ใต้เงาม่านฟ้า

1562 Words
ตอนที่ 3 เธอเม้มปากแน่น สายตาหลบไปด้านข้างอย่างลังเล “ฉันรักษาเขาไม่ได้หรอกค่ะ… เขาต้องไปโรงพยาบาล” กัปตันเงียบไปชั่วขณะ สีหน้าดูหนักใจอย่างเห็นได้ชัดเขาไม่ได้โกรธ แต่เหมือนกำลังชั่งใจบางอย่าง เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เธอเล็กน้อย น้ำเสียงลดลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “ผมรู้ครับ… แต่เขาไปโรงพยาบาลตอนนี้ไม่ได้” ฝุ่นเงยหน้ามองทันที ความสับสนฉายชัดในแววตา กัปตันพูดต่อช้าๆ เหมือนเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง “เขามีเหตุผลของเขา” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “คุณแค่ช่วยดูแลเขา ช่วยทำแผลเบื้องต้นช่วยดูอาการเขาแค่นั้นก็พอ” ฝุ่นยังคงนิ่งเงียบ หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ กัปตันมองเธอด้วยสายตาจริงจัง “ถือว่าผมขอร้องคุณต้องการเงินเท่าไร คุณขอเขาได้เลยเขามีมากมาย จนใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด” คำพูดนั้นทำให้ฝุ่นรู้สึกเหมือนถูกกดทับ ด้วยน้ำหนักบางอย่างที่มองไม่เห็น เธอหลับตาลงช้าๆพยายามตั้งสติเพราะลึกๆ แล้ว… เธอรู้ดีว่า ถ้าคนคนนั้นอันตรายจริง ชีวิตเธอ…อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความคิดตีกันยุ่งในหัวถ้าการดูแลคนป่วย… แค่ช่วยให้เขาฟื้นตัว แล้วได้เงินมากพอจะรักษาโรคหัวใจของแม่ได้ มันก็คุ้ม.. เพื่อเงิน… เพื่อครอบครัว... เธอยอมทำทุกอย่างเธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนตอบเสียงเบาแต่ชัด “ตกลงค่ะ” กัปตันถึงกับชะงัก ตาเบิกกว้างด้วยความดีใจที่ซ่อนไว้แทบไม่อยู่ เขารีบพยักหน้าก่อนพูดด้วยน้ำเสียงโล่งใจ “ผมขอบคุณมากนะครับ… คุณฮารุ” เขาหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนพูดต่ออย่างรวดเร็ว “งั้นเดี๋ยวผมจะเรียกรถมารับคุณ… พาคุณสองคนออกจากสนามบิน” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ แม้ภายนอกจะดูนิ่งแต่ในอกกลับแน่นไปหมด เพราะเธอรู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีที่เธอตอบตกลงชีวิตเธอ ก็เดินออกจากเส้นทางเดิมไปแล้ว "ล้านเดียวเพื่อคุณแม่ฉันทำได้ เงินเดือนแอร์โฮสเตสเดือนๆ นึงก็เยอะแต่ต้องทำงานหนักมากๆ ถึงจะได้ 55,000 บาท เห้อสู้เว้ยฮารุเธอต้องสู้" จังหวะนั้น เสียงของกัปตันก็ตัดความดีใจปนความกลัวในใจเธอทันที “รถพร้อมแล้วครับ ไปกันเถอะ” เขาหันไปพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “พยุงแขกลงไปทางสะดวก เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านหน้าแล้ว” ฮารุพยักหน้ารับ แม้หัวใจจะยังเต้นแรงไม่หยุด เธอรีบเดินตามกัปตันไปทันที ด้านหน้าสนามบินเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และตำรวจยืนประจำจุดแน่นหนา บรรยากาศตึงเครียดจนสัมผัสได้จังหวะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์คำรามก็ดังสนั่นขึ้นเหนือศีรษะ ฮารุเงยหน้ามองตามสัญชาตญาณ เครื่องบินอีกลำกำลังทะยานขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าสู่ท้องฟ้ามืดด้านตะวันออก และในเครื่องลำนั้น มีชายฉกรรจ์… คนร้ายคนนั้น อยู่บนนั้นกำลังมุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่น “ไหวไหมคะ…” เธอเอ่ยถามเอริคเบาๆ พลางเงยหน้ามองเขาอย่างเป็นห่วง “หน้าคุณซีดมากเลยนะคะ” เอริคไม่ตอบอะไร เขาเพียงพยายามฝืนเดินต่อไป ก้าวเท้าช้า หนัก และไม่มั่นคง ร่างบางในชุดแอร์โฮสเตสสีชมพูอมม่วง รีบขยับเข้าไปพยุงร่างสูงของเขาไว้แน่นขึ้นก่อนพาเขาเดินตรงไปยังรถที่จอดรออยู่หน้าสนามบิน รอบตัวเต็มไปด้วยสายตาจับจ้อง เพราะเอริคเองตัวสูงผิวขาวใบหน้าหล่อคมสะดุดตา แต่ตอนนี้… เขากลับเดินเอนเหมือนคนที่แทบหมดแรง แทบไม่มีวี่แววของผู้ชายแข็งแกร่งคนนั้นเลย ฝุ่นกัดริมฝีปากแน่น กัปตันขับรถมาส่งทั้งสองคนที่หน้าโรงแรมม่านฟ้ารถค่อยๆ จอดสนิทหน้าอาคารสูงตระหง่าน ฝุ่นเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงกว่า 50 ชั้นตรงหน้า ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ กระจกทั้งอาคารสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืน ดูหรูหราเกินกว่าที่เธอเคยเข้าไปเหยียบย่าง เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ อย่างเผลอคิดดัง “ชื่อโรงแรมม่านฟ้า… เหมือนสายการบินเราเลยนะคะ กัปตัน” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงงุนงง “ทำไมบอสเราถึงรวยขนาดนี้นะคะ… ฉันยังไม่เคยเห็นบอสเลย ทำงานมาจะหกเดือนแล้ว” กัปตันเพียงยิ้มบางๆ แต่ไม่ได้ตอบอะไรด้านข้างเธอ เอริคยกยิ้มมุมปากคนเดียวอย่างพอใจ กับความไร้เดียงสาในคำถามของเธอ ก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันพยุงร่างสูงของเอริคลงจากรถ ฝุ่นรีบสอดแขนเข้าไปรับน้ำหนักเขาไว้ ขณะที่กัปตันช่วยอีกฝั่ง ทั้งสามรีบเดินเข้าโรงแรม ท่ามกลางสายตาพนักงานที่ก้มศีรษะให้ทันที ลิฟต์พิเศษถูกเปิดรอไว้แล้วไม่นาน ตัวเลขก็ค่อยๆ เปลี่ยนขึ้นอย่างรวดเร็ว 40 41 42 หัวใจฝุ่นเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่ง 49 ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ และเธอกำลังจะก้าวเข้าไป ในโลกของผู้ชายคนนี้… อย่างเต็มตัว ทุกก้าวที่เธอเดิน เต็มไปด้วยคำถามวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด เขาเป็นใคร ทำไมถึงถูกตามล่าเอาชีวิตทำไมถึงเปิดเผยตัวตนไม่ได้ แล้วทำไมถึงรวยผิดปกติขนาดนี้ แถมยังได้รับการช่วยเหลือจากกัปตันเครื่องบินอย่างเต็มที่ ราวกับว่าเขาเป็นคนพิเศษที่แตะต้องไม่ได้ ติ๊ง! เสียงลิฟต์ดังขึ้น ก่อนประตูจะเลื่อนเปิดออก ฝุ่นส่ายหัวเบาๆ พยายามปัดความคิดทั้งหมดออกไป ตอนนี้เธอเหนื่อยล้าเต็มทน ทั้งร่างกาย… และความคิด สิ่งเดียวที่เธอต้องทำตอนนี้ คือช่วยให้ผู้ชายคนนี้รอด เธอเงยหน้าขึ้นมองตรงไปข้างหน้า ห้องตรงหน้าถูกเปิดรอไว้แล้ว และทันทีที่เธอก้าวออกจากลิฟต์ ชายในชุดกาวน์แพทย์ก็เดินออกมารับทันที สายตาของเขากวาดมองเอริคอย่างรวดเร็ว ก่อนขยับตัวเข้ามาช่วยพยุงอีกแรง “พาเข้ามาด้านในเลยครับ” น้ำเสียงจริงจัง เหมือนเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ฝุ่นชะงักเล็กน้อย ยิ่งตอกย้ำว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน และยิ่งไปกว่านั้นคุณหมอหนุ่มทานนี้ เป็นคุณหมอประจำตัวโรคหัวใจของคุณแม่เธออีกด้วย 'คุณหมอพยัคฆ์ หมอโรคหัวใจประจำโรงพยาบาลกลาง' เธอหยุดยืนอยู่กลางห้อง ก่อนจะหันไปพูดกับกัปตันเบาๆ “ในเมื่อเขามีหมอดูแลอยู่แล้ว ทำไมฉันต้องมาดูแลเขาด้วยล่ะคะ กัปตัน” กัปตันชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนเผลอตอบออกมาโดยไม่ทันคิด “ก็บอสเลือกคุณแล้ว” ฝุ่นขมวดคิ้วทันที ก่อนทวนคำอย่างไม่แน่ใจ “อะไรนะคะ…กัปตันพูดใหม่อีกทีสิคะ” กัปตันเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป เขารีบกระแอมเบาๆ ก่อนเปลี่ยนคำตอบทันที “อ้อ… เดี๋ยวคุณหมอก็กลับแล้วครับ แล้วใครจะอยู่ดูแลเขาล่ะ” ฝุ่นยังคงมองเขานิ่งๆ เหมือนกำลังพยายามจับพิรุธกัปตันรีบพูดต่อ ไม่เปิดโอกาสให้เธอถามเพิ่ม “งั้นผมกลับก่อนนะครับ” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “มีอะไรโทรหาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ… คุณฮารุ” ฝุ่นพยักหน้าช้าๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามมากกว่าเดิม เพราะคำพูดเมื่อกี้ บอสเลือกคุณแล้ว มันยังคงก้องอยู่ในหัวไม่หาย เธอคิดว่าเธอคงเหนื่อยมาแล้วถึงทำให้หูแว่ว เธอพยักหน้าเบาๆ ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ค่ะ… กัปตัน หมายความว่า ทั้งอาทิตย์นี้ ฉันไม่ต้องไปทำงานใช่ไหมคะ” กัปตันยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่อ่านอารมณ์ไม่ออกนัก “ครับ” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา “จะเป็นเดือน… หรือเป็นปีก็ได้ครับแล้วแต่คุณฮารุสะดวก” หญิงสาวย่นคิ้วทันที คำตอบนั้น… ฟังดูไม่ปกติเอาเสียเลย เธอเงยหน้ามองเขาเหมือนอยากถามต่อ แต่กัปตันกลับเบี่ยงสายตาหนีเล็กน้อย เหมือนไม่อยากอธิบายอะไรเพิ่ม ฝุ่นจึงได้แต่นิ่งเงียบเธอมองตามแผ่นหลังของกัปตัน จนเขาเดินไปถึงประตูมือหนาเปิดประตูออก ก่อนจะเดินจากไป… โดยไม่หันกลับมาอีก เสียงประตูปิดลงเบาๆ และทันทีที่ห้องกลับมาเงียบ ฝุ่นก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า เธอ… ถูกทิ้งไว้ที่นี่ กับความลับของผู้ชายคนหนึ่ง ที่เธอยังไม่รู้จักแม้แต่น้อย เสียงคุณหมอเอ่ยขึ้น เรียกสติของเธอให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันทันที “คุณผู้หญิงครับ ช่วยหยิบผ้าก๊อซให้ผมหน่อยครับ” ฝุ่นชะงักไปเสี้ยววินาที ร่างบางยืนนิ่งอยู่กลางห้อง เหมือนสมองยังประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทัน หัวใจเธอยังเต้นแรง จากเรื่องราวทั้งหมดที่ถาโถมเข้ามาในวันเดียว ก่อนเธอจะรีบขยับตัว เดินไปยังโต๊ะเครื่องมือแพทย์อย่างลนลานเล็กน้อย “ค่ะ… ค่ะ ได้ค่ะ” เสียงตอบรับแผ่วเบา แต่พยายามให้มั่นดูปกติที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD