หนูพาขวัญ

1323 Words
หลังจากหมอแพรววาตั้งสติได้ หมอสาวนั่งเคลียร์เอกการสารเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ก่อนที่เธอนั้นจะเดินตัวปลิวออกจากโรงพยาบาลในช่วงเวลาเลิกงาน หมอแพรววามุ่งตรงขับรถมารับลูกสาวที่หน้าโรงเรียนอนุบาลดั่งเช่นทุกวัน แต่! ครั้งนี้กลับแปลกไปเมื่อคุณแม่ยังสาวมารับเร็วกว่าเวลาปกติ “คุณแม่ พาขวัญคิดถึง” เสียงใสของหนูน้อยพาขวัญดังขึ้น เพียงแค่เห็นมารดายืนรออยู่หน้าประตูโรงเรียน พลันวิ่งมาหามารดาด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มสดใส รอยยิ้มที่ทำให้คุณแม่ลูกหนึ่งหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง “อ้อนแบบนี้ อยากได้อะไรคะ” หมอแพรววาย่อตัวลงในระดับเดียวกับพาขวัญ สวมกอดลูกสาวด้วยความคิดถึงและไม่ลืมที่จะเอ่ยถามลูกสาว เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนเสมือนต้องการอะไรบางอย่าง “ไอศกรีมได้ไหมคะ” หนูน้อยพาขวัญส่งสายตาปริบ ๆ ให้กับคุณแม่ยังสาว ดวงตาประกายอ้อนวอน หวังให้มารดาเห็นใจ “อื้ม! ได้สิคะ” หมอแพรววาไม่สามารถใจแข็งได้ เพียงแค่เห็นท่าทางน่ารักของลูกสาวที่กำลังรอลุ้นคำตอบจากเธอ “เย่” หนูน้อยพาขวัญเฮลั่นด้วยความดีใจ พลันโน้มหน้าไปหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ @ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ภายในร้านไอศกรีมที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน กลับมีรอยยิ้มสดใสของหนูน้อยพาขวัญที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า พร้อมคำชมกับรสไอศกรีมที่อยู่ตรงหน้าไม่ขาดปาก “อร่อยที่สุดเลยค่ะ” “กินบ่อยไม่ได้นะคะ ไม่ดีต่อสุขภาพ” รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าหมอแพรววา เอ่ยเตือนลูกสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “รับทราบค่ะ” หนูน้อยพาขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส พลันพยักหน้ารับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ “ทำไมหนูเป็นเด็กดีแบบนี้ลูก” พาขวัญมักเป็นเด็กดีและเชื่อฟังคำมารดาอย่างเธอเสมอ แต่! ก็มีบางครั้งที่แอบดื้อบ้างตามนิสัยเด็ก “ก็เพราะว่าพาขวัญอยากเจอคุณพ่อไงคะ เมื่อไหร่? คุณพ่อจะกลับมาสักที” กึก! ร่างบางชะงักไปเล็กน้อย พลันมองหน้าลูกสาวตัวเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในนั้น หมอแพรววาทราบมาโดยตลอดว่าลึก ๆ แล้ว พาขวัญยังคงต้องการเจอพ่อที่แท้จริงของตนเอง แม้ว่าชีวิตที่เกิดมาเธอจะสามารถเลี้ยงดูลูกสาวได้เป็นอย่างดีก็ตาม “ถ้าเกิดวันหนึ่งคุณพ่อไม่กลับมา พาขวัญจะเสียใจไหมลูก” เพราะกลัวว่าลูกสาวจะเสียใจ และรอให้พาขวัญโตกว่านี้เธอคงต้องบอกความจริงกับลูกสาว “เสียใจนิดหน่อยค่ะ” รอยยิ้มสดใสเจื่อนลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้คุณแม่อย่างแพรววารู้สึกจุกจนแทบพูดอะไรไม่ออก “ตอนนี้ แม่อยากให้พาขวัญอยู่กับปัจจุบันค่ะ ถ้าเกิดคุณพ่อเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย แม่เชื่อว่าคุณพ่อจะกลับมาหาหนู” “คุณแม่พูดจริง ๆ นะคะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มประกายอย่างมีหวัง อย่างน้อยสักวันคุณพ่อที่เธอรอคอยต้องกลับมา “ค่ะ” หมอแพรววาตอบรับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น กักเก็บความลับเอาไว้ในใจ เพราะเธอไม่พร้อมให้พาขวัญเสียใจในเวลานี้ “แต่ถ้าคุณพ่อไม่กลับ คุณแม่จะมีแฟน พาขวัญไม่ว่าเลย” “พาขวัญ หนูไปได้ยินใครพูดแบบนี้มาคะ” เพียงแค่หมอแพรววาได้ยินคำพูดของพาขวัญ คุณแม่ยังสาวกลับอุทานขึ้นเสียงหลงด้วยความตกใจ “พาขวัญได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังค่ะ คุณพ่อของข้าวตังทิ้งคุณแม่กับข้าวตังไป ไม่กลับมา คุณแม่ของข้าวตังก็เลยมีแฟนใหม่” “อ้อ แบบนี้นี่เอง” มือเล็กลูบหน้าอกตนเองเบา ๆ หมอแพรววารู้สึกโล่งใจกับคำตอบที่ได้รับจากพาขวัญไม่น้อย “พาขวัญอยากให้แม่มีความสุข” “โธ่ลูก! อย่าทำให้แม่คลั่งรักหนูไปมากกว่านี้ได้ไหม” คำพูดของลูกสาวกลับทำให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟูขึ้นอีกครั้ง คำว่ารัก ที่ไร้คำปรุงแต่ง กลับมีพลังรุนแรงจนยิ้มแก้มปริ “พาขวัญรักคุณแม่ที่สุดเลย” “พรุ่งนี้วันหยุด งั้นเรานอนดูการ์ตูนกันดีไหมคะ” พรุ่งนี้เป็นวันหยุดและหมอแพรววาก็มักจะหากิจกรรมวันหยุดทำกับพาขวัญอยู่เสมอ และอาทิตย์นี้ก็เช่นกัน “ได้ค่า” หนูน้อยพาขวัญตอบรับเสียงใส พลันตักไอศกรีมเข้าปากด้วยใบหน้าและแววตาประกายไปด้วยความสุข วันหยุดแสนสดใสคุณหมอแพรววาตื่นเช้าขึ้นมาเตรียมอาหารให้ลูกสาวดั่งเช่นทุกวัน พลันทำความสะอาดบ้านท่าทางอารมณ์ดี เมื่อร่างกายและสมองได้รับการพักผ่อน โดยมีหนูน้อยพาขวัญนั่งดูการ์ตูนหน้าทีวี จนกระทั่ง! เสียงมือถือยามสายดังขึ้น จนสามารถเรียกคิ้วเรียวสวยให้ขมวดเข้าหากันเป็นปมได้ “อย่าบอกนะ! ว่านายก่อเรื่องอีกแล้ว” ทำได้เพียงพึมพำกับตนเองเบา ๆ โดยที่ดวงตากลมโตยังคงจับจ้องยังหน้าจอมือถือไม่ละสายตา ก่อนที่คุณหมอสาวจะตัดสินใจกดรับสายอย่างจำใจ (คุณหมอแพรววาคะ? ขอโทษที่รบกวนวันหยุด คือตอนนี้โรงพยาบาลมีเคสด่วนที่ต้องเข้าผ่าตัดกับอาจารย์หมอ แต่วิเวียนโทรหาหมอท่านอื่นไม่มีใครรับสายเลยค่ะ) (เคสอะไรคะ) แพรววากลับโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเรื่องที่พยาบาลวิเวียนแจ้ง ไม่ใช่เรื่องของหยาง (อุบัติเหตุค่ะ) (ไม่มีแพทย์คนไหนว่างเลยเหรอคะ?) หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง พลันเหลือบตามองลูกสาวที่นอนสบายใจอยู่หน้าทีวี (ติดต่อไม่ได้เลยค่ะ) พยาบาลวิเวียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย แต่! อย่างน้อยหมอแพรววาก็รับสายเธอ (งั้นเดี๋ยวหมอเข้าไปค่ะ แต่หมอรบกวนช่วยดูลูกสาวในช่วงที่หมออยู่ในห้องผ่าตัดจะได้ไหม) สิ่งที่เธอเป็นห่วงที่สุดคงหนีไม่พ้นลูกสาว แต่หน้าที่ก็ต้องทำ จนพลันขอความช่วยเหลือจากพยาบาลคนสนิท (ไม่มีปัญหาเลยค่ะ น้องพาขวัญน่ารักจะตาย วิเวียนคิดถึงแกจะแย่) (อีกครึ่งชั่วโมงเข้าไปค่ะ) (ขอบคุณนะคะคุณหมอแพรววา) พยาบาลวิเวียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงดีใจ และกดวางสายไปในทันที “พาขวัญเตรียมตัวค่ะลูก แม่ต้องเข้าโรงพยาบาลไปช่วยชีวิตคน” หมอแพรววาเดินไปพูดกับพาขวัญที่นอนอยู่ และดูเหมือนเป็นความเคยชินของพาขวัญที่ดีดตัวลุกจากโซฟาทันที โดยไม่อิดออด เพียงแค่รับรู้ว่ามารดาต้องไปรักษาชีวิตคนอื่น “โอเคค่ะ” ทั้งสองสาวต่างอายุเดินเข้าไปในห้องนอน เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความรวดเร็วและรีบมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาล “ฝากด้วยนะคะ” พาขวัญที่รู้หน้าที่ของตัวเองเดินไปหยุดตรงหน้าของพยาบาลวิเวียนที่เคยเล่นด้วยกันเป็นประจำ หากมารดามีเคสด่วนเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าลูกสาวอยู่ได้ หมอแพรววาจึงรีบเดินไปยังห้องผ่าตัดด้วยความรวดเร็ว เพราะเธอทราบดีว่าลูกสาวเข้ากับใครก็ได้ แถมอยู่ง่ายกินง่ายอีกต่างหาก “ได้ค่ะ หนูพาขวัญพี่วิเวียนคิดถึงจังเลย” เสียงใสของพยาบาลวิเวียนเอ่ยทักทายหนูน้อยพาขวัญขึ้นด้วยความดีใจ เพราะช่วงนี้เธอแทบไม่ได้เจอลูกสาวของหมอแพรววาด้วยซ้ำ “คิดถึงเหมือนกันค่ะ” พาขวัญตอบกลับเสียงใส พลันเดินนำพยาบาลวิเวียนไปยังห้องทำงานของมารดาตนเอง และ! เพราะไม่ทันระวังจนพลันให้เดินชนกับบุคคลที่เดินสวนมาพอดี ตุบ! หนูน้อยพาขวัญล้มลงกับพื้นอย่างแรงโดยไม่ทันระวัง พลันทำให้พยาบาลวิเวียนที่เดินตามหลังมาอุทานเรียกชื่อหนูน้อยและรีบวิ่งเข้าไปดูแล “หนูพาขวัญ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD