ถูกจองตัว

1526 Words
ตอนที่ 2 ล้อเครื่องกระแทกรันเวย์เบาๆ ก่อนเสียงเครื่องยนต์จะค่อยๆ ลดระดับลง ไฟสัญญาณคาดเข็มขัดยังคงติดอยู่ ขณะที่เครื่องบินแล่นเข้าสู่หลุมจอดอย่างช้าๆ ฝุ่นเธอกลืนน้ำลายลงคอ มือยังคงกดผ้าก๊อซห้ามเลือดไว้แน่น “ถึงแล้ว…คุณต้องทนอีกนิดนะคะ” เอริคไม่ได้ตอบเขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมยังคงจับจ้องเธอเหมือนกำลังประเมินทุกการเคลื่อนไหว ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงประกาศอนุญาตให้ผู้โดยสารลุกออกจากที่นั่งดังขึ้น ผู้โดยสารเริ่มทยอยลงจากเครื่องตามปกติลูกเรือแต่ละตำแหน่งเริ่มเคลียร์พื้นที่ตามขั้นตอน ฝุ่นเหลือบมองนาฬิกาข้อมือหัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ “ฉันจะไปเรียกกัปตันนะคะ…คุณอย่าขยับ” เอริคปล่อยมือจากเอวเธอช้าๆ แต่ก่อนเธอจะลุก เขากระซิบเสียงต่ำ “ระวังตัว…พวกมันน่าจะยังอยู่” คำพูดนั้นทำให้สันหลังเธอเย็นวาบ ฝุ่นพยักหน้าก่อนจะรีบเดินออกจากห้องอุปกรณ์ พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด ทางเดินเครื่องบินเกือบว่างแล้ว เหลือลูกเรือไม่กี่คนที่กำลังตรวจเช็คขั้นสุดท้าย เธอกวาดตามองไปรอบๆ แล้วหัวใจก็แทบหยุดเต้นชายร่างสูงใบหน้าโหดคนเดิม ยืนอยู่ใกล้ประตูทางออกเครื่อง สายตาเขากวาดมองเข้ามาด้านในเหมือนกำลังรอใครบางคน ‘แย่แล้ว…นั่นชายคนนั้น’ ฝุ่นรีบหลบสายตาทันที ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินไปยังห้องนักบิน ก๊อก... ก๊อก... “กัปตันคะ…ฉันฮารุค่ะ ขออนุญาตเข้าไปได้ไหมคะ” ประตูเปิดออกเล็กน้อย... กัปตันมองเธอด้วยสีหน้าสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า?” ฝุ่นสูดหายใจลึกพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “มีผู้โดยสาร VIP ท่านหนึ่ง…ได้รับบาดเจ็บค่ะ เขาต้องการพบกัปตันเป็นการส่วนตัว” กัปตันขมวดคิ้วทันที “บาดเจ็บ? ทำไมไม่รายงานก่อนหน้านี้?” ฝุ่นชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบเสียงเบา “เขา…ไม่ต้องการให้ใครรู้ค่ะ” กัปตันจ้องหน้าเธอเงียบๆ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “พาผมไปดูเขาหน่อย” ฝุ่นเธอเดินนำหน้าพากัปตันเดินกลับไปยังห้องอุปกรณ์ ทุกก้าวเหมือนหนักอึ้งยิ่งเข้าใกล้ประตูทางออก เธอยิ่งรู้สึกเหมือนมีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองอยู่ เมื่อเดินผ่านทางออก เธอเห็นชายคนนั้นยังยืนอยู่ตรงที่เดิม เขากำลังคุยโทรศัพท์ แต่สายตากำลังจ้องเข้ามาในเครื่องเหมือนนักล่าที่รอเหยื่อออกจากโพรง ฝุ่นรีบเบือนหน้าหนีทันที ‘อย่ามอง…อย่ามีพิรุธ…’ เธอผลักประตูห้องอุปกรณ์เข้าไป เอริคยังคงนั่งพิงผนังอยู่แต่ใบหน้าซีดลงกว่าเดิมมาก กัปตันหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นสภาพเขา “พระเจ้า… บอสครับ...คุณ...คุณ” เอริคเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาคมกลับมาเย็นเฉียบอีกครั้ง “ปิดประตู” น้ำเสียงนั้นไม่ดัง แต่เด็ดขาดจนกัปตันรีบทำตามทันที "ตอนนี้ยังไม่ต้องบอกใครว่าฉันกลับไทย ทำทุกอย่างให้เป็นสถานการปกติ ให้ตำรวจมาช่วยตรวจตราสักสิบนาย คนร้ายพอมันเห็นตำรวจมันคงคิดว่ามีคนแจ้ง มันจะหลบหนีเองจังหวะนั้นทางจะสะดวก แล้วก็อีกอย่าง" เอริคพูดเสียงเบา "แอร์สาวคนนั้นนายห้ามบอกเธอว่าฉันเป็นใคร" กัปตันชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำสั่งนั้น ในหัวเขาคิดเร็วราวกับพายุ เพียงแค่บอสออกคำสั่งครั้งเดียว สนามบินทั้งสนามบินสามารถถูกสั่งปิดได้ภายในไม่กี่นาที ลูกน้องนับร้อย บอดี้การ์ดนับสิบ พร้อมเคลียร์ทุกอย่างให้ราบเรียบเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้ เขากลับเลือกทำเหมือนให้ทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ บอสต้องการอะไรกันแน่ คำถามนั้นผุดขึ้นมาในหัวกัปตันแต่เขาไม่กล้าถาม เขารู้ดี…หน้าที่ของเขาคือทำตามคำสั่งเท่านั้น กัปตันสูดหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเคารพ “แล้ว…บอสจะลงจากเครื่องไหวเหรอครับ” เอริคหลับตาชั่วครู่ เหมือนรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคมกลับมาเย็นเฉียบเหมือนเดิม “เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว…และแน่ใจว่าทางสะดวก” เขาหยุดหายใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ “นายพาฉันไปที่คอนโดม่านฟ้า” กัปตันพยักหน้ารับทันที แต่ประโยคต่อมาทำให้เขาชะงักอีกครั้ง “แล้วให้แอร์คนนั้น…ไปดูแลฉันจนกว่าฉันจะหาย” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที กัปตันไม่กล้าถามว่า ทำไมต้องเป็นเธอเขาเพียงก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ค…ครับ ผมจะทำตามทันทีครับ” เอริคพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเอนศีรษะพิงผนัง ดวงตาค่อยๆ ปิดลงอย่างอ่อนแรง ด้านนอก… เสียงรถภาคพื้นเริ่มวิ่งเข้าประจำตำแหน่ง ทุกอย่างกำลังดำเนินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับฝุ่นชีวิตของเธอกำลังเปลี่ยนไปตลอดกาลเพราะจูบนั้น ทำให้เธอถูกมาเฟียคนนี้จองเอาไว้แล้วตั้งแต่สบตากัน ไม่นานตำรวจนับสิบก็ทยอยเข้าสนามบินม่านฟ้า บรรยากาศโดยรอบเริ่มตึงเครียดขึ้นทันที เจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจตราตามจุดต่างๆ อย่างเป็นระบบ เสียงวิทยุสื่อสารดังแทรกเป็นระยะ ทำให้ผู้โดยสารบางส่วนเริ่มรู้สึกผิดปกติ แต่ภาพรวมยังดูเหมือนการตรวจตราตามปกติของสนามบิน ชายฉกรรจ์คนนั้นยืนมองภาพตรงหน้า สีหน้าตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเย็นเริ่มซึมตามไรผม ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย เขารู้ดีว่าตัวเองพลาด และความผิดพลาดนี้อาจแลกด้วยชีวิต “เวรเอ๊ย…” เขาสบถเสียงเบา กัดฟันแน่น ในหัวเขาคิดซ้ำไปมา ถ้ามีตำรวจเข้ามาแบบนี้ แปลว่าต้องมีคนแจ้งแน่นอน แล้วถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูเจ้านาย เขาจะเอาอะไรไปตอบ ถ้าไม่เห็นศพยืนยันหรือว่า…มันยังไม่ตาย ความคิดนั้นทำให้หัวใจเขากระตุกแรงจนแทบหายใจไม่ออก ถ้าเอริครอด เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ล้มเหลว แต่มันคือการท้าทายอำนาจของคนที่อยู่สูงกว่านั้น “ชิบหายแล้ว…” เขาพึมพำกับตัวเอง ชายฉกรรจ์รีบพละตัวออกจากจุดนั้นทันที พยายามเดินปะปนไปกับผู้โดยสารให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด มือเขากดหมวกลงต่ำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดตารางเที่ยวบินอย่างรวดเร็ว สายตาไล่มองรายชื่อไฟลต์ปลายทางญี่ปุ่น ยังมีไฟลต์ออกภายในไม่กี่ชั่วโมงทันเวลา เขารีบเก็บโทรศัพท์ แล้วมุ่งหน้าไปยังโซนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศทันที โดยไม่รู้เลยว่า ในระยะไกล มีสายตาหลายคู่กำลังจับตาดูเขาอยู่เงียบๆ อีกด้านหนึ่ง ทุกอย่างยังดูเป็นปกติ รถภาคพื้นวิ่งเข้าประจำตำแหน่งตามขั้นตอน ผู้โดยสารทยอยออกจากเครื่องอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ความปกตินั้น เกมล่ากำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว และครั้งนี้ คนที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อ อาจไม่ใช่เอริคอีกต่อไป บนเครื่องบิน บรรยากาศภายในห้องโดยสารเริ่มเงียบลงหลังผู้โดยสารส่วนใหญ่ลงจากเครื่องไปแล้ว เหลือลูกเรือเพียงไม่กี่คนที่กำลังทำขั้นตอนตรวจเช็คสุดท้ายก่อนปิดไฟลต์ ฝุ่นยืนอยู่ใกล้ทางเดิน ใจยังเต้นแรงจากเหตุการณ์ก่อนหน้า มือยังรู้สึกสั่นเล็กน้อยแม้จะพยายามควบคุมตัวเองให้ดูปกติ เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองกัปตันที่ยืนรออยู่ใกล้ประตูห้องนักบิน สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดผิดปกติ ฝุ่นเดินเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกบางอย่างกำลังบอกเธอว่า เรื่องที่กำลังจะถูกพูดออกมา…คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา กัปตันมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาฟังดูก็รู้ว่า…เขากำลังขอร้องเธอ “ฮารุ… ผมขอให้คุณช่วยดูแลลูกค้าไฟลต์นี้หน่อยนะครับ” ฝุ่นขมวดคิ้วเล็กน้อย ยังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไรกัปตันพูดต่อ เสียงต่ำลงเล็กน้อยเหมือนกลัวใครได้ยิน “เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลพอสมควรครับ มีทั้งเงิน และอำนาจ” ฝุ่นนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบอะไรทันที กัปตันจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “ผมรู้ว่าคุณยังต้องใช้เงินรักษาคุณแม่อีกเยอะ” คำพูดนั้นทำให้ฝุ่นชะงักไปเล็กน้อย กัปตันมองตาเธอแน่นก่อนจะพูดต่อ “ผมว่า… งานนี้ มันอาจดีกว่างานประจำที่คุณต้องทำทุกวันก็ได้” บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที ฝุ่นเม้มปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างในอกเริ่มหนักขึ้น เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่คำขอ แต่มันคือข้อเสนอ…ที่เธอแทบไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ฝุ่นยืนนิ่งอยู่ตรงหน้ากัปตัน ความกดดันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก เธอรู้สึกเหมือนถูกบีบให้ต้องเลือกบางอย่าง ทั้งที่ตัวเองยังไม่ทันได้ตั้งสติจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เธอกลืนน้ำลายลงคอ พยายามรวบรวมความกล้า ก่อนจะเอ่ยออกมา เสียงสั่นเล็กน้อย “ฉัน…ไม่ใช่หมอนะคะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD