอใจ เขาเตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว นี่คือแผนการทั้งหมดที่ติณณ์เตรียมไว้ต้อนรับกระต่ายตัวน้อย เพียงแค่นี้ร่างเล็กก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้อีก มีแต่ต้องจำยอมเท่านั้น
หรือถ้าคิดจะหนี เขาก็จะตามลากตัวเธอกลับมา
“ทีนี้ชาก็เป็นของพี่โดยสมบูรณ์ ไม่มีข้อยกเว้น”
“…ค่ะ”
เสียงตอบของร่างเล็กแผ่วเบา ขอบตาเริ่มบวมเปล่งเพราะร้องไห้อย่างหนัก ใบหน้าสวยก้มมองมือประสานเข้าหากันแน่น ความรู้สึกเจ็บปวดแทรกเข้ามากลางหน้าอก เธอไม่มีทางเลือก มีแต่ต้องใช้ทางนี้ แล้วกลับไปตั้งหลักใหม่
“พี่จะให้เวลาทำใจหนึ่งเดือน ก่อนย้ายเข้ามาอยู่คอนโดกับพี่”
“มะ..ไม่เอาได้ไหมคะ ชาขออยู่ห้องเช่าต่อ ถ้าพี่ต้องการเดี๋ยวชาค่อยมาหาที่คอนโด”
“ไม่เอา”
คำตอบนั้นทำเอาร่างเล็กถึงกับถอนหายใจออกมา เป็นอีกครั้งที่ไม่มีทางเลือก ในหัวของใบชาตอนนี้เอาแต่คิดว่าจะใช้วิธีไหนดี เธอต้องรีบหนีจากเขาไปให้ไกล ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้