ความหลัง2

1240 Words
ค่ำวันนั้นเธอมีความสุขกับการละเลียดอาหารและไวน์จนมึนเมา รู้ว่าตนเองไม่เคยดื่ม และรู้ว่าหากเมาการอยู่กับรามในพื้นที่ส่วนตัวนั้นอันตรายอย่างยิ่งแต่มัทรีก็เต็มใจ 'มาศครับ เมาแล้วเหรอ' เธอรู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นแตะต้องที่แก้มเบาๆ 'ยางค่ะ แค่งงๆ นิดเดียว' เธอหรี่ตามองเขา มัทรีคว้ามือเขาที่กำลังจับแก้มเธอไว้มากอด 'พี่หมอ มาศจะล้มยืนไม่ไหวแล้วค่า' รามย่อตัวลงมองหน้าคนไม่เมาแล้วหัวเราะ 'มาศนั่งอยู่ ล้มไม่ได้นะครับ' 'ได้ซี้ นี่ไงจะล้มแล้วจริงๆ นะ' มัทรีเอนตัวไปหาเขาเธอยังกอดแขนเขาแน่น ใบหน้าซบลงที่หน้าอกกว้างตรงหน้า 'แบบนี้เรียกเลื้อยครับ ไม่ใช่ล้ม' รามหัวเราะอย่างเอ็นดู เขาถามเธอที่หลับตานิ่ง 'ถ้ามาศจะล้มให้พี่พาไปนอนไหม' มัทรีพยักหน้าแทนคำตอบ ชายหนุ่มจึงช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มเธอกลับเข้าไปในห้อง เขาวางเธอลงบนโซฟาที่ห้องนั่งเล่นแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำกลับออกมาพร้อมกับผ้าเย็น รามเช็ดหน้าให้เธอสดชื่นขึ้น เขารู้สึกผิดอยู่ประมาณหนึ่งที่รินไวน์ให้เธอตามคำร้องขอแบบไม่มียั้ง 'มาศครับ กลับบ้านไหวไหม' เขาวางผ้าเย็นไว้บนโต๊ะแล้วหันไปหาคนเมา 'หวาย...ค่ะ แต่ขอล้างหน้าแป็บน้า' 'พี่เช็ดหน้าให้แล้วครับ ไม่ต้องล้างแล้ว' รามตอบยิ้มๆ มัทรีทำหน้างง เขาเช็ดหน้าให้เธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน 'แต่ถ้ามาศยังไม่สดชื่น พี่เช็ดตัวให้เอาไหมครับ' เธอพยักหน้าฉับพลันร่างก็ลอยขึ้นจากพื้น 'งั้นเราไปเช็ดตัวกันในห้องดีกว่า' เสียงทุ้มแว่วมาแต่มัทรีไม่ได้สนใจความหมายแล้ว อกกว้างนี่ช่างอบอุ่นขอนอนสักงีบนะ มัทรีสะลึมสะลือเธอเหมือนอยู่ในความฝันครึ่งหลับครึ่งตื่นจนกระทั่งถูกผ่อนร่างลงนอนกับที่นอน ความเย็นทำให้หญิงสาวสะดุ้งเธอเริ่มขมวดคิ้วก่อนจะตาพร่าเมื่อรามก้มหน้าลงมาจูบที่เรียวปาก เธอเคลิ้มไปกับสัมผัสนุ่มนวลอีกครั้งคราวนี้เธอไปไกลจนมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อร่างกายเปลือยเปล่าของรามเสียดสีกับผิวเนื้ออ่อนของเธอ และที่ได้รู้อีกอย่างในตอนนั้นคือตัวเธอก็ไม่เหลือเสื้อผ้าติดกายเช่นกัน การแตะต้องแผ่วเบาราวขนนกที่สัมผัสในบางจุดทำให้มัทรีขนลุกวาบหวิวไปทั้งกาย และในบางครั้งที่มันหนักหน่วงก็ทำให้เนื้อตัวแทบจะลุกเป็นไฟ เธอครางอย่างขัดใจเมื่อความเสียวซ่านแทบจะทำให้เธอตัวลอยขึ้นสูงชะงักขาดตอน รามเลื่อนตัวขึ้นมาสบตาเธอแววตาเจิดจ้าที่สบมาทำให้มัทรีเหมือนจะแขนขาอ่อนแรงกระทันหัน “ใจเย็นๆ นะมาศ พี่ไม่อยากให้มาศเจ็บ” เรียวปากเธอถูกปิดพร้อมกับที่ร่างกายส่วนล่างเริ่มคับตึง มัทรีใจเต้นแรงเธอรู้สึกตัวเต็มที่แล้วว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขากำลังจะก้าวข้ามผ่านไปอีกเส้น มัทรีเกาะเกี่ยวแขนเขาแน่นเธออึดอัดมากแต่ยังรู้สึกว่าทนไหว จนกระทั่งได้ยินเสียงหอบของอีกคนดังชัดเจน “มาศจ๋า พี่ไม่ไหวแล้วนะ” เธอไม่เข้าใจว่าอะไรคือไม่ไหว แต่วินาทีต่อมาหญิงสาวก็เข้าใจเมื่อเขาเริ่มขยับตัวเริ่มจากจังหวะเนิบนาบเป็นเร็วขึ้น มัทรีอยากถดกายหนีแต่ถูกตรึงร่างไว้จนแทบจมลงกับฟูก รามก้มลงจูบที่ทรวงอกจากนั้นเธอก็ลืมความเจ็บตึงไปเสียสิ้นเหลือเพียงความต้องการที่ถูกเร่งเร้าให้อยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน สี่นาฬิการามที่เพิ่งนอนไปได้ไม่นานตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังรัว เขาไม่เคยปิดเครื่องเพราะต้องเผื่อเหตุฉุกเฉินที่โรงพยาบาลและมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาถูกตามไปที่ห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วนจากคนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุ ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นแต่งตัวเขาพยายามไม่ให้มีเสียงรบกวนการนอนของอีกคนแต่เธอก็ตื่นขึ้นจนได้ตอนเขาปิดตู้เสื้อผ้า มัทรีลุกมานั่งเธอยังคงงัวเงียอยู่ รามก้มลงมาหอมแก้มเธอเร็วๆ แล้วรีบบอก “พี่มีผ่าตัดด่วนมาศนอนต่อเลยนะครับ คีย์การ์ดอยู่บนหัวเตียงถ้ามาศตื่นตอนเช้าจะกลับก่อนก็ได้หรือจะรอพี่กลับมาก็ได้” และนอกจากปลุกมาบอก มัทรียังเจอโน้ตของเขาที่หัวเตียงอีกบอกย้ำว่าเขามีเคสด่วน ไม่ได้ทิ้งเธอไปไหน แต่หลังจากวันนั้นมัทรีก็ไม่ได้พบหน้าเขาอีกเลย เพราะเธอเองที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเขาจากปัญหาส่วนตัวทางบ้าน มัทรีหัวเราะกับตัวเองเมื่อความคิดกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เธอไม่เคยคิดว่ารามจะยังไม่มีใครตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอได้เห็นภาพเขาในหน้าข่าวเสมอและได้แต่ย้ำกับตัวเองว่าโลกของรามกับของเธอต่างกันเกินไป หญิงสาวเคยมั่นใจตลอดมาว่าการตัดสินใจของตนเองถูกต้องจนกระทั่งได้กลับมาพบเขาอีกครั้ง เหนือกว่านั้นปฏิกิริยาของอวัชที่มีต่อเขาทำให้เธอเพิ่งรู้ว่าจริงๆ แล้วเด็กชายก็ยังต้องการพ่อ เธอรักเด็กชายขนาดไหนก็ทำหน้าที่แทนคนเป็นพ่อไม่ได้ทุกอย่าง เมื่อคิดถึงตรงนี้ใจหญิงสาวไพล่นึกไปถึงพ่อแท้ๆ ของอวัช ว่าอดีตพี่เขยในความทรงจำไม่ใช่คนเลวร้าย เธอยังไม่เข้าใจถึงวันนี้ว่าทำไมเขาจึงขอหย่ากับพี่สาวและตัดขาดการติดต่อทุกช่องทาง เขาจะรู้ไหมว่าสร้อยฟ้าเสียชีวิตแล้ว ? เขาจะรู้ไหมว่าลูกชายของเขาน่ารักแค่ไหน ? บ่ายวันนั้นเธอไปที่รพ.สัตว์โชติภิวรรธ วันนี้หญิงสาวเก็บข้อมูลในส่วนของการทำหมันสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัขและแมว เธอทึ่งมากเมื่อรู้ว่าที่นี่เลือกใช้การทำหมันแบบวางยาสลบ นอกจากแพทย์ผ่าตัดแล้วยังต้องมีวิสัญญีสัตวแพทย์และมีสัตวพยาบาลร่วมทีมด้วย ซึ่งผู้ปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ล้วนต้องจบการศึกษาเฉพาะทางขั้นต่ำระดับปริญญาตรี “งั้นแบบนี้ค่าใช้จ่ายในการทำหมันน้องๆ ก็สูงมากเลยใช่ไหมคะ” เธอสัมภาษณ์เก็บข้อมูล “ก็อาจจะถือว่าสูงค่ะ แต่ไม่สูงไปกว่าการดูแลที่ทางเรามีให้แน่นอน อีกอย่างทางเรามีมูลนิธิสำหรับออกลงพื้นที่ทำหมันฟรีให้สุนัขจร แมวจรด้วยค่ะคุณมาศ” พนักงานประชาสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลกับเธอพูดอย่างคล่องแคล่ว “ดีจังเลยนะคะมีมูลนิธิด้วย แบบนี้การเลือกมารับการบริการที่นี่ก็เท่ากับเราได้ทำบุญไปกับทางโชติด้วยใช่ไหมคะ” มัทรีถาม “ใช่ค่ะคุณมาศ งบของมูลนิธิจะมาจากเปอร์เซ็นต์ของกำไรทุกปี ปีละสิบเปอร์เซ็นค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD