จุดอ่อนของคนอันตราย

1583 Words
ตอนที่ 9 คอนโดม่านฟ้าทาวเวอร์ เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยง ฝุ่นหลับลึกโดยไม่รู้ตัวเปลือกตาหนักค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ก่อนที่เธอจะชะงักในทันที เมื่อพบว่าเอริคหายไปจากเตียงเหลือเพียงรอยยุบของหมอนกับความอุ่นจางๆ บนผ้าปูที่กำลังหายไปหัวใจเธอกระตุกวูบ "คุณม่านฟ้าคุณไปไหน? ร่างบางลุกขึ้นอย่างลนลาน สายตากวาดมองรอบห้อง ก่อนจะรีบเดินออกไปเธอเดินไปเคาะประตูห้องน้ำเบาๆ ก๊อก...ก๊อก... “คุณม่านฟ้าคะ! เงียบ~ เธอกลืนน้ำลายก่อนหมุนลูกบิดช้าๆ “ขออนุญาตเปิดนะคะ คุณไม่ได้ล็อกฉันไม่ได้แอบดูค่ะ” เอี๊ยด! ภายในว่างเปล่า~ หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ฝุ่นรีบเดินออกไปยังห้องรับแขกทันที “คุณม่านฟ้าคะ…” เสียงเรียกเบาแต่สั่นเล็กน้อย “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า…” แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเท้า เอริคนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา ร่างสูงใหญ่ดูนิ่งสงบเกินปกติ ปลายนิ้วเขาคีบบุหรี่เป่าควันสีขาวออกช้าๆ ผ้าก๊อซพันแผลใหม่ สะอาดตา เหมือนเพิ่งทำแผลเสร็จไม่นาน แต่สิ่งที่ทำให้เธอแข็งค้าง คือชายชุดดำในสูทเรียบสนิทที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาถึงสี่คน เอริคเมื่อเห็นร่างบางเดินออกมา เขาถึงกับชะงักทันที “บ้าเอ๊ย…” คำสบถหลุดออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว จังหวะหัวใจเขาสะดุดไปชั่วขณะ ทั้งหมด...นิ่ง...เงียบ เหมือนเงาที่ไม่มีตัวตนจังหวะเดียวกันนั้น ทั้งสี่คนหันมามองเธอ ก่อนที่ชายชุดดำจะก้มหน้าลงแทบจะทันที เอริคเบิกตาเล็กน้อย เขาไม่ได้กลัวว่าเธอจะรู้เรื่อง 'งาน' ของเขา แต่เธอแต่งตัวโป๊เกินไป แม้เธอจะสวมเสื้อเชิ้ตสีดำแต่มันบางมาก และเธอก็ไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน รูปร่างบอบบาง ทรวดทรงได้สัดส่วน ขาเรียวยาว ผิวขาวเนียนนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ครอบครองเธอ แต่เขากลับห่วงเธอ…โดยไม่รู้ตัว เอริคลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว เร็วเกินกว่าที่คนมีแผลควรทำ เขาแทบไม่สนใจความเจ็บที่แล่นขึ้นตามสีข้าง ก่อนจะก้าวไปยืนบังร่างบางไว้จากสายตาลูกน้อง มือใหญ่ยกขึ้นเล็กน้อย เป็นเพียงสัญญาณสั้นๆ ทันทีที่ลูกน้องเห็น พวกเขาหมุนตัวออกจากห้อง ไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ประตูปิดลงเบาๆ ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน กับระยะห่างที่ใกล้กว่าที่ควรจะเป็น ความเงียบกดทับทั้งห้อง ฝุ่นยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สายตาสลับมองระหว่างชายชุดดำ…กับเอริค ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ “คุณ… ลุกมาทำแผลเองเหรอคะ…” ร่างสูงก้มลงมองหน้าเธอ มืออีกข้างยกบุหรี่ขึ้นสูงโดยอัตโนมัติ เขาลุกขึ้นเร็วเกินไป จนลืมแม้แต่จะดับมวนบุหรี่ในมือ หญิงสาวยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ ฝุ่นเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย พยายามชะโงกมองไปด้านหลังเขา เพื่อดูชายชุดดำทั้งสี่คนที่กำลังเดินออกไป ทั้งที่มีใครบางคน จงใจยืนบังเธอไว้จากสายตาลูกน้อง แต่เธอกลับยังซุกซนไม่เลิก “คนไหนคะ… เจ้าของห้อง” เธอชี้นิ้วตามหลังพวกเขาไป ก่อนจะหันกลับมามองเอริค “เขาโอเคไหมคะ… ที่ฉันใส่เสื้อเขา” เธอก้มลงมองเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง บนตัวเองเล็กน้อยปลายนิ้วขยับจับชายเสื้ออย่างเกรงใจ “แต่ถ้าเขาไม่โอเค…ฉันจะซื้อมาแทนนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นพูดต่อแบบจริงจัง “แต่อาจต้องรอเงินเดือนฉันออกก่อน” สายตาเธอกวาดมองเนื้อผ้าอย่างประเมิน “ดูจากยี่ห้อแล้ว…น่าจะเป็นหมื่นแน่เลยค่ะ” เอริคหรี่ตามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดุเบาๆ “ไปใส่ชุดชั้นในก่อน” ฝุ่นเบิกตาทันทีร่างบางชะงักไปทั้งตัว เมื่อความจริงพุ่งเข้ามาในหัว แก้มเธอร้อนวาบ เธอหมุนตัวแทบจะในทันที วิ่งกลับเข้าห้องอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะกล้าหันกลับมามองคนด้านหลัง เอริคมองตามแผ่นหลังนั้นไป ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจเป็นรอยยิ้มที่เขาไม่ต้องคุม ไม่ต้องวางท่าที ไม่ต้องเป็นคนที่ทุกคนต้องเกรงกลัว…แค่ยิ้มให้ตัวเองก็พอ ยัยเฉิ่มเอ๊ย… เขาคิดในใจพลางส่ายหน้าเบาๆ แต่แววตาคมนั้นอ่อนลงอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต เอริคเดินกลับไปนั่งลงที่โซฟา เขาหยิบเสื้อเชิ้ตสีเข้มขึ้นมาสวม ติดกระดุมเพียงไม่กี่เม็ดอย่างลวกๆก่อนจะเอนหลังลงเล็กน้อย แล้วยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ไออุ่นจากกาแฟลอยผ่านใบหน้า แต่ความคิดในหัวเขา… เย็นเฉียบ รายงานจากลูกน้องเมื่อครู่ ยังวนซ้ำอยู่ในสมองคนที่ลอบทำร้ายเขาบนเครื่องบิน เป็นคนของ 'คราฟ' พี่ชายแท้ๆ ของเขา กรามเอริคเกร็งขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วที่ถือแก้วกาแฟนิ่งสนิทเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่การแย่งอำนาจ แต่มันคือการ 'ตัดทิ้ง' กันอย่างสมบูรณ์ ยิ่งไปกว่านั้นบอดี้การ์ดคนสนิทของเขา สามารถช่วยตัวประกันคนสำคัญไว้ได้ คนที่มีข้อมูลมากพอจะเปิดโปงทุกอย่าง แต่เขายังไม่ทำเอริคหลับตาลงช้าๆ ยังไม่ใช่ตอนนี้เขาต้องรอ รอให้หลักฐานทุกอย่างชัดเจนกว่านี้ รอให้ฝ่ายนั้นไม่มีทางหนีเพราะถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว มันจะไม่ใช่แค่สงครามธุรกิจ แต่มันจะกลายเป็นสงครามเลือดของตระกูล เอริคลืมตาขึ้นอีกครั้งแววตาคมเย็นลงจนแทบไร้ความรู้สึก “เฮีย...คราฟ…” เขาพึมพำเบาๆ เหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่างในใจ ที่เมื่อเริ่มแล้ว…จะไม่มีวันย้อนกลับได้อีก "เฮีย...เลือกเองผมพยายามเลี่ยงแล้ว แต่เฮียเหมือนต้องการตัดพี่ตัดน้องกับผมเอง" เอริคหลุบตาลงอย่างท้อใจ ทำไม่สายเลือดเดียวกันถึงได้เกลียดชังกัน เพียงเพื่ออำนาจขนาดนี้ ในห้องนอน ฝุ่นเดินกลับไปกลับมา ชุดแอร์โฮสเตสเธอหนาเกินจะแห้งทันเวลา เธอสวมบาร์กับกางเกงชั้นในเรียบร้อย แต่ยังต้องใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดิม ก่อนจะเดินเก้ๆ กังๆ ออกไปหาเอริค เธอเดินออกมา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างเขาอย่างเป็นธรรมชาติ เอริคยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “คุณต้องการอะไรเพิ่มไหม” เธอพยักหน้าทันที “ฉัน… ต้องการเสื้อผ้าผู้หญิงค่ะ” เธอพูดอย่างเกรงใจเล็กน้อย “ฉันให้เพื่อนเอามาให้ได้ไหมคะ? เอริคปรายตามองเธอเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นชี้ไปยังถุงกระดาษที่วางอยู่ข้างโซฟาอีกตัว “นั่นของคุณ…ไปเอาสิ” ฝุ่นชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองถุงกระดาษนั้น สีหน้ามีทั้งงง… ทั้งไม่แน่ใจ “ของ… ฉันเหรอคะ? เอริคยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง เหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร “อืม” สั้น นิ่ง แต่เหมือนเขาเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบถุงกระดาษทันที เอริคเบือนหน้าหนีเล็กน้อยก่อนจะสบถออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว “เสื้อบางเป็นบ้า…” สายตาเขาเหลือบมองแผ่นหลังเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบหันหนีอีกครั้ง “เซ็กซี่…ขนาดนี้ปล่อยไปคงเสียใจทั้งชีวิต” กรามเขาเกร็งขึ้นเล็กน้อย ถ้าปล่อยให้เธอเดินไปเดินมาแบบนั้นต่อไป เขาอาจจะเสียการควบคุมตัวเองเข้าสักวัน เอริคถอนหายใจยาว ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบกลบความวุ่นวายในใจ หญิงสาวเดินหายเข้าไปในห้อง เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที ก่อนที่ประตูจะเปิดออกอีกครั้งเสื้อผ้าที่เขาเตรียมไว้ให้ เรียบร้อย…สุภาพ…และพอดีตัวมากกว่าที่เธอคิด ร่างบางเดินออกมา พร้อมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า รอยยิ้มนั้นแตกต่างจากเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่รอยยิ้มที่กลัว ไม่ใช่รอยยิ้มระวังตัวแต่มันเป็นรอยยิ้มที่ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เหมือนเธอเริ่มเชื่อแล้วว่าอย่างน้อย ที่นี่ก็ปลอดภัยสำหรับเธอ เอริคเงยหน้าขึ้นมอง สายตาคมหยุดอยู่ที่เธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนสายตาออกช้าๆ แต่ปลายนิ้วที่จับแก้วกาแฟไว้กลับคลายลงโดยไม่รู้ตัว เธอเงยหน้าขึ้น ก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่แก้วกาแฟในมือเขาคิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย “คุณต้องทานข้าวเช้านะคะ ไม่ใช่ดื่มกาแฟแบบนี้” เธอกวาดตามองสำรวจเขาอย่างคนเป็นห่วงจริงๆ “แล้วยาแก้อักเสบล่ะคะ? ยาแก้ปวดคุณหมอให้ไว้ไหน” เอริคขมวดคิ้วเข้มก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ อย่างคนเริ่มรำคาญนิดๆ แต่ไม่ได้รำคาญจนอยากให้เธอเงียบ “พูดไม่ดูเวลา” เขาพึมพำเสียงต่ำ “นี่จะบ่ายแล้วข้าวเช้าอะไร” สายตาคมมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะพูดต่อเรียบๆ “สมองกลับด้านหรือไง” ฝุ่นชะงักไปนิดเดียวก่อนจะเม้มปากเหมือนกำลังคิดว่าจะเถียงดีไหม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD