ลูกสาวคุณเหรอ?

1407 Words
“หนูพาขวัญ” พยาบาลวิเวียนอุทานขึ้นด้วยความตกใจ พลันรีบวิ่งเข้าไปช้อนตัวพาขวัญอย่างรวดเร็ว แต่! พยาบาลวิเวียนกลับต้องชะงัก เมื่อหยางประธานหนุ่มย่อตัวลงไปประคองร่างเล็กของพาขวัญขึ้นมาแนบอก ในขณะที่เขายังคงสวมชุดคนไข้ของโรงพยาบาล “ขอโทษค่ะ” หนูน้อยพาขวัญยกมือขึ้นพนม ไหว้ขอโทษหยางท่าทางนอบน้อม พลันใบหน้าแสดงอาการสำนึกผิดออกมาจนเห็นได้ชัด หยางยังคงนิ่งไม่ยอมตอบรับคำขอโทษจากหนูน้อยพาขวัญ นัยน์ตายังคงจับจ้องไปยังใบหน้าจิ้มลิ้มไม่วางตา แรงดึงดูดมหาศาลกลับทำให้ชายหนุ่มไร้การเคลื่อนไหว จนกระทั่ง! ใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มเบะปากดั่งคนกำลังจะร้องไห้ หยางที่เห็นดังนั้น จึงรีบตอบรับคำขอโทษจากพาขวัญทันที “ไม่เป็นไรครับ หนูเจ็บตรงไหนรึเปล่า” หยางเอ่ยถามหนูน้อยพาขวัญด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ดรัณที่ยืนอยู่ไม่ไกลแทบไม่อยากจะเชื่อหูและสายตาตนเอง จนพลันต้องรีบยกมือขยี้ตาตนเอง “ไม่เจ็บค่ะ” พาขวัญตอบกลับเสียงใส ใบหน้าจิ้มลิ้มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตกวาดสายตามองใบหน้าคมคายดั่งเด็กช่างสังเกต “เก่งจังเลย ละ ลุงว่าเรารีบลุกจากพื้นดีกว่าครับ” หยางเอ่ยปากชมพาขวัญด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเด็กคนไหนมาก่อนในชีวิต “ท่านประธานขอโทษแทนหนูพาขวัญอีกครั้งนะคะ” วิเวียนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกุลีกุจอเดินเข้าไป หมายจะประคองพาขวัญด้วยความเป็นห่วงปนร้อนรน “ลูกสาวคุณเหรอ” หยางหันไปเอ่ยถามพยาบาลวิเวียนด้วยความสงสัย เนื่องจากใบหน้าของทั้งคู่ ไม่มีความใกล้เคียงกันแม้แต่น้อย “เปล่าหรอกค่ะ ลูกสาวของคุณหมอแพรววาค่ะ พอดีคุณหมอติดเคสด่วน” “งั้นคุณไปทำงานเถอะ ผมดูแลแทนเอง” “แต่ว่า” พยาบาลวิเวียนกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย พยายามคัดค้านเพราะเกรงหมอแพรววาจะตำหนิเอา “ผมไม่พาเด็กคนนี้ไปขายหรอก แค่จะพาไปซื้อขนม เดี๋ยวพากลับมาส่งที่หน้าเคาน์เตอร์” เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจ หยางจึงเอ่ยปากจะพาหนูน้อยพาขวัญไปส่งที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้วยตนเอง หวังให้พยาบาลวิเวียนเบาใจลงได้บ้าง “จะดีเหรอคะ” พยาบาลวิเวียนแทบอยากกัดลิ้นตนเองแล้วดิ้นลงบนพื้นเสียเดี๋ยวนี้ หากหมอแพรววาทราบเรื่องเข้า เธอคงถูกบ่นจนหูชาเป็นแน่ และ! ที่แย่ไปมากกว่านั้นคือวิเวียน เธอไม่อยากปฏิเสธเจ้าของโรงพยาบาลให้เกิดปัญหาหนักใจตามมาทีหลัง แต่ดูเหมือนหยางไม่ได้รู้สึกผิดหรือเกรงใจพยาบาลวิเวียนแม้แต่น้อย ชายหนุ่มหันกลับไปให้ความสนใจหนูน้อยที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง “หนูชื่ออะไรนะครับ” หยางเอ่ยถามพาขวัญด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แขนแกร่งรั้งร่างเล็กให้ยืนขึ้น ประคบประหงมด้วยความอ่อนโยนดั่งลูกในไส้ “พาขวัญค่ะ” หนูน้อยพาขวัญตอบกลับเสียงใส ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตากลมโตเป็นประกายจับจ้องมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มตรงหน้า “ไปซื้อขนมกับลุงไหม?” “ไปค่ะ” มือเล็กจับมือหนาแกว่งไปมาท่าทางออดอ้อน ส่งสายตาประกายตื่นเต้นเพียงแค่ได้ยินคำว่า ขนม จากคำชักชวนของคุณลุงใจดีที่รู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ใกล้ “พาขวัญ คุณแม่เคยห้ามไว้ใจคนแปลกหน้าไม่ใช่เหรอคะ” วิเวียนที่ไม่สามารถห้ามเจ้าของโรงพยาบาลได้ กลับต้องหาทางออกอีกหนึ่งทาง คือการหันไปคุยกับหนูน้อยพาขวัญ เผื่อหนูน้อยจะระลึกถึงคำเตือนของมารดาได้ แต่! คำตอบที่ได้รับจากหนูน้อยพาขวัญ กลับทำให้พยาบาลวิเวียนนั้นต้องยกมือกุมขมับ นวดคลึงเบา ๆ “คุณลุงคนนี้ไว้ใจได้ พาขวัญรู้สึกปลอดภัย” “เอางั้นก็ได้ค่ะ ไม่ดื้อ ไม่ซนนะคะ พี่จะรออยู่หน้าเคาน์เตอร์” เมื่อหมดหนทาง พยาบาลวิเวียนจึงจำใจและไม่ลืมที่จะเตือนหนูน้อยพาขวัญ “รับทราบค่ะ” หนูน้อยพาขวัญตอบกลับเสียงใส พยักหน้ารับคำด้วยใบหน้าจริงจัง “ทำไมคิดนานจังครับ อยากได้อะไรหยิบได้เลย ไม่ต้องเกรงใจละ ลุง” คำพูดลื่นไหล แต่! กลับสะดุดคำสรรพนามลงท้ายที่ดูตะกุกตะกักผิดแปลกไป เสมือนไม่อยากพูดคำว่า ลุง แทนตัวเองอย่างไรอย่างนั้น “เลือกไม่ถูกเลยค่ะ น่ากินหมดเลย” ใบหน้าจิ้มลิ้มครุ่นคิด ดวงตากลมโตกวาดตามองขนมเรียงรายอยู่ตรงหน้า “ถ้าเลือกไม่ถูก เหมาหมดเลยก็ได้นะครับ” แม้ยามเลือกขนมที่มาพร้อมกับใบหน้าจิ้มลิ้มกำลังยืนครุ่นคิดท่าทางหนักใจ จนพลันเรียกความเอ็นดูจากหยางได้เป็นอย่างดี เพียงแค่หนูน้อยคนนี้แสดงอาการคิดหนักออกมา ดั่งผู้ใหญ่ที่กำลังคิดไม่ตกและยืนมองขนมตรงหน้าอย่างตั้งใจ “ไม่ได้สิคะ หนูกินไม่หมดหรอกนะ” พาขวัญแหงนหน้าขึ้น ตอบคำถามหยางด้วยใบหน้าจริงจังปนเสียดายที่ปฏิเสธข้อเสนอจากคุณลุงใจดี “ซื้อไปก่อนก็ได้ กินไม่หมดก็แค่ทิ้งไงครับ ลุงไม่ได้บังคับให้หนูทานให้หมดสักหน่อย” “สิ้นเปลืองค่ะ คุณแม่รู้ คุณแม่ต้องบ่นแน่ ๆ เลย” “หืม! บ่นทำไมครับ” คำตอบของพาขวัญกลับทำให้หยางรู้สึกแปลกใจ ปนตื่นเต้นกับคำสอนที่แพรววาสอนลูกสาว ซึ่งเป็นคำสอนที่ดีจนไร้ที่ติ “คนเราต้องรู้จักคุณค่าของเงินค่ะ ไม่ใช้สิ้นเปลืองน้า” นิ้วชี้เล็กชูขึ้นบนอากาศ ส่ายไปมา เสมือนกำลังติเตียน “ครับ งั้นตามสบายเลย ลุงรอได้” หยางตอบกลับท่าทางสบาย ยกยิ้มมุมปากชอบใจกับท่าทางน่ารักของพาขวัญที่ไม่อยากจะละสายตา “เช็ดปากให้หนูหน่อย มันเลอะ” พาขวัญยื่นใบหน้าจิ้มลิ้มของตนเองเข้าไปใกล้ หวังให้คุณลุงใจดีของเธอช่วยเช็ดปากที่เปื้อนไอศกรีมให้ “ค่อย ๆ กินครับ ไม่มีใครแย่งหนูหรอก” รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มที่ยากจะปรากฏขึ้น แต่! กลับต้องพ่ายแพ้ต่อหนูน้อยคนนี้ราบคาบ “ไม่ได้สิ เดี๋ยวคุณแม่รู้ว่าพาขวัญแอบกินไอศกรีม” หากคุณแม่ทราบมีหวังเธอ ถูกสั่งงดขนม หนึ่งอาทิตย์แน่นอน “คุณแม่ไม่อนุญาตให้ทานไอศกรีมเหรอครับ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สงสัยไม่น้อยกับนัยที่พาขวัญเกริ่นขึ้น “ของไม่มีประโยชน์คุณแม่ไม่ชอบให้ทานค่ะ” “คุณแม่หนูดุเหรอ” ท่าทางเกรงกลัวของพาขวัญ ชวนให้หยางเอ่ยถามคำถามชวนหลอกล่อกับหนูน้อย และคำตอบที่ได้กลับเรียกรอยยิ้มมุมปากจากหยางได้อีกครั้ง “ดุค่ะ” “คุณพ่อล่ะครับ ไปไหน?” ดูเหมือนว่าพาขวัญจะพูดถึงแต่มารดาเท่านั้น จนหยางสงสัยจึงเกริ่นถามหาบิดาของหนูน้อยขึ้น แต่! ยังไม่ทันที่หนูน้อยพาขวัญจะตอบคำถามหยางจบ เสียงหวานปนดุของหมอแพรววาก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี “คุณพ่อของหนู..” “พาขวัญ” “คุณแม่ ช่วยชีวิตคนเสร็จแล้วเหรอคะ” หนูน้อยพาขวัญอุทานเรียกมารดาเสียงใส พลันเอ่ยถามมารดาขึ้นอย่างรู้งาน “ค่ะ ทำไมหนูไม่รออยู่กับพี่วิเวียนคะ” หมอแพรววาตอบกลับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น สองขารีบเดินเข้าไปประชิดตัวพาขวัญทันที “คุณลุงใจดี ชวนพาขวัญมาซื้อขนมค่ะ” “คุณแม่เคยสอน ห้ามไว้ใจคนแปลกหน้าไม่ใช่เหรอคะ” หมอแพรววาเอ่ยถามพาขวัญ แต่สายตาของเธอกลับมองใบหน้าของหยางอย่างเอาเรื่อง “ใช่ค่ะ แต่! คุณลุงใจดี พาขวัญรู้สึกอบอุ่น” “หนูจะใช้ความรู้สึกไม่ได้นะคะ” น้ำเสียงเข้มปนดุเอ่ยเตือนลูกสาวอย่างเผลอลืมตัว เพียงแค่ได้ยินประโยคบอกเล่าจากลูกสาว ที่ชวนทำให้หัวใจมารดาอย่างเธอร้อนรนปนตกใจ “คุณจะดุ ลูกทำไม” หยางที่นั่งมองการกระทำของหมอแพรววาอยู่นาน ตักเตือนหญิงสาวขึ้นด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เพียงแค่เขานั้นพาลูกสาวเธอมาซื้อขนมในบริเวณร้านค้าของโรงพยาบาล “ไม่ใช่เรื่องของคุณ ทีหลัง อย่ายุ่งกับลูกคนอื่นอีก”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD