ตื๊อไม่ได้ครองโลก

1150 Words
“สวัสดีครับพี่สร้อยผมมาหาเม” “สวัสดีค่ะ เมเขาบอกว่าให้คุณหนึ่งกลับไปค่ะ เขาไม่สะดวกเจอ” สิงขรรู้อยู่แล้วว่าเมธาวีคงไม่ออกมาพบง่ายๆ “ผมมีเรื่องจะคุยกับเม ถ้าเมไม่ออกมาผมก็ไม่กลับ” สร้อยสุภาถอนใจ เธอเดินกลับเข้าไปในบ้านบอกน้องสาวตามที่สิงขรพูด แต่เมธาวีกลับบอกว่า “ช่างเขาค่ะ” ชายหนุ่มยืนอยู่หน้าบ้านไม่ยอมกลับจริงๆ สร้อยสุภามองอย่างกังวล ตกค่ำยุงเริ่มมาเธอได้ยินเสียงเขาตบยุงเปาะแปะ “จะให้คุณหนึ่งยืนแบบนั้นทั้งคืนจะดีเหรอเม” “ไม่มีใครบังคับให้เขายืนแบบนั้นค่ะพี่สร้อย ถ้าพี่สร้อยรำคาญตาก็แจ้งยามให้มาไล่เขาไปก็ได้” เมธาวีพูดพร้อมเดินขึ้นชั้นบน สิงขรมองชั้นบนที่คาดว่าเป็นห้องนอนของเมธาวีเมื่อไฟในนั้นสว่างขึ้น เขาเห็นเงาคนตะคุ่มที่ผ้าม่านก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มกลับไปนั่งในรถเมื่อสู้กับยุงไม่ไหว เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นสายของรสา ตั้งแต่เขารู้ความจริงเรื่องรสาชายหนุ่มไม่คุยกับเธออีกเลย เขาโอนเงินให้เธอก้อนสุดท้ายจำนวนหนึ่งและส่งข้อความไปว่าเขารู้ทุกเรื่องหมดแล้ว นับจากนี้ขอให้ทางใครทางมัน เขาตัดสินใจกดรับ “มีอะไรเหรอโรส” “หนึ่งคุณจะทิ้งโรสแบบนี้ไม่ได้นะคะ โรสไม่ได้ทำอะไรผิด ความจริงอะไรนั่นที่คุณบอกว่ารู้แล้วก็อาจจะมีใครใส่ไฟโรสก็ได้” เธอโวยวายมาตามสาย “หยุดเถอะโรส ผมเห็นหลักฐานหมดแล้วรวมถึงสัญญาที่คุณเคยทำกับแม่ผมด้วย คุณใส่ร้ายแม่ผมว่าท่านตามฆ่าคุณนี่ผมยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ จะยอมจบดีๆ หรือว่าจะต้องให้ผม..” รสาแทรกขึ้นทันที “โรสยอมเลิกก็ได้ แต่เมียคุณฟ้องชู้โรส คุณจะให้โรสทำยังไง” “นั่นมันปัญหาของคุณไม่เกี่ยวกับผม” สิงขรวางสายและบล็อกเบอร์ของรสาทันที เขานั่งอยู่ในรถจนเวลาผ่านไปถึงตีสองชายหนุ่มจึงยอมกลับบ้าน เขาบอกตัวเองว่าจะมาใหม่พรุ่งนี้จะมาทุกวัน เมธาวีจะไม่ออกมาพบจริงๆ ก็ให้มันรู้ไป หลังจากวันนั้นสิงขรมาที่บ้านของเธอทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ซื้อขนมและอาหารที่รู้ว่าเป็นของโปรดมาแขวนไว้ให้ที่ประตู แต่เมธาวีสั่งสร้อยสุภาห้ามเอาเข้าบ้านเด็ดขาด เธอทำเหมือนเขาเป็นอากาศที่มองไม่เห็น ไม่สนใจ ไม่มีตัวตน แม้จะเจอกันข้างนอกเธอก็ทำเหมือนคนไม่รู้จัก ไม่ทัก ไม่แม้แต่จะมองหน้าหรือสบตา ในเรื่องงานเมธาวีเริ่มคุ้นชินกับงานที่ร้านผ้าแล้ว ผลงานของเธอเป็นที่พอใจของอวิกาจนเจ้าของร้านสาวเริ่มปล่อยให้เธอทำงานเอง และเข้ามาตรวจเป็นครั้งคราว “ถ้ามีปัญหาอะไรบอกพี่ได้นะเม” อวิกาบอกเธอด้วยสีหน้าสดชื่น “เรื่องงานไม่มีปัญหาอะไรคะพี่อ้อม” เธอส่งยิ้มให้เจ้านาย “พี่หมายถึงทุกเรื่อง ถ้าเมมีอะไรอยากเล่าให้พี่ฟังก็ได้นะ” อวิกาพูดต่อและทันเห็นว่าเมธาวีสีหน้าสลดลงไป “เมกำลังจะฟ้องหย่าสามีค่ะพี่อ้อม พรุ่งนี้ศาลนัดไกล่เกลี่ย” นึกแล้วเชียว ท่าทางของเมธาวีคือคนช้ำรักจริงๆ อวิกาคิดในใจ “ศาลนัดก็ไปจ้ะ ไม่ต้องห่วงร้านหยุดไปเลยก็ได้” “แต่เมไม่อยากไกล่เกลี่ยค่ะพี่อ้อม” เมธาวีพูดตรงๆ “ไม่อยากไกล่เกลี่ยก็ต้องไป ไปเพื่อให้รู้ว่าไกล่เกลี่ยไม่ลงตัวคดีจะได้เข้าสู่กระบวนการทางศาล” อวิกาแนะนำ “ค่ะพี่อ้อม งั้นเมขอเปลี่ยนวันหยุดเป็นพรุ่งนี้นะคะ แล้วจะมาทำชดเชยวันพุธค่ะ” ปกติเมธาวีหยุดวันพุธ เธอจึงขอเปลี่ยนวันหยุดแทนการลา “ได้จ้ะ ทำใจสบายๆ นะ” เช้าวันรุ่งขึ้นเธอมีนัดไกล่เกลี่ยตอนเก้าโมงเช้าและเป็นวันนัดสืบพยานด้วย เธอภาวนาให้สิงขรไม่มาเพราะถ้าแบบนั้นเท่ากับเขาขาดนัดศาลสองนัด จะมีผลให้การฟ้องร้องของเธอง่ายขึ้น แต่ในเย็นนั้นเมธาวีก็ต้องหงุดหงิดเมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชีของเธอเป็นจำนวนสี่สิบล้านบาท หญิงสาวโทรหาเขาทันทีและคราวนี้เธอได้รู้ว่าเขาปลดบล็อกเบอร์ของเธอแล้ว “คุณโอนเงินมาทำไม” น้ำเสียงที่ถามห้วนๆ ผ่านทางโทรศัพท์ทำให้สิงขรยิ้ม ในที่สุดเขาก็ได้คุยกับเธอจนได้ “พี่บอกแล้วว่าจะให้เมสี่สิบล้านมากกว่าที่เมขอเท่านึง” เขาตอบมาด้วยท่าทางสบายใจ เมธาวีจะบอกว่าเธอไม่อยากได้ก็พูดไม่ได้ เพราะเธอเป็นฝ่ายฟ้องร้องเรียกค่าสินสมรสเอง “ฉันจะคืนให้คุณยี่สิบล้าน” “พี่ให้แล้วให้เลย” สิงขรหัวเราะ เสียงนั้นบาดความรู้สึกเธอจนต้องรีบวางสาย ถ้าไม่กลัวโทรศัพท์พังเธอคงขว้างแล้วแน่ๆ ค่ำวันนั้นเขามากดออดตามปกติ และสร้อยสุภาที่เป็นคนออกมาเช่นทุกครั้ง เธอบอกเขาว่า “พี่ว่าคุณหนึ่งอย่ามากดดันเมแบบนี้เลยค่ะ มันจะยิ่งทำให้เมโกรธมากกว่าเดิม” สิงขรหน้าสลดลง “ผมไม่ได้มากดดันเม ผมแค่อยากมาขอโทษเม อยากมาขอโอกาสจากเมอีกสักครั้ง” เมื่อบอกให้เขากลับไปไม่สำเร็จ สร้อยสุภากลับเข้าไปในบ้าน เธอมองฟ้าอย่างไม่สบายใจ “พี่ว่าคืนนี้ฝนน่าจะตกนะเม” “คะ” เธอมองหน้าสร้อยสุภาเป็นเชิงถาม “ก็คุณหนึ่งเขายังยืนอยู่หน้าบ้านเลย ถ้าฝนตกตอนนี้จะไม่ดีสิ” และฝนก็ตกลงมาจริงๆ ตกหนักมากเป็นชม. สิงขรไม่มีทีท่าจะหาที่หลบรถ สร้อยสุภากางร่มถือร่มเอาไปให้เขาหนึ่งคัน “ไม่ต้องหรอกครับพี่สร้อย ผมอยู่ได้ ถ้าเมไม่ออกมาดูผมจะตากฝนแบบนี้ล่ะ” สร้อยสุภาได้แต่ส่ายหน้ากับคนทั้งสอง เธอตัดสินใจเข้าบ้านมาคุยกับเมธาวี “พี่ว่าเมไปบอกให้คุณหนึ่งเขากลับไปเถอะ พี่ไม่สบายใจเลยเดี๋ยวถ้าเขาป่วยจะไปกันใหญ่นะ” เมธาวีสีหน้าเรียบเฉย “หมาแมวมันยังรู้จักหลบฝนเลยนะคะพี่สร้อย ถ้าเขาโง่กว่าสัตว์เดรัจฉานเราก็คงทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD