“เมซื้อที่ใหม่เหรอลูก” ท่านได้ข่าวเรื่องที่เธอขายที่ก็ไม่สบายใจเท่าไหร่ เพราะรู้ว่าสิงขรเองก็มีส่วนกระตุ้นให้เมธาวีต้องขายที่ผืนนั้น
“ค่ะคุณย่า เมเพิ่งไปดูมาตกลงซื้อขายแล้วค่ะที่สวยมากเลย” เธอเปิดโทรศัพท์ให้ท่านดูรูปที่ถ่ายไว้ ที่ดินจำนวนยี่สิบไร่ มีบ้านพักหลังย่อมขนาดสามห้องนอนหนึ่งหลัง ซึ่งตรงนี้เมธาวีเองตั้งใจจะยกให้สร้อยสุภาและคำปัน ส่วนตัวเธอจะปลูกบ้านอีกหลังเพื่ออยู่เองเป็นสัดส่วน
คุณย่ามองรูปแล้วยิ้ม แต่ท่านก็ยังมีความกังวลลึกๆ
“เมถ้าย่าจะขออะไรจากหนูสักอย่างได้ไหมลูก”
“คะคุณย่า”
“อย่าตัดขาดจากย่า จากครอบครัวของเราได้ไหมลูก ถือซะว่าหนูก็เป็นหลานย่าคนนึง เป็นน้องของเจ้าหนึ่งมันก็ได้เมไม่ให้อภัยมันย่าก็เข้าใจนะลูก”
เมธาวีพยักหน้า ความโกรธของเธอที่มีต่อสิงขรลดลงไปจนเกือบหมดแล้ว เมื่อเขายอมรับคำพิพากษาของศาลและไม่มาวุ่นวายกับเธออีก
“เมให้อภัยคุณหนึ่งได้ค่ะ เมก็ไม่อยากโกรธเขาไปตลอดแล้วจิตใจของเมเองก็ไม่มีความสุขหรอกค่ะ”
“ดีแล้วลูก ละเรื่องที่เมจะซื้อไว้ทำอะไรลูก” ท่านชวนคุยเรื่องอื่น
สิงขรยืนอยู่หน้าห้อง เขามองเมธาวีคุยกับคุณย่ามาพักใหญ่ ไม่แน่ใจว่าควรจะเข้าไปดีไหม เกรงว่าถ้าเธอเห็นหน้าเขาแล้วจะพาลอารมณ์ไม่ดีอีก จากคนที่ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรกับการกระทำแย่ๆ ในอดีต กลายเป็นว่าตอนนี้เขาไม่กล้าทำอะไรเลยเพราะกลัวว่าเมธาวีจะเกลียดเขามากขึ้น
“หนึ่งเข้ามาสิลูก น้องมาเยี่ยมย่าน่ะ” คุณย่าเห็นหลานชายมายืนฟังนานแล้ว จึงเรียกเขาเข้าไป
“ย่าอาจจะเห็นแก่ตัว แต่ย่าอยากให้หนึ่งกับเมอโหสิกรรมต่อกันได้ไหมลูก ย่ารักเราทั้งคู่เห็นหลานสองคนเป็นแบบนี้ย่าไม่สบายใจ อย่างน้อยก็จนกว่าย่าจะตาย”
“ไม่ค่ะ คุณย่าอย่าพูดแบบนี้นะคะ” เมธาวีรีบห้ามไม่ให้ท่านพูดเรื่องตาย ความจริงเธอก็เห็นด้วยกับท่าน ด้วยสถานะตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องมีเรื่องโกรธเคืองสิงขรอีก เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว เธอพูดต่อ
“เรื่องของเมกับคุณหนึ่งจบไปแล้ว เมไม่มีอะไรโกรธเขาแล้วค่ะ”
สิงขรหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่สีหน้าของคนป่วยดีขึ้น
“งั้นเมก็เรียกพี่ว่าพี่ได้ไหม คุณย่าจะได้สบายใจ เมื่อกี้ผมได้ยินว่าคุณย่าจะไปไหนนะครับ” เขาถามเมธาวีและคุยกับย่าตนเอง
“หนูเมชวนย่าไปฟักฟื้นหนีหมอกควันที่ลี้น่ะลูก ว่าไงเมถ้ายังเรียกพี่เขาว่าพี่ไม่ได้ย่าก็ไม่เป็นไรนะลูก ย่าเข้าใจ” ท่านหันไปถามเมธาวี
“ได้ค่ะคุณย่า เมไม่มีปัญหาอะไรกับพี่หนึ่งหรอกค่ะ ตกลงคุณย่าไปนะคะ เมจะให้พี่คำปันเตรียมบ้านไว้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เมไปจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยจะได้สั่งงานไว้เลยค่ะ” เธอรวบรัดตัดความและขอตัวลากลับหลังจากนั้น
ห้าวันต่อจากนั้นภิญโญติดต่อมาที่เมธาวี เขาต้องการให้เธอช่วยหาผ้าไหมทอล้านนาลายพิเศษที่ไม่เหมือนใคร เพื่อมาใช้สำหรับงานออกแบบชุดคอลเล็กชั่นใหม่ของเขา ชายหนุ่มเป็นดีไซเนอร์มีห้องเสื้อแบรนด์ตัวเองอยู่ที่เชียงใหม่ซึ่งเมธาวีก็ออกความเห็นไป
“ถ้าแกอยากได้ลายไม่เหมือนใครน่าจะต้องคุยกับโรงทอนะโญ ให้ผลิตเป็นพิเศษโดยเฉพาะ”
“ฉันก็ว่างั้น ว่าแต่โรงทอของพ่อเลี้ยงช้างเขาจะว่างรับงานฉันไหมล่ะ ก็ไม่ได้รู้จักกันส่วนตัวด้วย”
“แกมีเวลานานแค่ไหน ผ้าทอลายยากๆ ส่วนมากจะทอมือทั้งผืนใช้เวลาประมาณผืนละสองเดือน” เมธาวีถามเพื่อน เธอไม่ได้มีโรงทอแต่รู้จักงานนี้ดี
“นานขนาดนั้น แกลองนัดพ่อเลี้ยงให้ฉันได้ไหมล่ะ คงต้องลองคุยกับเขาก่อน”
“ได้ ยังไงเดี๋ยวเราโทรบอกนะ” เมธาวีวางสายลง พรุ่งนี้เธอต้องไปรับคุณย่าไปส่งบ้านที่ลี้เพื่อพักฟื้นร่างกาย เธอตั้งใจจะค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืนและฝากให้สร้อยสุภากับคำปันช่วยลออดูแลคุณย่าด้วย
ค่ำวันนั้นลออโทรหาเมธาวี
“หนูเมคะ คุณย่าฝากบอกว่าพรุ่งนี้หนูเมไม่ต้องมารับท่านที่เชียงใหม่นะคะ เดี๋ยวท่านเอารถจากบ้านไปรับหนูเมเองค่ะจะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา แล้วขากลับหนูเมก็กลับกับรถที่บ้านให้เขาแวะส่งลำพูนค่ะ”
“ได้ค่ะคุณป้า แล้วคุณย่าเป็นอย่างไรบ้างคะทานข้าวได้บ้างไหม” เมธาวีทราบมาว่าท่านทานได้น้อยลง ซึ่งหมอประจำตัวไม่สบายใจนัก คาดว่าน่าจะเป็นที่อากาศด้วย
“ท่านก็พยายามทานค่ะ แต่ยังน้อยอยู่ป้าก็หวังว่าเปลี่ยนสถานที่ท่านน่าจะดีขึ้น หรือมีหนูเมไปดูแลท่านสักวันท่านอาจจะสดชื่นขึ้น” ลออตอบมา
เธอวางสายจากลออเมื่อติดต่อนัดเวลาและสถานที่แล้ว จากนั้นหญิงสาวโทรไปหาไอยเรศเพื่อขอนัดให้ภิญโญได้เข้าพบ ซึ่งพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด
เมื่อเธอนัดเวลากับเขาได้แล้ว เมธาวีจึงโทรกลับหาเพื่อน
“โญเหรอ พี่ช้างให้แกไปเจอเขาได้ เขาบอกว่าเขาว่างพรุ่งนี้ช่วงบ่ายเขาจะอยู่ที่โรงทอคุ้มเวียงบัวแล้วหลังจากนั้นเห็นว่าจะไปกรุงเทพฯ”
“ได้ๆ ขอบใจมากนะเพื่อนสาว จบงานนี้ฉันจะให้ชุดแกในคอลเล็คชั่นนี้ฟรีทั้งเซ็ทเลย”
วันรุ่งขึ้นเมธาวีเตรียมตัวรอรถของคุณย่ามารับ เธอขอลางานกับอวิกาซึ่งเจ้านายอนุญาตให้เธอลาได้อีกสองวันต่อจากวันหยุดรวมเป็นสามวัน เมื่อเธอบอกว่าจะพาญาติผู้ใหญ่ไปพักฟื้นที่ต่างอำเภอ
เธอลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินเสียงแตรรถ จำได้ว่าเป็นรถเจ็ดที่นั่งที่คุณย่าใช้ประจำมาจอดรอที่หน้าบ้าน จึงออกจากบ้านล็อกกุญแจคล้องโซ่ที่หน้ารั้ว เธอไปคนเดียวส่วนสร้อยสุภาไปเตรียมสถานที่ล่วงหน้าที่ลี้สองวันก่อนหน้านี้แล้ว
ประตูรถเปิดออก “เบาะหลังวางของเต็มแล้วลูก หนูเมนั่งหน้าได้ไหมคะ” คุณย่าพูด
“ได้ค่ะคุณย่า นั่งหน้าก็ดีค่ะจะได้ไม่เมารถ” เมธาวีไม่ใช่คนเรื่องมาก นั่งหน้าก็ดีเพราะถ้าเธอไม่ได้ขับรถเองจะเมารถง่ายแต่เมื่อมองไปด้านหน้าเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนขับรถชัดเจน
“พี่หนึ่ง”
สิงขรส่งยิ้มให้เธอ
“พี่อาสาขับรถให้คุณย่าเอง จะได้รู้ว่าคุณย่าไปพักที่ไหน อยู่ยังไงเมไม่ว่าใช่ไหมถ้าพี่จะไปส่งคุณย่าด้วย” เหตุผลของเขาทำให้เธอว่าไม่ได้ถึงอย่างไรก็ย่าแท้ๆ ของเขา ลออที่นั่งประกบคุณย่าเตรียมขยับตัว
“ถ้าหนูเมไม่อยากนั่งกับคุณหนึ่ง ป้าไปเองก็ได้ค่ะ”
เธอลอบถอนใจ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า เมนั่งหน้าได้” เธอเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับแล้วก้าวขึ้นนั่ง