รอฟังข่าวดี

1351 Words
เช้าวันจันทร์ที่แสนสดใส คุณหมอแพรววาขับรถไปจอดยังลานจอดรถบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ หมอสาวก้าวลงจากรถยนต์และบังเอิญเจอเข้ากับหมอไลลาเพื่อนสนิทของตนเอง “อรุณสวัสดิ์ ไลลา” หมอแพรววาเอ่ยทักทายหมอไลลาดั่งคนอารมณ์ดี ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มสดใส ชวนให้หมอไลลาแปลกใจจนต้องเอ่ยปากถาม “เกิดเรื่องดี ๆ อะไรขึ้นเหรอ? ทำไมวันนี้แกดูอารมณ์ดี” “ชีวิตฉันตอนนี้ กลับมาสงบสุขแล้ว” ชีวิตภายในโรงพยาบาลอันแสนสงบกลับมาอีกครั้ง เมื่อเธอจัดการหยางให้ออกไปจากชีวิต “อย่าบอกว่า เรื่องคุณหยาง” หมอไลลาคาดเดาไม่ยาก เรื่องที่ทำให้หมอแพรววากลุ้มใจในชีวิตคงมีไม่กี่เรื่อง “ใช่นะสิ ฉันเซ็นอนุมัติให้เขาออกจากโรงพยาบาลแล้ว เช้าวันนี้ชีวิตของฉันก็เลยสดใส” “งั้นไปร้านกาแฟ ยายอโรชากัน” หมอไลลาทำได้เพียงส่ายศีรษะเบา ๆ แววตารู้สึกเอ็นดูเพื่อนสนิทตนเอง “ไปสิ วันนี้ฉันเลี้ยงกาแฟเอง” หมอแพรววาเดินไปคล้องแขนหมอไลลา เดินเข้าไปในโรงพยาบาลพร้อมกัน พลันเมาท์แชร์เรื่องราวที่เคยเจอมา “เลิศ!” หมอไลลายิ้มกว้าง เพียงแค่หมอแพรววาตกปากรับคำจะเลี้ยงกาแฟเธอ และ ดูเหมือนวันนี้จะเป็นวันที่โชคดีสำหรับเธอเช่นกัน “สวัสดีค่ะคุณหมอคนสวยทั้งสอง” เสียงใสของอโรชาเอ่ยทักทายหมอแพรววาและหมอไลลาเพื่อนสนิทของตนเอง ในขณะที่เธอนั้นกำลังจัดแจงเค้กเข้าตู้ “เหมือนเดิมจ้ะ” หมอแพรววาเอ่ยปากบอกอโรชาด้วยน้ำเสียงสดใส พลันยื่นบัตรเครดิตให้กับเจ้าของร้าน “แพรววา วันนี้แกถูกหวยเหรอ” อโรชาเอ่ยแซวด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นหมอแพรววากำลังโชว์รวย “เปล่า วันนี้ฉันอารมณ์ดีมาก ดูสิ ท้องฟ้าสดใส อาการปลอดโปร่ง” หมอแพรววาตอบกลับเสียงใส พลันแหงนหน้าขึ้น หลับตาและสูดอาการเข้าปอดเสมือนกำลังอยู่กลางทุ่งหญ้าและต้นไม้เขียวขจี “ทำตัวเหมือนคนกำลังมีความรัก” “เอ๊ะ! หรือว่าคุณหยางกลับมา แกก็เลยอารมณ์ดี” หมอไลลาเอ่ยสมทบอโรชาด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางอารมณ์ดีเกินเบอร์ของหมอแพรววา “ค่ากาแฟ แกจ่ายเอง” คำพูดของหมอไลลาเรียกสายตาดุ จากหมอแพรววาได้เป็นอย่างดี พลันคว่ำปากตามมาด้วยอาการหงุดหงิด “โธ่! ฉันแค่ล้อเล่นเอง” หมอไลลารีบเข้าไปออดอ้อนออเซาะหมอแพรววา อย่างเอาอกเอาใจ “อย่าล้อเล่นแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นฉันจะเลิกคบแก” ชื่อผู้ชายคนนั้น ดั่งมนตร์ดำในชีวิตของเธอ จนไม่อยากจะได้ยินชื่อให้ชีวิตหมองหม่น “แกแน่ใจเหรอ? ว่าจะเลิกคบฉัน คิดดี ๆ นะ แกไม่มีเพื่อนที่ไหนแล้วนะ” “ก็จริงของแก!” คำพูดของหมอไลลาไม่เกินจริง เพราะชีวิตของเธอมีเพื่อนสนิท เพียงแค่สองคนเท่านั้น “วันนี้โรงพยาบาลมีงานอะไร ทำไมบุคลากรทางการแพทย์ดูตื่นเต้น จัดแจงทางเดิน เหมือนรอต้อนรับใคร” อโรชากวาดสายตาออกไปนอกร้านกาแฟ ที่มีเหล่าบุคลากรทางการแพทย์กำลังตระเตรียมการบางอย่าง จนต้องหันกลับมาเอ่ยถามหมอสาวทั้งสอง “ไม่รู้สิ” หมอแพรววาตอบกลับพัลวัน พลันหยิบกาแฟหน้าเคาน์เตอร์ไปดื่มด้วยท่าทางสบาย “ตอนนี้ฉันรู้แล้ว โลกสดใสของเธอกำลังจะมืดมน” หมอไลลายกยิ้มมุมปาก หลังจากที่เธอนั้นทราบต้นเรื่อง “หมายความว่าไง!” หมอแพรววาอุทานขึ้นด้วยความตกใจปนสงสัย กับประโยคคำพูดกำกวมของหมอไลลา “พอดีเจ้าของโรงพยาบาลคนใหม่ คงเข้าทำงานวันนี้” “พูดจริง?” แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หมอไลลาพูด จนพลันเอ่ยถามย้ำเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง “หันออกไปมองนอกร้านสิ” หมอไลลาบุ้ยปากออกไปนอกร้านกาแฟ เสมือนย้ำคำตอบให้ชัดเจน “เวร!” หมอแพรววาสบถคำหยาบออกมาด้วยอาการหัวเสีย เพียงแค่เห็นร่างสูงโปร่งของหยาง สวมสูทสีดำสุภาพ ก้าวเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้าเรียบเฉย โดยมีเหล่าบุคลากรทางการแพทย์รอต้อนรับ “ฉันว่าแก ควรเตรียมรับมือเอาไว้จะดีกว่า” หมอไลลาตบบ่าเล็กของหมอแพรววา เสมือนกำลังให้กำลังก็ไม่ปาน ภายในห้องทำงานบนตึกสูงตระหง่าน เจ้าของโรงพยาบาลคนใหม่กำลังนั่งเอนตัวกับพนักเก้าอี้ท่าทางสบาย ต่างจากเลขาคนสนิทที่ยังคงงุนงงกับความคิดของเจ้านายหนุ่ม “ทำไม? เราต้องย้ายมาทำงานที่นี่ด้วยครับ ปกติเจ้านายสามารถบริหารงานโรงพยาบาลที่บริษัทก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ” “ฉันอยากเปลี่ยนแผนบริหารงานโรงพยาบาล” หยางตอบกลับเพียงน้ำเสียงเรียบเฉย พลันเหลือบตามองแฟ้มงานที่กองอยู่เบื้องหน้าท่าทางครุ่นคิด “แต่แผนงานบริหารก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ” ตั้งแต่เจ้านายซื้อโรงพยาบาลต่อจากผู้บริหารคนเก่า ดรัณก็ไม่เคยเห็นเจ้านายจะพูดหรือเอ่ยถึงโรงพยาบาลนี้แม้แต่ครั้งเดียว แต่เหตุใด! หลังจากถูกยิงกลับอยากเข้ามาบริหารงานที่โรงพยาบาลนี้ จนเลขาอย่างเขาแทบตั้งตัวไม่ทัน “ถ้าดีจริง เจ้าของเดิมจะขายต่อเหรอ?” หากโรงพยาบาลนี้บริหารดีจริง คงไม่ถูกขายต่อ เนื่องจากเจ้าของเดิมต้องการเงินไปใช้หนี้ แต่ด้วยโรงพยาบาลที่ขับเคลื่อนด้วยชื่อเสียงเดิม และบุคลากรทางการแพทย์ที่เก่ง จึงดำเนินการต่อได้ด้วยตัวเอง แต่หลังจากนี้เขาจะเข้ามาบริหาร เพื่อให้โรงพยาบาลนี้จัดเป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศ “ครับ” แม้จะไม่เข้าใจ แต่ดรัณกลับพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย เพราะขืนยังคงสงสัยมีหวังถูกเจ้านายหนุ่มหั่นเป็นชิ้น ๆ แน่ ภายในห้องทำงานที่มีเจ้านายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา นั่งสุขุมอ่านเอกสารที่อยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าครุ่นคิดและพิจารณา เนื้อหาข้อความที่อยู่ในแผ่นกระดาษสีขาว “เจ้านายมีแผนดำเนินการต่อจากนี้ยังไงครับ” ดรัณที่กำลังยืนรับคำสั่งเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพดั่งเช่นเคย “ฉันอยากเทกโอเวอร์ โรงเรียนอนุบาล XX” หยางละความสนใจจากเอกสารที่อยู่ตรงหน้า เหลือบมองหน้าเลขาคนสนิท เสมือนกำลังสั่งงานดรัณเสียมากกว่าได้ยินคำปรึกษา “คะ ครับ นี่เจ้านายล้อเล่นใช่ไหม” คำพูดของเจ้านายหนุ่ม สร้างความตกใจให้กับดรัณได้ไม่น้อย ไม่คิดจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหลุดออกจากปากเจ้านายหนุ่มเช่นนี้ และ! ดูเหมือนเจ้านายของเขาจะมีอาการแปลกจนเพี้ยน จนน่าตกใจ เสมือนบุคคลตรงหน้าไม่ใช่เจ้านายผู้เย็นชาคนเดิม “หน้าฉันเหมือนคนล้อเล่นรึไง” น้ำเสียงเย็นยะเยือก ใบหน้าเรียบเฉย แต่นัยน์ตาคมแฝงไปด้วยอาการหงุดหงิด เมื่อเจอคำถามกลับจากดรัณ “แต่เจ้านายไม่ได้รักเด็ก” อย่าว่าแต่รักเด็กเลย ขนาดสาวสวยยังไม่สามารถเข้าใกล้เจ้านายหนุ่มของเขาได้ด้วยซ้ำ เว้นก็แต่ คุณหมอพราววาคนสวยเท่านั้น ที่ดูเหมือนเจ้านายจะไว้ใจให้เธอดูแลอาการบาดเจ็บ “แล้วยังไง? เป็นผู้บริหารโรงเรียนต้องรักเด็กเหรอ” หากเขาต้องการเป็นผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลเด็กเล็ก จำเป็นต้องรักเด็กด้วยเหรอ? คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของหยางวนไปมา “เปล่าครับ ผมแค่แปลกใจ” “หึ!” หยางยกยิ้มมุมปากดั่งคนเจ้าเล่ห์ เสมือนเจ้าตัวกำลังมีแผนการบางอย่างที่ยังไม่ถูกเปิดเผย แม้แต่ดรัณเลขาคนสนิทก็ยากจะอ่านใจเจ้านายหนุ่มได้ “เจ้านายจริงจังเหรอครับ” “เออสิวะ!” หยางกระแทกเสียงใสดรัณด้วยความหงุดหงิด เมื่อเจอคำถามเซ้าซี้ชวนน่ารำคาญใจ “ผมจะไปจัดการให้ เดี๋ยวนี้” ในเมื่อนี่คือคำสั่ง ลูกน้องอย่างเขาคงต้องจัดการให้เจ้านายให้ดีที่สุด “จะรอฟังข่าวดี” ไม่รู้อะไรดลใจ ทำให้เขาอยากบริหารโรงเรียน โรงพยาบาล มากเช่นนี้ ซึ่งเขาเองก็ยังคงหาคำตอบไม่ได้เช่นกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD